หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าวต่างประเทศHYPE ทำนิวไฮ 92 ดอลลาร์ หลัง Hyperliquid เปิดกู้สเตเบิลคอยน์เอง

HYPE ทำนิวไฮ 92 ดอลลาร์ หลัง Hyperliquid เปิดกู้สเตเบิลคอยน์เอง

HTX (Huobi) — เก๋าเกมคริปโตOKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX

HYPE เหรียญประจำเครือข่าย Hyperliquid ทำสถิติราคาสูงสุดใหม่ที่ 92.56 ดอลลาร์ ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2026 หลังโปรโตคอลเปิดใช้ฟีเจอร์ “Manual Borrow” ให้ผู้ใช้วางหลักประกันเป็น HYPE หรือ Bitcoin เพื่อกู้สเตเบิลคอยน์ USDC และ USDT ออกมาใช้ได้โดยตรง โดยมียอดสินทรัพย์ถูกกู้ผ่านระบบแล้ว 269 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว สวนทางภาพรวมตลาดที่เพิ่งฟื้นจากจุดต่ำสุดของสัปดาห์

📌 สรุป 3 บรรทัด:
1) HYPE แตะ 92.56 ดอลลาร์ (ข้อมูล CoinGecko) บวก 12.7% ใน 24 ชั่วโมง มูลค่าตลาดขึ้นไปราว 2.04 หมื่นล้านดอลลาร์ หลัง Hyperliquid ประกาศเปิดฟีเจอร์กู้ยืมแบบกำหนดเอง
2) ฟีเจอร์ใหม่ให้วาง HYPE หรือ BTC เป็นหลักประกันกู้ USDC/USDT โดย Jeff Yan ผู้ร่วมก่อตั้งย้ำว่าเงินที่กู้ได้มาจาก “ผู้ปล่อยกู้จริง” ไม่ใช่เครดิตที่แพลตฟอร์มเสกขึ้นมาเอง
3) ก่อนหน้านั้น 2 วัน Payward บริษัทแม่ของ Kraken ประกาศเตรียมเปิดเปอร์เปทวลฟิวเจอร์สออนเชนให้ลูกค้าสหรัฐฯ โดยเริ่มจากตลาด HIP-3 ของ Hyperliquid

HYPE ขึ้นไปถึงไหน และขึ้นเพราะอะไร

Cointelegraph รายงานว่า HYPE พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือ 90 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ไม่นานหลัง Hyperliquid ประกาศผ่านบัญชี X ของโปรโตคอลว่า “Manual borrows are live on Hyperliquid” ขณะที่ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุจุดสูงสุดตลอดกาลไว้ที่ 92.56 ดอลลาร์ ในวันเดียวกัน

ณ เวลาที่เขียนบทความ HYPE ซื้อขายอยู่ราว 92.02 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 12.7% ในรอบ 24 ชั่วโมง และบวกราว 57% ในรอบ 30 วัน คิดเป็นมูลค่าตลาดประมาณ 2.04 หมื่นล้านดอลลาร์

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX
ตัวชี้วัด HYPE ค่าล่าสุด
ราคาสูงสุดตลอดกาล 92.56 ดอลลาร์ (18 ก.ย. 2026)
ราคาปัจจุบัน ~92.02 ดอลลาร์
เปลี่ยนแปลง 24 ชม. +12.7%
เปลี่ยนแปลง 30 วัน +57.1%
มูลค่าตลาด ~2.04 หมื่นล้านดอลลาร์
ยอดสินทรัพย์ถูกกู้ในระบบ 269 ล้านดอลลาร์ (18 ก.ย.)

ที่มาของแรงซื้อรอบนี้ไม่ได้มาจากข่าวลอย ๆ แต่มาจากฟีเจอร์ที่เพิ่มการใช้งานจริงให้เหรียญ HYPE โดยตรง คือทำให้คนที่ถือ HYPE อยู่แล้วมีทางใช้ประโยชน์จากเหรียญโดยไม่ต้องขายทิ้ง

Manual Borrow คืออะไร ต่างจากมาร์จิ้นเดิมตรงไหน

ก่อนหน้านี้ Hyperliquid มีระบบ “portfolio margin” ที่ยืมสภาพคล่องให้อัตโนมัติเวลาเปิดสถานะเทรด แต่ผู้ใช้กำหนดเองไม่ได้ว่าจะกู้เท่าไหร่ กู้เหรียญอะไร ส่วน Manual Borrow คือการเปิดให้ “กดกู้เอง” ได้ตรง ๆ

1

วางหลักประกันได้ 2 อย่าง

ผู้ใช้นำ HYPE หรือ Bitcoin มาวางเป็นหลักประกัน เพื่อกู้สเตเบิลคอยน์ USDC หรือ USDT ออกมาใช้

2

ใช้โครงสร้างเดิมของ HyperCore

โปรโตคอลระบุว่าฟีเจอร์นี้กับระบบ portfolio margin วิ่งอยู่บนโครงสร้างพื้นฐาน HyperCore ชุดเดียวกัน

3

เงินมาจากผู้ปล่อยกู้จริง

Jeff Yan ผู้ร่วมก่อตั้ง ระบุว่าทุกเหรียญที่ถูกกู้ออกไปมาจากผู้ที่นำมาฝากปล่อยกู้ ไม่ใช่เครดิตที่แพลตฟอร์มสร้างขึ้นเองในบัญชีมาร์จิ้น

ประเด็นที่ Yan ย้ำเรื่อง “เงินมาจากผู้ปล่อยกู้จริง” ไม่ใช่เรื่องเทคนิคน่าเบื่อ แต่คือหัวใจของความเสี่ยง เพราะระบบกู้ยืมที่แพลตฟอร์มเสกเครดิตขึ้นมาเองคือรูปแบบที่ทำให้แพลตฟอร์มรวมศูนย์หลายเจ้าล้มมาแล้วในรอบก่อน ๆ เมื่อราคาหลักประกันร่วงเร็วกว่าที่ระบบจะปิดสถานะทัน

💡 ข้อควรรู้: การกู้โดยวางคริปโตเป็นหลักประกันไม่ได้แปลว่า “ได้เงินฟรี” ถ้าราคาหลักประกันร่วงจนต่ำกว่าเกณฑ์ หลักประกันจะถูกบังคับขาย (liquidate) และผู้กู้อาจเสียเหรียญที่วางไว้ไปทั้งก้อน ยิ่งวาง HYPE ที่เพิ่งขึ้นแรง ความเสี่ยงยิ่งสูงตาม

Kraken เตรียมพา Hyperliquid เข้าตลาดสหรัฐฯ

อีกปัจจัยที่หนุนบรรยากาศคือข่าวเมื่อวันพุธ ที่ Payward บริษัทแม่ของกระดานเทรด Kraken ประกาศแผนเปิดตลาดเปอร์เปทวลฟิวเจอร์สแบบออนเชนให้ลูกค้าในสหรัฐฯ โดยเริ่มจากตลาดมาตรฐาน HIP-3 ของ Hyperliquid

ถ้าแผนนี้เดินได้จริง หมายความว่าสภาพคล่องจากผู้ใช้ Kraken ฝั่งสหรัฐฯ จะไหลเข้ามาที่โครงสร้างของ Hyperliquid ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตลาดให้น้ำหนักกับ HYPE มากกว่าเหรียญ DEX ทั่วไปในช่วงนี้

ภาพรวมตลาดสัปดาห์นี้: Fed ขึ้นดอกเบี้ย แต่ราคาฟื้น

HYPE ทำนิวไฮในจังหวะที่ตลาดรวมเพิ่งฟื้นตัวแรง Decrypt รายงานว่า Bitcoin ดีดกลับขึ้นมาที่ราว 80,846 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 5.9% ใน 24 ชั่วโมง หลังจากต้นสัปดาห์เคยหลุดต่ำกว่า 75,000 ดอลลาร์

ตัวจุดชนวนคือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ ที่ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งเป็นการขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 แต่ “dot plot” กลับคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายค่ามัธยฐานไว้เพียง 4.1% ถึงสิ้นปี 2027 ซึ่งตลาดตีความว่าเหลือการขึ้นอีกแค่ครั้งเดียว ไม่ใช่วงจรขึ้นดอกเบี้ยยาว

ผลคือฝั่งที่เปิดสถานะ Short ไว้โดนบังคับปิดเป็นลูกโซ่ รวมทั้งตลาดกว่า 445 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นสถานะ Short ของ Bitcoin กว่า 230 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ต้นสัปดาห์ราคาเพิ่งโดนกดจากการที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่านการโหวตขั้นตอนในวุฒิสภาสหรัฐฯ

📌 แม้ Bitcoin จะดีดแรงในวันเดียว แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมที่ 126,080 ดอลลาร์ (ต.ค. 2025) อยู่ราว 36% สวนทางกับ HYPE ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ในวันเดียวกัน

มุมไทย: คนไทยซื้อ HYPE ได้ที่ไหน และต้องระวังอะไร

สำหรับนักลงทุนไทย HYPE ไม่ใช่เหรียญที่เข้าถึงยากอีกต่อไป เพราะ Bitkub กระดานเทรดที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย เปิดคู่เทรด THB_HYPE แล้ว โดยข้อมูลจาก API สาธารณะของ Bitkub ณ ช่วงที่เขียนบทความ แสดงราคาที่ 3,061.09 บาท เพิ่มขึ้น 12.64% ใน 24 ชั่วโมง โดยมีกรอบราคาระหว่างวันที่ 2,717.55–3,071.73 บาท

แต่สิ่งที่ต้องดูควบคู่กันคือ “สภาพคล่อง” มูลค่าซื้อขาย 24 ชั่วโมงของ HYPE บน Bitkub อยู่ที่ราว 7.95 ล้านบาท เทียบกับ BTC ที่ราว 323 ล้านบาท หรือต่างกันราว 40 เท่า แปลว่าถ้าสั่งซื้อ-ขายก้อนใหญ่ในกระดานไทย โอกาสเจอราคาเคลื่อนผิดจากที่ตั้งใจ (slippage) สูงกว่าเหรียญหลักมาก

✅ เช็กก่อนกดซื้อ:

  • ดูมูลค่าซื้อขาย 24 ชั่วโมงของคู่เทรดนั้น ไม่ใช่ดูแค่ราคาขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์
  • เทียบราคาบนกระดานไทยกับราคาตลาดโลก ถ้าห่างกันผิดปกติแปลว่าสภาพคล่องบาง
  • ถ้าจะซื้อก้อนใหญ่ ให้ทยอยซื้อเป็นไม้ย่อย แทนการยิงคำสั่งตลาดก้อนเดียว
⚠️ ระวังซื้อผิดเหรียญ: บน Binance TH ไม่มีคู่เทรด HYPE แต่มีเหรียญชื่อ HYPER ซึ่งเป็นคนละโปรเจกต์กันคนละตัว และบน Bitkub เองก็มีทั้ง THB_HYPE และ THB_HYPER อยู่ในกระดานเดียวกัน ก่อนกดซื้อให้ดูสัญลักษณ์เหรียญให้ครบตัวอักษรทุกครั้ง

อีกเรื่องที่คนไทยมักมองข้าม คือฟีเจอร์ Manual Borrow ที่เป็นข่าวนี้อยู่บนโปรโตคอล Hyperliquid ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ในต่างประเทศ ไม่ใช่บริการที่ให้บริการผ่านกระดานเทรดไทยที่ได้รับใบอนุญาต การเข้าไปใช้งานเองจึงอยู่นอกขอบเขตการคุ้มครองของ ก.ล.ต. ไทย และหากเกิดความเสียหาย การเรียกร้องคืนทำได้ยากกว่ามาก

คำถามที่พบบ่อย

❓ HYPE คือเหรียญอะไร

HYPE คือเหรียญประจำเครือข่าย Hyperliquid ซึ่งเป็นบล็อกเชนเลเยอร์ 1 ที่ทำแพลตฟอร์มเทรดอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์ ใช้ทั้งในระบบค่าธรรมเนียมและเป็นหลักประกันในระบบของตัวเอง

❓ Manual Borrow ต่างจากการกู้บนแพลตฟอร์มรวมศูนย์ยังไง

จุดต่างที่โปรโตคอลย้ำคือเงินที่กู้ออกไปมาจากผู้ฝากปล่อยกู้จริง ไม่ใช่เครดิตที่แพลตฟอร์มสร้างขึ้นเอง แต่ความเสี่ยงเรื่องหลักประกันถูกบังคับขายยังมีเหมือนกัน

❓ ราคาขึ้นแรงแบบนี้ควรรีบตามซื้อไหม

ราคาที่เพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่พร้อมแรงบวกกว่า 57% ใน 30 วัน คือจุดที่ความผันผวนสูงที่สุดช่วงหนึ่ง บทความนี้เป็นการรายงานข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขาย

ที่มา

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ราคาผันผวนรุนแรง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด