Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันเสาร์, กันยายน 5, 2026
หน้าแรกข่าว Stablecoinเกาหลีใต้ประกาศโรดแมปแปลงหลักทรัพย์เป็นโทเคน 3 ระยะ — เป้าหมายสุดท้ายคือชำระราคาด้วยสเตเบิลคอยน์

เกาหลีใต้ประกาศโรดแมปแปลงหลักทรัพย์เป็นโทเคน 3 ระยะ — เป้าหมายสุดท้ายคือชำระราคาด้วยสเตเบิลคอยน์

HTX (Huobi) — เก๋าเกมคริปโต

คณะกรรมการกำกับบริการทางการเงินเกาหลีใต้ (FSC) ประกาศโรดแมป 3 ระยะ เปิดทางให้ “หลักทรัพย์ทุกประเภท” ทั้งหุ้น หุ้นกู้ และกองทุน แปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชนได้ โดยระยะแรกเริ่มเมื่อกฎหมายมีผล 4 ก.พ. 2027 และปลายทางคือให้ชำระราคาหลักทรัพย์โทเคนด้วยสเตเบิลคอยน์ — ถือเป็นการวางโครงสร้างตลาดทุนดิจิทัลเต็มรูปแบบครั้งแรกของประเทศ

FSC ประกาศอะไร

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 คณะกรรมการกำกับบริการทางการเงินเกาหลีใต้ (Financial Services Commission — FSC) เปิดเผยทิศทางนโยบายเรื่องหลักทรัพย์โทเคน (Tokenized Securities) ในการประชุมคณะทำงานร่วมภาครัฐ-เอกชนครั้งที่ 3 โดยระบุว่าจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการแปลงหลักทรัพย์เป็นโทเคนได้ “ทุกประเภท” ไม่ว่าจะเป็นหุ้น หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุน

ควอน แดยอง (Kwon Dae-young) รองประธาน FSC ระบุว่า “เราจะเชื่อมทั้งห่วงโซ่คุณค่าของตลาดทุน ตั้งแต่การออก การซื้อขาย การชำระบัญชี การชำระราคา การใช้สิทธิ ไปจนถึงสินทรัพย์อ้างอิง ภายใต้มุมมองของตลาดทุนดิจิทัลเดียวกัน”

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX

จุดเริ่มต้นทางกฎหมายคือการแก้ไขพระราชบัญญัติการลงทะเบียนหุ้นและหุ้นกู้ทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2027 ทำให้หลักทรัพย์โทเคนได้รับการรับรองตามกฎหมายว่าเป็นรูปแบบดิจิทัลของหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการ ไม่ใช่สินทรัพย์ประเภทใหม่ที่ลอยอยู่นอกระบบ

📌 FSC จะทำงานร่วมกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Securities Depository — KSD) ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายลำดับรองภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

โรดแมป 3 ระยะ ไล่ทีละขั้น

สิ่งที่ทำให้แผนนี้ต่างจากประกาศ “เราจะทำ tokenization” ของหลายประเทศ คือ FSC กำหนดลำดับชัดเจนว่าอะไรมาก่อนมาหลัง และระยะหลังขึ้นอยู่กับผลของระยะแรก

ระยะ ครอบคลุมอะไร เงื่อนไข/ช่วงเวลา
ระยะที่ 1 กองทุนตลาดเงินและหุ้นกู้แบบเสนอขายเฉพาะเจาะจง (private placement) สำหรับนักลงทุนสถาบัน + หุ้นนอกตลาดผ่านโครงสร้างทรัสต์ + หลักทรัพย์ลงทุนแบบแบ่งส่วนที่เสนอขายประชาชน เริ่มเมื่อกฎหมายมีผล 4 ก.พ. 2027
ระยะที่ 2 ขยายไปยังหลักทรัพย์ที่เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (public offering) เต็มรูปแบบ ขึ้นกับความเสถียรของระยะที่ 1
ระยะที่ 3 วางโครงสร้างการชำระราคาบนบล็อกเชน ให้นักลงทุนชำระด้วยสเตเบิลคอยน์ได้ ต้องรอกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านก่อน

จุดที่น่าสังเกตคือระยะแรกยังไม่แตะหุ้นจดทะเบียนในตลาด แต่ใช้กลไก “ทรัสต์” แทน กล่าวคือหุ้นนอกตลาดยังอยู่ในระบบทะเบียนเดิม ส่วนนักลงทุนได้รับหลักทรัพย์โทเคนที่แสดงสิทธิผู้รับประโยชน์จากทรัสต์อีกทอดหนึ่ง เป็นการทดสอบระบบโดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างตลาดหลักทรัพย์เดิม

💡 FSC ยังปลดล็อกให้รวมสินทรัพย์ประเภทเดียวกันหลายชิ้นเข้าเป็นหลักทรัพย์ลงทุนแบบแบ่งส่วนชิ้นเดียวได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกห้ามมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023

กฎที่นักลงทุนและผู้ประกอบการต้องรู้

1

ไม่ต้องขอไลเซนส์ใหม่

บริษัทหลักทรัพย์และผู้ได้รับใบอนุญาตธุรกิจการลงทุนอยู่แล้ว สามารถให้บริการหลักทรัพย์โทเคนได้เลย ไม่ต้องขอใบอนุญาตเพิ่ม

2

เพดานรายย่อย 100 ล้านวอน/ปี

นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิได้ไม่เกินราว 100 ล้านวอน (ราว 74,000 ดอลลาร์) ต่อปี ต่อหนึ่งแพลตฟอร์มซื้อขายนอกตลาด

3

ผู้ออกที่ไม่ใช่ธนาคารต้องมีทุน 4 พันล้านวอน

ราว 3 ล้านดอลลาร์ พร้อมทีมกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎและทีมไอทีเฉพาะทาง

4

ปั่นราคา = คดีอาญา

การซื้อขายฉ้อฉลอยู่ภายใต้กฎหมายตลาดทุน มีโทษอาญา ค่าปรับ และอายัดบัญชีได้

ส่วนแพลตฟอร์มซื้อขายนอกตลาด (OTC) ต้องหารือกับสำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน (Financial Supervisory Service) ก่อนเปิดให้บริการ

ทำไมต้องจบที่สเตเบิลคอยน์

ประเด็นที่คนมักมองข้ามคือ การแปลงหลักทรัพย์เป็นโทเคนอย่างเดียวไม่ได้ช่วยอะไรมาก ถ้าขาชำระเงินยังวิ่งบนระบบธนาคารแบบเดิม เพราะหลักทรัพย์จะโอนเสร็จทันที แต่เงินยังต้องรอรอบตัดบัญชี — ปัญหาที่เรียกว่า “ขาเดียวบนเชน”

ระยะที่ 3 ของ FSC จึงตั้งเป้าให้ทั้งสองขาอยู่บนเชนเดียวกัน คือส่งมอบหลักทรัพย์และชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์พร้อมกัน (delivery versus payment) ซึ่งจะลดความเสี่ยงคู่สัญญาและทำให้การชำระราคาเสร็จได้ในวินาทีเดียวแทนที่จะเป็นวันทำการ

รายงานระบุว่า FSC ใช้กองทุนโทเคน BUIDL ของ BlackRock และพันธบัตรสีเขียวแบบโทเคนของฮ่องกงเป็นต้นแบบอ้างอิงในการออกแบบกรอบนี้

อ่านให้ถูก: ระยะที่ 3 ยัง “ไม่ถูกกำหนดวัน” เพราะต้องรอกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลของเกาหลีใต้ผ่านสภาก่อน ใครเห็นพาดหัวว่า “เกาหลีใต้ให้ซื้อหุ้นด้วยสเตเบิลคอยน์แล้ว” ถือว่าอ่านข้ามขั้นไปหนึ่งระยะ

มุมมองสำหรับคนไทย

สำหรับตลาดไทย เรื่องนี้น่าสนใจตรงจังหวะเวลา เพราะ ก.ล.ต. ไทยเองก็เพิ่งออกกฎ Travel Rule คุมการโอนคริปโตเข้ากระเป๋าส่วนตัว และเดินหน้าเรื่องโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนมาหลายปี การที่เกาหลีใต้ซึ่งมีตลาดคริปโตรายย่อยใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียเลือกเส้นทาง “ให้บริษัทหลักทรัพย์เดิมทำ ไม่ต้องออกไลเซนส์ใหม่” บวกกับเพดานรายย่อยที่ชัดเจน เป็นแบบอย่างเชิงนโยบายที่หน่วยงานไทยน่าจะจับตา — โดยเฉพาะโครงสร้างทรัสต์สำหรับหุ้นนอกตลาด ที่ทดสอบระบบได้โดยไม่ต้องแก้กฎหมายหลักทรัพย์ทั้งฉบับ ทั้งนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าไทยจะประกาศโรดแมปในลักษณะเดียวกันในระยะอันใกล้

สรุป 3 บรรทัด

  • FSC เกาหลีใต้ประกาศโรดแมป 3 ระยะ แปลงหลักทรัพย์ทุกประเภทเป็นโทเคน เริ่มระยะแรกเมื่อกฎหมายมีผล 4 ก.พ. 2027
  • ระยะแรกจำกัดที่กองทุนตลาดเงิน หุ้นกู้เอกชนสำหรับสถาบัน และหุ้นนอกตลาดผ่านทรัสต์ รายย่อยซื้อได้ไม่เกิน 100 ล้านวอนต่อปีต่อแพลตฟอร์ม
  • ปลายทางระยะที่ 3 คือชำระราคาด้วยสเตเบิลคอยน์บนเชน แต่ยังไม่มีกำหนดวัน ต้องรอกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านก่อน

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: หลักทรัพย์โทเคนต่างจากคริปโตทั่วไปอย่างไร
ตอบ: หลักทรัพย์โทเคนคือหุ้นหรือหุ้นกู้ตัวเดิมที่บันทึกสิทธิบนบล็อกเชนแทนสมุดทะเบียน อยู่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์เต็มตัว ไม่ใช่เหรียญที่ออกใหม่โดยไม่มีสินทรัพย์อ้างอิง

ถาม: คนไทยซื้อหลักทรัพย์โทเคนเกาหลีได้ไหม
ตอบ: ระยะแรกจำกัดนักลงทุนสถาบันและตลาดในประเทศเป็นหลัก และยังไม่มีประกาศเรื่องการเปิดให้นักลงทุนต่างชาติรายย่อยเข้าถึง

ถาม: เพดาน 100 ล้านวอนคิดยังไง
ตอบ: เป็นยอดซื้อสุทธิต่อปี ต่อหนึ่งแพลตฟอร์มซื้อขายนอกตลาด ไม่ใช่เพดานรวมทั้งพอร์ต

📌 แหล่งข่าว: The Block · Seoul Economic Daily · Cointelegraph
⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข่าวและความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปร
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×HTX (Huobi) — เก๋าเกมคริปโต