คณะกรรมการกำกับบริการทางการเงินเกาหลีใต้ (FSC) ประกาศโรดแมป 3 ระยะ เปิดทางให้ “หลักทรัพย์ทุกประเภท” ทั้งหุ้น หุ้นกู้ และกองทุน แปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชนได้ โดยระยะแรกเริ่มเมื่อกฎหมายมีผล 4 ก.พ. 2027 และปลายทางคือให้ชำระราคาหลักทรัพย์โทเคนด้วยสเตเบิลคอยน์ — ถือเป็นการวางโครงสร้างตลาดทุนดิจิทัลเต็มรูปแบบครั้งแรกของประเทศ
📑 สารบัญ
FSC ประกาศอะไร
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 คณะกรรมการกำกับบริการทางการเงินเกาหลีใต้ (Financial Services Commission — FSC) เปิดเผยทิศทางนโยบายเรื่องหลักทรัพย์โทเคน (Tokenized Securities) ในการประชุมคณะทำงานร่วมภาครัฐ-เอกชนครั้งที่ 3 โดยระบุว่าจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการแปลงหลักทรัพย์เป็นโทเคนได้ “ทุกประเภท” ไม่ว่าจะเป็นหุ้น หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุน
ควอน แดยอง (Kwon Dae-young) รองประธาน FSC ระบุว่า “เราจะเชื่อมทั้งห่วงโซ่คุณค่าของตลาดทุน ตั้งแต่การออก การซื้อขาย การชำระบัญชี การชำระราคา การใช้สิทธิ ไปจนถึงสินทรัพย์อ้างอิง ภายใต้มุมมองของตลาดทุนดิจิทัลเดียวกัน”
จุดเริ่มต้นทางกฎหมายคือการแก้ไขพระราชบัญญัติการลงทะเบียนหุ้นและหุ้นกู้ทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2027 ทำให้หลักทรัพย์โทเคนได้รับการรับรองตามกฎหมายว่าเป็นรูปแบบดิจิทัลของหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการ ไม่ใช่สินทรัพย์ประเภทใหม่ที่ลอยอยู่นอกระบบ
โรดแมป 3 ระยะ ไล่ทีละขั้น
สิ่งที่ทำให้แผนนี้ต่างจากประกาศ “เราจะทำ tokenization” ของหลายประเทศ คือ FSC กำหนดลำดับชัดเจนว่าอะไรมาก่อนมาหลัง และระยะหลังขึ้นอยู่กับผลของระยะแรก
| ระยะ | ครอบคลุมอะไร | เงื่อนไข/ช่วงเวลา |
|---|---|---|
| ระยะที่ 1 | กองทุนตลาดเงินและหุ้นกู้แบบเสนอขายเฉพาะเจาะจง (private placement) สำหรับนักลงทุนสถาบัน + หุ้นนอกตลาดผ่านโครงสร้างทรัสต์ + หลักทรัพย์ลงทุนแบบแบ่งส่วนที่เสนอขายประชาชน | เริ่มเมื่อกฎหมายมีผล 4 ก.พ. 2027 |
| ระยะที่ 2 | ขยายไปยังหลักทรัพย์ที่เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (public offering) เต็มรูปแบบ | ขึ้นกับความเสถียรของระยะที่ 1 |
| ระยะที่ 3 | วางโครงสร้างการชำระราคาบนบล็อกเชน ให้นักลงทุนชำระด้วยสเตเบิลคอยน์ได้ | ต้องรอกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านก่อน |
จุดที่น่าสังเกตคือระยะแรกยังไม่แตะหุ้นจดทะเบียนในตลาด แต่ใช้กลไก “ทรัสต์” แทน กล่าวคือหุ้นนอกตลาดยังอยู่ในระบบทะเบียนเดิม ส่วนนักลงทุนได้รับหลักทรัพย์โทเคนที่แสดงสิทธิผู้รับประโยชน์จากทรัสต์อีกทอดหนึ่ง เป็นการทดสอบระบบโดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างตลาดหลักทรัพย์เดิม
กฎที่นักลงทุนและผู้ประกอบการต้องรู้
ไม่ต้องขอไลเซนส์ใหม่
บริษัทหลักทรัพย์และผู้ได้รับใบอนุญาตธุรกิจการลงทุนอยู่แล้ว สามารถให้บริการหลักทรัพย์โทเคนได้เลย ไม่ต้องขอใบอนุญาตเพิ่ม
เพดานรายย่อย 100 ล้านวอน/ปี
นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิได้ไม่เกินราว 100 ล้านวอน (ราว 74,000 ดอลลาร์) ต่อปี ต่อหนึ่งแพลตฟอร์มซื้อขายนอกตลาด
ผู้ออกที่ไม่ใช่ธนาคารต้องมีทุน 4 พันล้านวอน
ราว 3 ล้านดอลลาร์ พร้อมทีมกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎและทีมไอทีเฉพาะทาง
ปั่นราคา = คดีอาญา
การซื้อขายฉ้อฉลอยู่ภายใต้กฎหมายตลาดทุน มีโทษอาญา ค่าปรับ และอายัดบัญชีได้
ส่วนแพลตฟอร์มซื้อขายนอกตลาด (OTC) ต้องหารือกับสำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน (Financial Supervisory Service) ก่อนเปิดให้บริการ
ทำไมต้องจบที่สเตเบิลคอยน์
ประเด็นที่คนมักมองข้ามคือ การแปลงหลักทรัพย์เป็นโทเคนอย่างเดียวไม่ได้ช่วยอะไรมาก ถ้าขาชำระเงินยังวิ่งบนระบบธนาคารแบบเดิม เพราะหลักทรัพย์จะโอนเสร็จทันที แต่เงินยังต้องรอรอบตัดบัญชี — ปัญหาที่เรียกว่า “ขาเดียวบนเชน”
ระยะที่ 3 ของ FSC จึงตั้งเป้าให้ทั้งสองขาอยู่บนเชนเดียวกัน คือส่งมอบหลักทรัพย์และชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์พร้อมกัน (delivery versus payment) ซึ่งจะลดความเสี่ยงคู่สัญญาและทำให้การชำระราคาเสร็จได้ในวินาทีเดียวแทนที่จะเป็นวันทำการ
รายงานระบุว่า FSC ใช้กองทุนโทเคน BUIDL ของ BlackRock และพันธบัตรสีเขียวแบบโทเคนของฮ่องกงเป็นต้นแบบอ้างอิงในการออกแบบกรอบนี้
มุมมองสำหรับคนไทย
สำหรับตลาดไทย เรื่องนี้น่าสนใจตรงจังหวะเวลา เพราะ ก.ล.ต. ไทยเองก็เพิ่งออกกฎ Travel Rule คุมการโอนคริปโตเข้ากระเป๋าส่วนตัว และเดินหน้าเรื่องโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนมาหลายปี การที่เกาหลีใต้ซึ่งมีตลาดคริปโตรายย่อยใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียเลือกเส้นทาง “ให้บริษัทหลักทรัพย์เดิมทำ ไม่ต้องออกไลเซนส์ใหม่” บวกกับเพดานรายย่อยที่ชัดเจน เป็นแบบอย่างเชิงนโยบายที่หน่วยงานไทยน่าจะจับตา — โดยเฉพาะโครงสร้างทรัสต์สำหรับหุ้นนอกตลาด ที่ทดสอบระบบได้โดยไม่ต้องแก้กฎหมายหลักทรัพย์ทั้งฉบับ ทั้งนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าไทยจะประกาศโรดแมปในลักษณะเดียวกันในระยะอันใกล้
สรุป 3 บรรทัด
- FSC เกาหลีใต้ประกาศโรดแมป 3 ระยะ แปลงหลักทรัพย์ทุกประเภทเป็นโทเคน เริ่มระยะแรกเมื่อกฎหมายมีผล 4 ก.พ. 2027
- ระยะแรกจำกัดที่กองทุนตลาดเงิน หุ้นกู้เอกชนสำหรับสถาบัน และหุ้นนอกตลาดผ่านทรัสต์ รายย่อยซื้อได้ไม่เกิน 100 ล้านวอนต่อปีต่อแพลตฟอร์ม
- ปลายทางระยะที่ 3 คือชำระราคาด้วยสเตเบิลคอยน์บนเชน แต่ยังไม่มีกำหนดวัน ต้องรอกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านก่อน
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: หลักทรัพย์โทเคนต่างจากคริปโตทั่วไปอย่างไร
ตอบ: หลักทรัพย์โทเคนคือหุ้นหรือหุ้นกู้ตัวเดิมที่บันทึกสิทธิบนบล็อกเชนแทนสมุดทะเบียน อยู่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์เต็มตัว ไม่ใช่เหรียญที่ออกใหม่โดยไม่มีสินทรัพย์อ้างอิง
ถาม: คนไทยซื้อหลักทรัพย์โทเคนเกาหลีได้ไหม
ตอบ: ระยะแรกจำกัดนักลงทุนสถาบันและตลาดในประเทศเป็นหลัก และยังไม่มีประกาศเรื่องการเปิดให้นักลงทุนต่างชาติรายย่อยเข้าถึง
ถาม: เพดาน 100 ล้านวอนคิดยังไง
ตอบ: เป็นยอดซื้อสุทธิต่อปี ต่อหนึ่งแพลตฟอร์มซื้อขายนอกตลาด ไม่ใช่เพดานรวมทั้งพอร์ต







![รายย่อยยับเรียบ! Bitcoin ร่วงหนักสวนข่าวดี | วิเคราะห์ราคาทองคำ BTC วันนี้ [29 กรกฎาคม 2025]](https://i.ytimg.com/vi/lri-Lu-RVu4/hqdefault.jpg)










