กระเป๋าคริปโตไม่ได้เก็บเหรียญไว้ในตัวมันเอง มันแค่ไปถาม “RPC” ว่าที่อยู่นี้มีเท่าไหร่ แล้วเอาคำตอบมาโชว์บนหน้าจอ ถ้า RPC ที่กระเป๋าไปถามเป็นของปลอม มันก็โกหกได้ทุกตัวเลข — รวมถึงหลอกว่ามีเงินเข้ามาเป็นล้านทั้งที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงบนเชน นี่คือกลโกงที่ทำให้เหยื่อโอนเงินจริงไปแลกกับยอดปลอม และล่าสุดก็ทำให้โปรโตคอล DeFi เสียหายเกิน 9,000 ล้านบาทมาแล้ว บทความนี้สอนเช็กก่อนกดปุ่ม “Add Network” ทุกครั้ง
📑 สารบัญ
- RPC คืออะไร ทำไมถึงโดนปลอมได้
- กลโกง “ยอดเงินผี” ทำงานยังไง
- ไม่ใช่แค่รายคน — เคส RPC ปลอมสูญ 292 ล้านดอลลาร์
- ปุ่ม “Add Network” เช็คอะไรบ้าง (และไม่เช็คอะไร)
- ตาราง Chain ID เชนหลักที่ควรจำ
- 6 ขั้นตอน ตรวจก่อนกด Approve เพิ่มเครือข่าย
- ถ้ายอดเงินโผล่มาแปลก ๆ หรือเผลอกดไปแล้ว
- เครื่องมือเสริมกันเชนปลอม
- กับดักที่คนพลาดบ่อย
- เช็กลิสต์ก่อนกด Approve
RPC คืออะไร ทำไมถึงโดนปลอมได้
ลองนึกภาพว่ากระเป๋าคริปโต (MetaMask, Trust Wallet, imToken ฯลฯ) เป็นเหมือนแอปธนาคารบนมือถือ ตัวแอปเองไม่ได้เก็บเงินไว้ในเครื่อง มันแค่ต่อสายไปถาม “เซิร์ฟเวอร์” ว่าบัญชีนี้มีเงินเท่าไหร่ RPC (Remote Procedure Call) คือสายที่ต่อไปนั้น — เป็นตัวกลางที่กระเป๋าใช้คุยกับบล็อกเชนจริง ทุกครั้งที่เปิดแอปแล้วเห็นยอดเงิน เห็นประวัติธุรกรรม หรือกดโอน กระเป๋ากำลังคุยกับ RPC อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
ปกติกระเป๋าจะตั้ง RPC เริ่มต้นที่เชื่อถือได้มาให้อยู่แล้ว (เช่น Infura, Alchemy สำหรับ Ethereum) ผู้ใช้ไม่ต้องยุ่งอะไรเลย แต่กระเป๋าทุกตัวก็เปิดให้ “เพิ่มเครือข่ายเอง” หรือ “เปลี่ยน RPC URL” ได้ ซึ่งจุดนี้แหละที่เป็นช่องโหว่ — ถ้าใครหลอกให้คุณเพิ่ม RPC ที่พวกเขาควบคุมเอง สิ่งที่แอปกระเป๋าโชว์บนจอจะไม่ใช่ความจริงบนเชนอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่คนร้ายอยากให้คุณเห็น
กลโกง “ยอดเงินผี” ทำงานยังไง
ทีมความปลอดภัย SlowMist เคยแกะกลโกงจริงที่ทำกับผู้ใช้ imToken (รายงานยืนยันจากพาร์ทเนอร์ imToken เอง) ขั้นตอนเป๊ะมากและยังใช้กันอยู่ทุกวันนี้ในรูปแบบต่าง ๆ:
🚩 ขั้นที่ 1: หว่านเหยื่อจริง
คนร้ายชวนดาวน์โหลดกระเป๋าตัวจริง (ของแท้ 100% ไม่ใช่แอปปลอม) แล้วโอน USDT 1 เหรียญ + ETH เล็กน้อยเข้ากระเป๋าเหยื่อจริง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อใจ — เห็นเงินเข้าจริงในกระเป๋าตัวเอง ก็เชื่อสนิทใจ
🚩 ขั้นที่ 2: ชวนเปลี่ยน RPC
จากนั้นอ้างเหตุผลต่าง ๆ (โอนเงินก้อนใหญ่จะมาถึง, ระบบต้องอัปเดตโหนด, ใช้โหนดพิเศษให้เร็วขึ้น) แล้วส่งลิงก์ RPC ให้เหยื่อกรอกในช่อง “Custom RPC” ของกระเป๋า ในเคสจริงที่ SlowMist เจอ ลิงก์นั้นชี้ไปที่โหนดที่สร้างจากฟีเจอร์ “Fork” ของ Tenderly ซึ่งเป็นเครื่องมือจำลองบล็อกเชนสำหรับนักพัฒนา ทดสอบสัญญา ไม่ใช่โหนดจริงที่เชื่อมกับเชนหลัก
🚩 ขั้นที่ 3: ยอดปลอมโผล่
ทันทีที่กระเป๋าเปลี่ยนไปใช้ RPC ปลอม หน้าจอจะโชว์ยอด USDT ก้อนใหญ่ที่ “โอนเข้ามาแล้ว” ทั้งที่ไม่มีธุรกรรมจริงเกิดขึ้นบนเชนเลยสักบาทเดียว โหนดปลอมแค่ตอบตัวเลขที่คนร้ายตั้งไว้กลับมาเฉย ๆ
🚩 ขั้นที่ 4: เก็บเกี่ยว
เมื่อเหยื่อพยายามโอนเงิน “ที่เห็น” ออกไปใช้ ระบบจะแจ้งว่าต้องจ่าย “ค่าธรรมเนียมถอน” หรือ “ค่าแก๊สพิเศษ” ก่อน เหยื่อโอนเงินจริงไปจ่ายค่าธรรมเนียมนั้น — เงินก้อนนี้คือเงินจริงที่หายไปจริง ส่วนยอด USDT ก้อนโตที่เห็นในกระเป๋าไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก พอสลับกลับไปใช้ RPC ปกติ ยอดนั้นจะหายวับไปทันที
SlowMist ใช้เครื่องมือตรวจสอบ MistTrack ย้อนดูกระเป๋าคนร้ายจริง พบว่าที่อยู่เดียวกันใช้ 1 USDT เหยื่อล่อแบบนี้ซ้ำกับเหยื่อคนอื่นมาแล้วอย่างน้อย 3 ราย และเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ถูกระบุว่าเป็นแก๊ง Pig Butchering
ไม่ใช่แค่รายคน — เคส RPC ปลอมสูญ 292 ล้านดอลลาร์
หลายคนอาจคิดว่ากลโกง RPC ปลอมเป็นแค่เรื่องหลอกรายย่อย แต่เดือนเมษายน 2026 โปรโตคอล liquid restaking อย่าง KelpDAO โดนโจมตีด้วยหลักการเดียวกันในระดับโครงสร้างพื้นฐาน จนสูญเงินไปราว 292 ล้านดอลลาร์
แฮกเกอร์ (เชื่อมโยงกับกลุ่ม Lazarus จากเกาหลีเหนือ) แฮกเข้าไปควบคุมโหนด RPC ภายในที่ระบบตรวจสอบข้อความข้ามเชนของ KelpDAO (ที่ตั้งค่าแบบ “1-of-1 verifier” ใช้โหนดเดียวยืนยันทั้งระบบ) พึ่งพาอยู่ จากนั้นยิง DDoS ถล่มโหนด RPC ที่ถูกต้องจนใช้งานไม่ได้ บังคับให้ระบบต้อง failover ไปพึ่งโหนดที่ถูกแฮกแทน โหนดปลอมนั้นก็ป้อนข้อความปลอมว่ามีการล็อกเหรียญไว้ฝั่งหนึ่งจริง ทำให้สัญญาฝั่ง Ethereum ปล่อยเหรียญ rsETH ที่ไม่มีอะไรค้ำจริงออกมา 116,500 เหรียญ (ราว 18% ของอุปทานทั้งหมดตอนนั้น) แล้วเอาไปวางค้ำกู้ยืมต่อบน Aave, Compound, Euler จนสภาพคล่องทั้งวงการ DeFi หายไปกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง
ปุ่ม “Add Network” เช็คอะไรบ้าง (และไม่เช็คอะไร)
เวลาเว็บไซต์หรือ dApp ขอให้กระเป๋าเพิ่มเครือข่ายใหม่ (ปุ่ม “Add Network” ที่เด้งขึ้นมา) เบื้องหลังมันเรียกใช้มาตรฐานที่ชื่อ EIP-3085 (wallet_addEthereumChain) ซึ่งกำหนดว่ากระเป๋า “ต้อง” ตรวจสอบอะไรบ้างก่อนยอมรับคำขอ:
- Chain ID ต้องเป็นเลขฐาน 16 ขึ้นต้นด้วย 0x และแปลงเป็นตัวเลขได้จริง
- ต้องมี rpcUrls อย่างน้อย 1 อัน และต้องเป็น URL ที่ถูกต้อง
- สำคัญที่สุด: Chain ID ที่ขอเพิ่ม ต้องตรงกับค่าที่ RPC URL นั้นตอบกลับมาเอง (ฟังก์ชัน eth_chainId) — ถ้าไม่ตรง กระเป๋าจะปฏิเสธคำขอทันที
- ห้ามเพิ่ม Chain ID เดิมซ้ำสอง
ฟังดูปลอดภัยใช่ไหม? แต่จุดที่มาตรฐานเดียวกันนี้เตือนไว้ตรง ๆ (ในหัวข้อ Security Considerations ของ EIP-3085) คือ:
💀 สิ่งที่กระเป๋า “ไม่” ตรวจสอบ
กระเป๋าตรวจแค่ว่า “Chain ID ที่คุณขอ” กับ “Chain ID ที่ RPC นั้นตอบเอง” ตรงกันไหม — แต่ RPC ปลอมสามารถตอบเลขอะไรก็ได้ตามที่คนร้ายตั้งไว้ ไม่มีกลไกใดเช็คว่า RPC URL นั้น “ซื่อสัตย์” หรือ “เชื่อมกับเชนจริง” หรือเปล่า
💀 ความรับผิดชอบอยู่ที่ผู้ใช้ 100%
เอกสารทางการของ MetaMask เขียนตรง ๆ ว่า “ควรเชื่อข้อมูลเครือข่ายนี้เท่ากับที่คุณเชื่อเว็บไซต์ที่ขอให้เพิ่ม” — ถ้าเว็บนั้นเป็นคนร้าย ข้อมูลทุกช่องก็ปลอมได้หมด ไม่มีระบบใดยืนยันความถูกต้องแทนคุณ
ตาราง Chain ID เชนหลักที่ควรจำ
เก็บตารางนี้ไว้เทียบทุกครั้งที่กระเป๋าเด้งหน้าต่างขอเพิ่มเครือข่าย ถ้า Chain ID ที่โผล่มาไม่ตรงกับที่นี่สำหรับเชนเหล่านี้ ให้สงสัยไว้ก่อน:
| เครือข่าย | Chain ID (ฐาน 10) | Chain ID (ฐาน 16) | สกุลเงินหลัก |
|---|---|---|---|
| Ethereum Mainnet | 1 | 0x1 | ETH |
| BNB Smart Chain | 56 | 0x38 | BNB |
| Polygon | 137 | 0x89 | POL |
| Arbitrum One | 42161 | 0xa4b1 | ETH |
| Optimism | 10 | 0xa | ETH |
| Base | 8453 | 0x2105 | ETH |
| Avalanche C-Chain | 43114 | 0xa86a | AVAX |
6 ขั้นตอน ตรวจก่อนกด Approve เพิ่มเครือข่าย
ถามก่อนว่า “ใครขอ”
คำขอเพิ่มเครือข่ายเด้งมาจาก dApp ที่คุณกำลังใช้งานอยู่แล้วเอง (เช่น เว็บสวอปที่ต้องใช้เชนใหม่) หรือมาจากคนแปลกหน้าทัก DM / “ฝ่ายซัพพอร์ต” ที่ไม่ได้ติดต่อคุณก่อน? ถ้าเป็นแบบหลัง ปิดหน้าต่างทันที ไม่ต้องอ่านรายละเอียดต่อ
เปิด “See details” อ่านทุกช่อง
อย่ากดยอมรับจากหน้าต่างสรุปสั้น ๆ เปิดดูรายละเอียดเต็ม: Network Name, RPC URL, Chain ID, Currency Symbol, Block Explorer URL — สะกดผิดตัวเดียว เติมตัวอักษรแปลก หรือโดเมนคล้ายของจริงแต่ไม่ใช่ ก็คือของปลอม
เทียบกับ Chainlist.org
ค้นหาชื่อเชนหรือ Chain ID บน chainlist.org เทียบทุกช่องแบบตัวต่อตัว ถ้าเชนนั้นไม่มีอยู่ใน Chainlist เลย = ใหม่มากจนยังไม่มีใครบันทึก หรือคุณภาพต่ำจนไม่มีใครสน ต้องเช็คเพิ่มก่อนเชื่อ
กูเกิลเช็คตัวตนเชนนั้น
เชนนี้มีเว็บทางการไหม มีบัญชีโซเชียลที่ยืนยันตัวตนได้ไหม มีผู้พัฒนาที่ระบุตัวตนจริงไหม มีข่าวจากสื่อที่น่าเชื่อถือพูดถึงไหม ยิ่งตอบ “ใช่” ได้เยอะ ยิ่งน่าเชื่อ ถ้าหาอะไรไม่เจอเลยนอกจากโพสต์โปรโมตในกลุ่มไลน์/เทเลแกรม ให้สงสัยไว้ก่อน
อย่าเพิ่มเพราะ “ได้ประโยชน์เร็วขึ้น”
ข้ออ้างคลาสสิกที่ใช้หลอกคือ “เพิ่มเครือข่ายนี้เพื่อรับเงินที่โอนมา” “เพื่อปลดล็อกยอด” “เพื่อให้ธุรกรรมเร็วขึ้น” การเพิ่ม RPC ที่มีเหตุผลจริงมีแค่กรณีเดียว คือต้องการ RPC ส่วนตัวที่เร็วกว่าหรือกัน MEV จากผู้ให้บริการมีชื่อเสียง (เช่น Flashbots Protect, MEVBlocker) ไม่ใช่ RPC ที่คนแปลกหน้าส่งลิงก์มาให้
ตรวจยอดจริงด้วย Block Explorer แยกต่างหาก
ไม่ว่ากระเป๋าจะโชว์ยอดเท่าไหร่ ให้เปิด block explorer ของเชนนั้นแยกต่างหาก (เช่น Etherscan, BscScan) วางที่อยู่กระเป๋าตัวเองเทียบยอด ถ้ายอดในกระเป๋ากับยอดบน explorer ไม่ตรงกัน = คุณกำลังต่ออยู่กับ RPC ปลอม อ่านวิธีอ่าน Block Explorer แบบละเอียดได้ในบทความก่อนหน้าของเรา
ถ้ายอดเงินโผล่มาแปลก ๆ หรือเผลอกดไปแล้ว
- อย่าจ่ายอะไรเพิ่มเด็ดขาด — ไม่มี “ค่าถอน” “ค่าปลดล็อก” “ค่าภาษี” ที่ต้องจ่ายก่อนถอนเงินของตัวเองในโลกคริปโตจริง ทุกคำขอแบบนี้คือโกง
- สลับกลับไปใช้ RPC เริ่มต้นของกระเป๋าทันที — ลบเครือข่ายที่เพิ่งเพิ่มทิ้งไปเลย ยอดปลอมจะหายไปเอง (ถ้ายังหายไปแปลว่ามันไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก)
- ถ้าเคยกรอก Seed Phrase หรือกดเซ็นอนุมัติ (approve) บนเว็บที่แนะนำมา — ถือว่ากระเป๋านั้นไม่ปลอดภัยอีกต่อไป รีบย้ายเงินจริงที่เหลือทั้งหมดไปกระเป๋าใหม่ทันที
- เก็บหลักฐาน — แคปหน้าจอ RPC URL ที่ใช้ ที่อยู่กระเป๋าคนร้าย บทสนทนาทั้งหมด แจ้งความที่ตำรวจไซเบอร์ (สอท.) และแจ้งเบาะแสผ่านเครื่องมือติดตามเชน เผื่อช่วยตามเงินคืนหรือเตือนคนอื่นได้
เครื่องมือเสริมกันเชนปลอม
| เครื่องมือ | ช่วยอะไร |
|---|---|
| Chainlist.org | ฐานข้อมูลเครือข่าย EVM แบบโอเพนซอร์ส เทียบ RPC/Chain ID/Currency Symbol ก่อนเพิ่มเครือข่ายเอง |
| Rabby Wallet | กระเป๋าที่จำลองผลลัพธ์ธุรกรรมก่อนเซ็นจริง (transaction simulation) เตือนถ้าสัญญามีความเสี่ยงดูดกระเป๋า รองรับสลับเชนอัตโนมัติกว่า 100 เครือข่ายโดยไม่ต้องเพิ่มเอง |
| GoPlus Security | ส่วนขยายเบราว์เซอร์และ API ตรวจสอบความเสี่ยงโทเคน/เว็บไซต์/ที่อยู่กระเป๋าแบบเรียลไทม์ก่อนอนุมัติธุรกรรม |
| RPC เริ่มต้นของกระเป๋า | ปลอดภัยสุดคือไม่แตะเลยถ้าไม่จำเป็น กระเป๋ากระแสหลักผูก RPC ที่เชื่อถือได้มาให้ตั้งแต่ติดตั้ง |
กับดักที่คนพลาดบ่อย
🚩 1. เชื่อยอดในกระเป๋าอย่างเดียว ไม่เคยเปิด Explorer เทียบ
ยอดในกระเป๋าคือสิ่งที่ RPC “บอก” ไม่ใช่สิ่งที่บล็อกเชน “ยืนยัน” สองอย่างนี้ควรตรงกันเสมอ แต่จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเทียบกับแหล่งที่สอง
🚩 2. เพิ่มเครือข่ายเพราะ “ฝ่ายซัพพอร์ต” สั่งให้ทำ
ไม่มีทีมซัพพอร์ตของกระเป๋าหรือเว็บเทรดที่ไหนต้องขอให้คุณเพิ่ม Custom RPC เพื่อแก้ปัญหาบัญชี ถ้ามีคนขอแบบนี้ = ตัวปลอมทั้งคน
🚩 3. เห็นชื่อเครือข่ายคุ้น ๆ แต่ไม่เช็ค RPC URL ให้ละเอียด
คนร้ายตั้งชื่อ Network Name ให้เหมือนของจริงเป๊ะได้ (พิมพ์เองได้ทุกช่อง) จุดที่ปลอมยากกว่าคือ RPC URL ต้องเทียบตัวอักษรทีละตัว
🚩 4. คิดว่า “Chain ID ตรง” แปลว่าปลอดภัยแล้ว
อย่างที่อธิบายในหัวข้อ EIP-3085 ด้านบน — กระเป๋าเช็คแค่ว่า Chain ID ที่ขอตรงกับที่ RPC ตอบเอง แต่ RPC ปลอมตอบเลขอะไรก็ได้ตามใจคนร้าย
🚩 5. ใช้ “RPC ฟรีความเร็วสูง” จากเว็บไม่มีชื่อเสียงเพื่อประหยัดค่าแก๊ส
ถ้าอยากได้ RPC ส่วนตัวจริง ๆ ให้ใช้ผู้ให้บริการที่ตรวจสอบได้ (Infura, Alchemy, Flashbots Protect, MEVBlocker) ไม่ใช่ลิงก์จากโพสต์โปรโมตที่ไม่มีใครรู้จัก
🚩 6. รู้ว่าโดนหลอกแล้วแต่ไม่ลบเครือข่ายปลอมทิ้ง
ทิ้งไว้เสี่ยงสลับกลับไปดูยอดปลอมอีกโดยไม่ตั้งใจ หรือเผลอเซ็นธุรกรรมขณะยังอยู่บน RPC ปลอม
🚩 7. ใช้กระเป๋าเดียวทั้งเก็บเงินจริงและทดลองเชื่อมเว็บแปลก ๆ
แยกกระเป๋า “ลองของ” ออกจากกระเป๋า “เก็บเงินจริง” เสมอ ถ้าเผลอเพิ่มเครือข่ายปลอมหรือเซ็นอนุมัติผิด ความเสียหายจะจำกัดอยู่แค่กระเป๋าทดลองที่มีเงินน้อย
เช็กลิสต์ก่อนกด Approve เพิ่มเครือข่าย
- คำขอเพิ่มเครือข่ายมาจาก dApp ที่กำลังใช้งานเอง ไม่ใช่จากคนแปลกหน้า/DM/ฝ่ายซัพพอร์ตปลอม
- เปิด “See details” อ่านครบทุกช่องก่อนกดยอมรับ
- เช็ค Chainlist.org แล้ว เจอเชนนี้จริงและข้อมูลตรงกัน
- Network Name สะกดตรงกับของจริงทุกตัวอักษร
- RPC URL ตรงกับแหล่งทางการ ไม่ใช่โดเมนคล้าย ๆ
- Chain ID ตรงกับที่ทางการประกาศ (เทียบตารางเชนหลักด้านบนได้)
- Currency Symbol ตรงกับของจริง
- Block Explorer URL ใช้เปิดเช็คยอดจริงได้
- โปรเจกต์นี้มีเว็บ/โซเชียลทางการที่ตรวจสอบตัวตนได้
- ไม่มีใครแนะนำให้เพิ่มเครือข่ายนี้เพื่อ “รับเงิน/ปลดล็อกยอด/เพิ่มความเร็ว”
- ยอดเงินที่เห็นในกระเป๋าตรงกับที่เช็คบน Block Explorer แยกต่างหาก
- กระเป๋าที่ใช้ทดลองเชื่อมเว็บแปลกใหม่ แยกจากกระเป๋าเก็บเงินหลักแล้ว





















