Ledger บริษัทกระเป๋าฮาร์ดแวร์เก็บคริปโตรายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศตั้ง Oded Blatman อดีตผู้บริหารจาก Fireblocks ขึ้นเป็น Chief Information Officer (CIO) และ Chief Security Officer (CSO) พร้อมกัน — ครั้งแรกที่ Ledger ควบสองตำแหน่งนี้เข้าด้วยกัน หลังอุตสาหกรรมคริปโตเสียหายจากการแฮกไปแล้วกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ และแฮกเกอร์เริ่มใช้ AI โจมตีเร็วขึ้นเรื่อยๆ
1) Ledger ตั้ง Oded Blatman อดีต CIO/CISO ของ Fireblocks 5 ปี เป็น CIO+CSO คนแรกของบริษัท รายงานตรงต่อ CEO Pascal Gauthier
2) เหตุผลหลักคือภัยไซเบอร์จาก AI ที่โจมตีเร็วและซับซ้อนขึ้น รวมถึงการมาของ tokenization และ AI agent ที่ต้องการความปลอดภัยแบบ real-time
3) เกิดขึ้นหลังอุตสาหกรรมคริปโตเสียหายจากแฮก 1.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 (250 ครั้ง) รวมถึงเคส Liquid Network ($320 ล้าน) และ Trezor ที่โดนแฮกอีเมลปลอมแจ้งเตือนความปลอดภัยเมื่อสัปดาห์นี้
📑 สารบัญ
Oded Blatman คือใคร
Blatman เข้ารับตำแหน่งใหม่นี้หลังจากอยู่ที่ Fireblocks บริษัทโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับสถาบัน มา 5 ปีในตำแหน่ง CIO และ CISO พ่วง ก่อนหน้านั้นเขาผ่านงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับชาติของอิสราเอล เป็น Global CISO ให้ธนาคารใหญ่ที่สุดของอิสราเอลอย่าง Bank Hapoalim และเคยคุมฝั่งความปลอดภัยตอน Salesforce เข้าซื้อกิจการ ClickSoftware มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์
ที่ Ledger เขาจะรายงานตรงต่อ Pascal Gauthier ประธานและ CEO โดยดูแลตั้งแต่ความปลอดภัยเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐาน, ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ (รวมทีมวิจัยความปลอดภัยภายในชื่อ Ledger Donjon), ความปลอดภัยเชิงกายภาพ, ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยงองค์กรและ IT ภายในทั้งหมด
ทำไมต้องควบ CIO กับ CSO เป็นตำแหน่งเดียว
Ledger อธิบายว่าการแยกฝ่ายไอทีกับฝ่ายความปลอดภัยออกจากกันแบบเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป โดยเฉพาะในยุคที่ tokenization สินทรัพย์, AI agent ที่ทำงานอัตโนมัติ และการยอมรับคริปโตในระดับสถาบันมาบรรจบกัน สินทรัพย์ที่ถูก tokenize สามารถถูกโจมตีได้ในระดับ “ความเร็วเครื่องจักร” (machine speed) ทำให้ต้องมีระบบป้องกันที่ปรับตัวได้เร็วพอกัน
ภัยคุกคาม AI ในอุตสาหกรรมคริปโตตอนนี้
Ledger ระบุว่า AI กำลังเร่งความเร็วและความซับซ้อนของการโจมตี ตั้งแต่ฟิชชิงที่สร้างด้วย AI, การปลอมตัวด้วย deepfake ไปจนถึง AI agent ที่ทำงานโดยไม่มีมนุษย์ตรวจสอบ ซึ่งสอดคล้องกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา:
| เหตุการณ์ | ความเสียหาย | รายละเอียด |
|---|---|---|
| Liquid Network (Blockstream) | ~320 ล้านดอลลาร์ | ช่องโหว่ range-proof ถูกใช้สร้าง L-BTC ปลอม แลกเป็น BTC จริง — คืนมาแล้ว 3,400 BTC เหลือค้าง ~47 ล้านดอลลาร์ |
| Trezor | – | ผู้ให้บริการอีเมลภายนอกถูกแฮก ใช้ส่งฟิชชิงปลอมเป็นแจ้งเตือน “STM32 Entropy Vulnerability” |
| รวมทั้งอุตสาหกรรมปี 2026 | 1.4 พันล้านดอลลาร์ | จากการโจมตีกว่า 250 ครั้งนับตั้งแต่ต้นปี |
มุมมองนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนไทยที่ใช้ hardware wallet อย่าง Ledger เก็บเหรียญนอกกระดานเทรด ข่าวนี้เป็นสัญญาณให้ระวังฟิชชิงที่แอบอ้างเป็นแบรนด์ hardware wallet มากขึ้น — แนวโน้มเดียวกับที่เคยเกิดกับ Trezor และ SafePal ในไทยก่อนหน้านี้ ที่มิจฉาชีพใช้ข้อมูลลูกค้ารั่วไปปลอมอีเมล/ข้อความแจ้งเตือนความปลอดภัยหลอกให้กรอก seed phrase สิ่งสำคัญคือ Ledger, Trezor หรือผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์รายใดก็ตามจะไม่มีวันขอ seed phrase ผ่านอีเมลหรือลิงก์เด็ดขาด หากได้รับข้อความแจ้งเตือน “ช่องโหว่ด่วน” ให้เข้าเว็บทางการโดยพิมพ์ URL เองเท่านั้น ไม่กดลิงก์ในอีเมล
คำถามที่พบบ่อย
บริษัทยืนยันว่าตัวอุปกรณ์ hardware wallet (signer) ยังไม่เคยถูกแฮกสำเร็จเลยนับตั้งแต่ขายมากว่า 8 ล้านเครื่อง เหตุการณ์ที่เป็นข่าวส่วนใหญ่มาจากฟิชชิงหลอกผู้ใช้ ไม่ใช่ช่องโหว่ในตัวอุปกรณ์
เดิมสองตำแหน่งนี้แยกกันดูแลไอทีภายในกับความปลอดภัยไซเบอร์ การรวมเป็นคนเดียวทำให้การตัดสินใจเรื่องความปลอดภัยเร็วขึ้น ไม่ต้องรอประสานงานข้ามแผนกเวลาเจอภัยคุกคามแบบ AI ที่เปลี่ยนเร็ว
ไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์หรือทำอะไรเพิ่ม แค่ระวังอีเมล/ข้อความที่อ้างว่าเป็น Ledger แล้วขอให้กรอก recovery phrase หรือดาวน์โหลดแอปนอก Ledger Live ทางการ
ที่มา: SMBtech, KuCoin News





















