กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เอลซัลวาดอร์ ไม่ได้ใช้เงินงบประมาณรัฐซื้อบิตคอยน์เลย นับตั้งแต่การทบทวนโครงการเงินกู้รอบแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 โดยบิตคอยน์ที่เพิ่มเข้ามาในคลังของประเทศมาจาก “เงินบริจาคของภาคเอกชน” ตามเอกสารที่รัฐบาลส่งให้ตรวจสอบ พร้อมกันนั้น IMF ยังเปิดเผยว่ากระเป๋าเงิน Chivo ของรัฐถูกโอนหุ้นใหญ่และอำนาจบริหารให้ผู้ประกอบการเอกชนไปแล้ว เหลือรัฐถือหุ้นส่วนน้อย
📑 สารบัญ
IMF พูดว่าอะไรบ้าง
ในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 IMF ระบุว่าเอกสารที่ทางการเอลซัลวาดอร์ส่งมอบให้ ยืนยันได้ว่าบิตคอยน์ที่สะสมเพิ่มหลังการทบทวนโครงการรอบแรกในเดือนมิถุนายน 2568 มาจากเงินบริจาคของภาคเอกชน ไม่ใช่การซื้อด้วยทรัพยากรของรัฐ และ IMF คาดว่าจะไม่มีการสะสมเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินบริจาคที่มีเอกสารรองรับแล้ว
ข้อมูลนี้ออกมาพร้อมกับข่าวที่ว่าเจ้าหน้าที่ IMF บรรลุข้อตกลงระดับเจ้าหน้าที่กับรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ในการทบทวนโครงการรอบที่ 2 และ 3 รวมกัน ภายใต้โครงการ Extended Fund Facility ระยะ 40 เดือน ซึ่งหากคณะกรรมการบริหาร IMF อนุมัติและเอลซัลวาดอร์ทำตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ครบ ก็จะปลดล็อกเงินอีกราว 140 ล้านดอลลาร์ ให้ประเทศ (อ้างอิง: The Block)
| ประเด็น | สิ่งที่ IMF ระบุ |
|---|---|
| ที่มาของบิตคอยน์ที่เพิ่ม | เงินบริจาคภาคเอกชน มีเอกสารรองรับ |
| เงินภาษี/งบรัฐ | ไม่ถูกใช้ซื้อบิตคอยน์ตั้งแต่ มิ.ย. 2568 |
| การสะสมในอนาคต | ไม่คาดว่าจะมีเพิ่มนอกเหนือจากที่แจ้งไว้ |
| กระเป๋า Chivo | โอนหุ้นใหญ่และอำนาจบริหารให้เอกชนแล้ว |
| เงินที่จะปลดล็อก | ราว 140 ล้านดอลลาร์ (รออนุมัติบอร์ด) |
ไทม์ไลน์ปมบิตคอยน์กับ IMF
เรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด แต่เป็นการชักเย่อระหว่างรัฐบาลนายิบ บูเคเล กับ IMF ที่ลากยาวมาเกือบสองปีเต็ม
🗓️ ธันวาคม 2567 — ตกลงจำกัดบทบาทรัฐ
เอลซัลวาดอร์ตกลงกับ IMF ภายใต้แพ็กเกจเงินกู้ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ว่าจะจำกัดการเข้าไปยุ่งของภาครัฐกับบิตคอยน์ ให้การรับบิตคอยน์ของภาคเอกชนเป็นแบบสมัครใจ ภาษีต้องจ่ายเป็นดอลลาร์สหรัฐ และรัฐต้องถอนตัวออกจาก Chivo
🗓️ มีนาคม 2568 — ห้ามสะสมโดยสมัครใจ
IMF ออกเอกสารใหม่ห้าม “การสะสมโดยสมัครใจ” ของภาครัฐ แต่ประธานาธิบดีบูเคเลตอบกลับทันทีว่าการซื้อ “ไม่หยุด” และประกาศจะซื้อเพิ่มอย่างน้อยวันละ 1 BTC
🗓️ กรกฎาคม 2568 — คำอธิบายรอบแรก
IMF ให้คำอธิบายชุดแรกว่าไม่มีการซื้อบิตคอยน์ใหม่ตั้งแต่ข้อตกลงเดือนธันวาคม โดยยอดที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากการ “รวมกระเป๋า” ระหว่างวอลเล็ตของรัฐเข้าด้วยกัน
🗓️ พฤศจิกายน 2568 — ก้อนใหญ่ 1,090 BTC
เอลซัลวาดอร์ประกาศซื้อบิตคอยน์ 1,090 BTC มูลค่าราว 100 ล้านดอลลาร์ในคราวเดียว ถือเป็นการซื้อวันเดียวก้อนใหญ่สุดของประเทศ ณ ตอนนั้น ดันยอดถือครองขึ้นไปที่ 7,474 BTC และจุดคำถามเรื่องการทำตามเงื่อนไข IMF ขึ้นมาอีกครั้ง
🗓️ กันยายน 2569 — IMF เคลียร์ให้
IMF สรุปว่าเงินที่ใช้ไม่ใช่เงินหลวง แต่เป็นเงินบริจาคเอกชน พร้อมระบุว่าเอลซัลวาดอร์กำลังปรับปรุงความโปร่งใสของยอดบิตคอยน์ในวอลเล็ตต่างๆ และเสริมระบบธรรมาภิบาลกับการบริหารความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัลภาครัฐ
ปัจจุบัน ตามตัวเลขจากเว็บติดตามทุนสำรองของสำนักงานบิตคอยน์แห่งชาติเอลซัลวาดอร์ ประเทศถือบิตคอยน์อยู่ราว 7,764 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 628 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาบิตคอยน์ระดับ 80,900 ดอลลาร์ (อ้างอิง: Cointelegraph)
Chivo หลุดมือรัฐแล้ว
ประเด็นที่หลายคนมองข้ามแต่สำคัญไม่แพ้กัน คือชะตากรรมของ Chivo Wallet — กระเป๋าเงินบิตคอยน์ที่รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ปั้นขึ้นมาเองตั้งแต่ปี 2564 พร้อมแจกบิตคอยน์มูลค่า 30 ดอลลาร์ให้ประชาชนที่สมัคร เพื่อผลักดันการใช้บิตคอยน์เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย
ตอนนี้ IMF ยืนยันว่ารัฐบาลได้ โอนความเป็นเจ้าของส่วนใหญ่และอำนาจบริหารของ Chivo ให้ผู้ประกอบการเอกชนไปแล้ว โดยรัฐเหลือเพียงหุ้นส่วนน้อยและหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าเท่านั้น
จุดที่คนมักเข้าใจผิด
❌ “เอลซัลวาดอร์เลิกถือบิตคอยน์แล้ว”
ไม่ใช่ ประเทศยังถือราว 7,764 BTC และยอดปัจจุบันยังสูงกว่าก่อนทำข้อตกลงกับ IMF ด้วยซ้ำ สิ่งที่เปลี่ยนคือ “แหล่งเงิน” ไม่ใช่ “การถือครอง”
⚠️ “IMF ยอมให้ซื้อต่อได้แล้ว”
ไม่ใช่เช่นกัน IMF ระบุชัดว่า “ไม่คาดว่าจะมีการสะสมเพิ่มนอกเหนือจากเงินบริจาคที่มีเอกสาร” เงื่อนไขห้ามใช้เงินรัฐยังอยู่ครบ
อีกจุดที่ต้องระวังคือ ตัวเลขยอดถือครองที่ไม่ตรงกันระหว่างสำนักข่าว เพราะบางสำนักอ้างยอด 7,474 BTC ซึ่งเป็นยอด ณ พฤศจิกายน 2568 หลังซื้อก้อน 1,090 BTC ขณะที่ยอดปัจจุบัน 7,764 BTC เป็นยอดที่รวมบิตคอยน์จากเงินบริจาคที่ทยอยเข้ามาหลังจากนั้นแล้ว — ไม่ใช่ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน แต่เป็นการนับคนละจุดเวลา
มุมมองสำหรับนักลงทุนไทย
สำหรับคนไทยที่ติดตามเรื่องนี้ ประเด็นที่น่าสนใจไม่ใช่ว่า “เอลซัลวาดอร์กำไรหรือขาดทุน” แต่คือ บทเรียนว่าประเทศเล็กที่พึ่งเงินกู้ระหว่างประเทศ มีเพดานในการทดลองนโยบายบิตคอยน์แค่ไหน — เมื่อ IMF เป็นเจ้าหนี้ เงื่อนไขก็ตามมาทันที และผลลัพธ์คือรัฐต้องถอยออกจากทั้งการซื้อและการทำวอลเล็ตเอง
ในบ้านเรา ก.ล.ต. ไทยเดินคนละเส้นทาง คือไม่ได้ให้รัฐเข้าไปถือหรือทำแอปเอง แต่คุมผ่านการออกใบอนุญาตผู้ประกอบการและกฎอย่าง Travel Rule ที่จะบังคับใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งเป็นโมเดล “รัฐกำกับ เอกชนทำ” ที่ในทางปฏิบัติแล้วใกล้เคียงกับจุดที่เอลซัลวาดอร์กำลังถูกดันให้ไปยืนพอดี
- คณะกรรมการบริหาร IMF จะอนุมัติปลดล็อกเงิน 140 ล้านดอลลาร์หรือไม่
- ใครคือผู้ประกอบการเอกชนที่รับช่วง Chivo ต่อ
- เอลซัลวาดอร์จะเปิดเผยยอดบิตคอยน์แยกตามวอลเล็ตให้โปร่งใสขึ้นจริงไหม
สรุป
ไม่ใช่เงินหลวง
IMF ยืนยันว่าบิตคอยน์ที่เอลซัลวาดอร์สะสมเพิ่มหลังมิถุนายน 2568 มาจากเงินบริจาคเอกชน ไม่ใช่งบประมาณรัฐ
Chivo ไปอยู่กับเอกชน
รัฐโอนหุ้นใหญ่และอำนาจบริหารกระเป๋า Chivo ให้ผู้ประกอบการเอกชนแล้ว เหลือแค่หุ้นส่วนน้อยกับหน้าที่ดูแลทรัพย์สินลูกค้า
เงินกู้ใกล้ปลดล็อก
ข้อตกลงระดับเจ้าหน้าที่ในการทบทวนรอบ 2 และ 3 จะปลดล็อกเงินราว 140 ล้านดอลลาร์ หากบอร์ด IMF อนุมัติและทำตามเงื่อนไขครบ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ตอนนี้เอลซัลวาดอร์ถือบิตคอยน์อยู่เท่าไร
ตอบ: ราว 7,764 BTC ตามเว็บติดตามทุนสำรองของสำนักงานบิตคอยน์แห่งชาติ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 628 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาระดับ 80,900 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
ถาม: ทำไม IMF ถึงห้ามรัฐบาลซื้อบิตคอยน์
ตอบ: เพราะเป็นเงื่อนไขในแพ็กเกจเงินกู้ 1.4 พันล้านดอลลาร์ที่ตกลงกันเมื่อธันวาคม 2567 IMF มองว่าการที่ภาครัฐถือสินทรัพย์ผันผวนสูงเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการคลังของประเทศ
ถาม: บิตคอยน์ยังเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในเอลซัลวาดอร์ไหม
ตอบ: ภายใต้ข้อตกลงกับ IMF การรับบิตคอยน์ของภาคเอกชนถูกเปลี่ยนเป็นแบบสมัครใจ และภาษีต้องชำระเป็นดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น








![[Part 1/2] พ่อใหญ่ Saylor ขาย 1,638 BTC แต่บิตคอยน์กลับพุ่งแรงไป $64,000 เกิดอะไรขึ้น ? (3/08/2026)](https://i.ytimg.com/vi/h-r5d3twH1g/hqdefault.jpg)










