Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันเสาร์, กันยายน 5, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าวต่างประเทศTrezor ยอมรับข้อมูลลูกค้ารั่วเพิ่มอีก 6.7 หมื่นราย — ปมคือข้อมูลเก่าที่บริษัทขนส่งบอกว่าลบไปแล้ว

Trezor ยอมรับข้อมูลลูกค้ารั่วเพิ่มอีก 6.7 หมื่นราย — ปมคือข้อมูลเก่าที่บริษัทขนส่งบอกว่าลบไปแล้ว

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร

Trezor ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตสัญชาติเช็ก ออกมาอัปเดตเหตุข้อมูลรั่วเมื่อ 4 ก.ย. 2026 ว่าเหตุการณ์ที่เคยแจ้งไว้เมื่อกลางเดือนสิงหาคมนั้น “ใหญ่กว่าที่คิด” — ShipMonk บริษัทโลจิสติกส์คู่สัญญาแจ้ง Trezor เมื่อ 2 ก.ย. ว่ามีข้อมูลลูกค้าสหรัฐฯ อีกราว 67,000 ราย ที่สั่งซื้อระหว่าง พ.ย. 2019 ถึง ส.ค. 2021 หลุดออกไปด้วย ทำให้ยอดผู้ได้รับผลกระทบรวมขยับเป็นราว 80,700 ราย ประเด็นที่น่ากังวลกว่าตัวเลขคือ Trezor ระบุว่าเคยได้รับ “หนังสือยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ว่าข้อมูลเก่าถูกลบไปแล้วตามสัญญา แต่ความจริงคือมันยังอยู่ในระบบ

เกิดอะไรขึ้น

ย้อนกลับไป 13 ส.ค. 2026 Trezor แจ้งลูกค้าว่าเกิดเหตุข้อมูลรั่วที่ ShipMonk ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าซึ่ง Trezor ใช้เป็นคู่สัญญา โดยตอนนั้นระบุจำนวนผู้ได้รับผลกระทบไว้ที่ 13,689 ราย แบ่งเป็นข้อมูลหลุดแบบเต็ม 11,742 ราย และหลุดบางส่วน 1,947 ราย ครอบคลุมคำสั่งซื้อช่วง 10 พ.ค. – 8 ส.ค. 2026 (อ่านรายละเอียดรอบแรกได้ที่ รายงานของเราเมื่อ 13 ส.ค.)

แต่เมื่อ 2 ก.ย. 2026 ShipMonk กลับมาแจ้ง Trezor ว่าขอบเขตความเสียหายกว้างกว่าเดิมมาก มีชุดข้อมูลเก่าอีกก้อนหนึ่งที่หลุดออกไปด้วย เป็นของลูกค้าในสหรัฐฯ ราว 67,000 ราย ที่สั่งซื้อสินค้า Trezor ระหว่างเดือน พ.ย. 2019 ถึง ส.ค. 2021 — ข้อมูลที่มีอายุ 5-7 ปี

Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก
💡 เมื่อรวมสองรอบเข้าด้วยกัน ยอดผู้ได้รับผลกระทบพุ่งจาก 13,689 เป็นราว 80,700 ราย หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 6 เท่าจากตัวเลขที่แจ้งครั้งแรก
รอบการเปิดเผย วันที่ จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ ช่วงคำสั่งซื้อ
รอบแรก 13 ส.ค. 2026 13,689 ราย 10 พ.ค. – 8 ส.ค. 2026
รอบสอง 4 ก.ย. 2026 ~67,000 ราย (สหรัฐฯ) พ.ย. 2019 – ส.ค. 2021
รวม ~80,700 ราย

ข้อมูลอะไรหลุดบ้าง — และอะไรที่ไม่หลุด

ข้อมูลที่หลุดในรอบใหม่นี้ประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่จัดส่ง และหมายเลขคำสั่งซื้อ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่หลุดในรอบแรกแบบเต็ม

💀 สิ่งที่หลุด

ชื่อ-นามสกุล · อีเมล · เบอร์โทรศัพท์ · ที่อยู่จัดส่ง · หมายเลขคำสั่งซื้อ

✅ สิ่งที่ไม่หลุด

Trezor ยืนยันว่าระบบของบริษัทเอง ตัวฮาร์ดแวร์วอลเล็ต คำสำรอง (seed/wallet backup) และกุญแจส่วนตัว ไม่ได้ถูกเจาะ ไม่มีสัญญาณว่าข้อมูลในตัวเครื่องรั่วออกไป

พูดให้ชัดคือ นี่ไม่ใช่การแฮก Trezor และไม่ใช่ช่องโหว่ของตัวอุปกรณ์ เงินในกระเป๋าของลูกค้าไม่ได้ถูกขโมยจากเหตุนี้โดยตรง — สิ่งที่รั่วคือ “ฐานข้อมูลการสั่งซื้อ” ที่อยู่ในมือบริษัทขนส่ง

ปมใหญ่: ข้อมูลที่ถูกสัญญาว่าลบแล้ว แต่ยังอยู่

จุดที่ทำให้เรื่องนี้หนักกว่าข้อมูลรั่วทั่วไป คือคำชี้แจงของ Trezor เองที่ระบุว่า ตลอดช่วงที่ทำงานร่วมกับ ShipMonk บริษัท “ได้รับหนังสือยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าข้อมูลลูกค้าเก่าถูกลบไปแล้วตามข้อกำหนดในสัญญาและตามนโยบายเก็บรักษาข้อมูล”

แต่ความจริงคือ บันทึกคำสั่งซื้อย้อนหลังไปถึงปี 2019 ยังคงนอนอยู่ในระบบของ ShipMonk และหลุดออกไปพร้อมกับข้อมูลชุดใหม่

📌 บทเรียนที่ใช้ได้กับทุกบริการ ไม่ใช่แค่ Trezor: “นโยบายลบข้อมูล” กับ “การลบข้อมูลจริง” เป็นคนละเรื่องกัน ตราบใดที่คุณไม่มีทางตรวจสอบด้วยตัวเอง คุณกำลังฝากความเสี่ยงไว้กับคำสัญญาบนกระดาษ — และคำสัญญานั้นอาจไม่ได้ถูกทำจริงมาแล้วหลายปี

นี่ยังเป็นเหตุผลที่ผู้ใช้คริปโตสายระวังมักย้ำเรื่อง “ลดรอยเท้าข้อมูล” (data footprint) ให้เหลือน้อยที่สุดตั้งแต่ตอนซื้อของ เพราะเมื่อข้อมูลออกจากมือคุณไปแล้ว คุณไม่มีอำนาจควบคุมมันอีกเลย

ทำไมรายชื่อคนซื้อฮาร์ดแวร์วอลเล็ตถึงอันตรายกว่าที่คิด

ข้อมูลชื่อกับที่อยู่ทั่วไปนั้นรั่วกันเป็นเรื่องปกติในยุคนี้ แต่รายชื่อชุดนี้ต่างออกไป เพราะมันคือบัญชี “คนที่เกือบแน่นอนว่าถือคริปโต และถือมากพอที่จะยอมจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์มาเก็บเอง”

🚩 1. ฟิชชิ่งที่ดูน่าเชื่อผิดปกติ

มิจฉาชีพรู้ชื่อจริง เบอร์โทร อีเมล และเลขคำสั่งซื้อของคุณ ทำให้ส่งอีเมลหรือโทรมาแบบอ้างอิงข้อมูลจริงได้ เช่น “คำสั่งซื้อเลข XXXX ของคุณมีปัญหา ต้องยืนยันคำสำรอง” ซึ่งดูน่าเชื่อกว่าฟิชชิ่งทั่วไปมาก

กฎเหล็ก: ไม่มีผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตเจ้าไหนในโลก ขอ 12/24 คำสำรองจากคุณ ไม่ว่าจะทางอีเมล โทรศัพท์ เว็บ หรือจดหมาย — ขอเมื่อไหร่คือมิจฉาชีพ 100%

🚩 2. จดหมายปลอมส่งถึงบ้าน

เพราะที่อยู่จัดส่งหลุดด้วย มิจฉาชีพจึงส่งจดหมายกระดาษที่ดูเป็นทางการ พร้อม QR code หรือ “อุปกรณ์เปลี่ยนใหม่ฟรี” มาถึงหน้าบ้านได้ วิธีนี้เคยถูกใช้จริงกับผู้ใช้ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตยี่ห้ออื่นมาแล้ว และคนมักตายใจกับจดหมายมากกว่าอีเมล

🚩 3. ความเสี่ยงทางกายภาพ

Trezor เองระบุว่าข้อมูลที่รั่วสร้าง “ความเสี่ยงด้านฟิชชิ่งและความปลอดภัยทางกายภาพอย่างมีนัยสำคัญ” เพราะผู้ไม่หวังดีสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์วอลเล็ตคริปโตได้ — พูดตรง ๆ คือมันคือรายชื่อเป้าหมายสำหรับการข่มขู่เอาทรัพย์ถึงบ้าน

มุมคนไทย

ชุดข้อมูล 67,000 รายรอบนี้ระบุชัดว่าเป็นลูกค้าในสหรัฐฯ ดังนั้นคนไทยที่สั่งซื้อในช่วง พ.ย. 2019 – ส.ค. 2021 น่าจะไม่อยู่ในก้อนนี้ แต่ข้อมูลรอบแรก (พ.ค.–ส.ค. 2026) ไม่ได้จำกัดเฉพาะสหรัฐฯ ใครที่สั่ง Trezor ตรงจากเว็บทางการในช่วงกลางปีนี้จึงควรถือว่าตัวเองอาจอยู่ในรายชื่อไว้ก่อน และเช็คอีเมลแจ้งเตือนจาก Trezor ให้ดี

ที่สำคัญกว่านั้นคือ คนไทยจำนวนไม่น้อยซื้อฮาร์ดแวร์วอลเล็ตผ่านตัวแทนจำหน่าย มาร์เก็ตเพลส หรือร้านค้าออนไลน์ในประเทศ ซึ่งหมายความว่าข้อมูลชื่อ-ที่อยู่-เบอร์โทรของคุณกระจายอยู่ในระบบของผู้ค้ารายย่อยและบริษัทขนส่งไทยอีกหลายทอด และแทบไม่มีใครรู้ว่านโยบายเก็บ/ลบข้อมูลของแต่ละเจ้าเป็นอย่างไร กรณี ShipMonk จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว — มันคือภาพจำลองของสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับห่วงโซ่การจัดส่งในบ้านเราเหมือนกัน และซ้ำเติมด้วยข้อเท็จจริงว่าการซื้อผ่านตัวแทนที่ไม่ใช่ช่องทางทางการยังเสี่ยงเจออุปกรณ์ที่ถูกดัดแปลงมาก่อนถึงมือคุณด้วย

สิ่งที่ควรทำถ้าคุณเคยสั่ง Trezor

  • เช็คอีเมลที่ใช้สั่งซื้อ ว่ามีหนังสือแจ้งเตือนจาก Trezor หรือไม่ (แต่อย่ากดลิงก์ในอีเมล — พิมพ์ trezor.io เองในเบราว์เซอร์)
  • ตั้งสมมติฐานว่าอีเมล/เบอร์โทร/ที่อยู่ของคุณอยู่ในมือมิจฉาชีพแล้ว และปฏิบัติกับข้อความเข้าทุกช่องทางแบบไม่ไว้ใจไว้ก่อน
  • เปิด 2FA แบบแอป (ไม่ใช่ SMS) กับอีเมลหลักและบัญชีเว็บเทรดทุกที่
  • ห้ามพิมพ์คำสำรองลงอุปกรณ์ที่ต่อเน็ต ไม่ว่าใครจะอ้างเหตุผลอะไร
  • ถ้ามีคนโทรมาอ้างเป็น Trezor หรือบริษัทขนส่ง ให้วางสายแล้วติดต่อกลับผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
  • พิจารณาสั่งซื้ออุปกรณ์รอบหน้าด้วยอีเมลแยก และรับของที่ตู้รับพัสดุ/ที่ทำงาน แทนที่อยู่บ้าน
ข้อควรจำ: ข้อมูลรั่วรอบนี้ไม่ได้ทำให้เหรียญในกระเป๋าคุณเสี่ยงโดยตรง ถ้าคำสำรองยังอยู่กับคุณคนเดียวและไม่เคยถูกพิมพ์ลงเครื่องที่ต่อเน็ต — คุณไม่จำเป็นต้องย้ายเหรียญด่วน สิ่งที่ต้องยกการ์ดคือ “คนที่จะติดต่อมาหาคุณ” ต่างหาก

สรุป

1

ยอดพุ่งเป็น 80,700 ราย

ShipMonk แจ้ง Trezor เมื่อ 2 ก.ย. ว่ามีลูกค้าสหรัฐฯ อีก 67,000 ราย (สั่งซื้อ พ.ย. 2019 – ส.ค. 2021) หลุดเพิ่มจาก 13,689 รายที่แจ้งไว้เดือน ส.ค.

2

กุญแจและคำสำรองปลอดภัย

Trezor ยืนยันระบบตัวเอง ตัวเครื่อง คำสำรอง และกุญแจส่วนตัวไม่ถูกแตะ ข้อมูลที่รั่วคือฐานข้อมูลการจัดส่งของคู่สัญญา

3

คำสัญญาว่า “ลบแล้ว” ที่ไม่เป็นจริง

Trezor ระบุว่าได้รับหนังสือยืนยันซ้ำ ๆ ว่าข้อมูลเก่าถูกลบตามสัญญา แต่บันทึกย้อนหลัง 5-7 ปียังอยู่ในระบบจริง

4

ความเสี่ยงคือฟิชชิ่งและตัวบุคคล

รายชื่อพร้อมที่อยู่ของคนที่ถือฮาร์ดแวร์วอลเล็ต = บัญชีเป้าหมายสำหรับหลอกลวงและข่มขู่เอาทรัพย์ ไม่ใช่แค่สแปมธรรมดา

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: เหรียญในเครื่อง Trezor ของผมเสี่ยงไหม?
ตอบ: ไม่เสี่ยงโดยตรงจากเหตุนี้ Trezor ยืนยันว่ากุญแจส่วนตัวและคำสำรองไม่ได้รั่ว ตราบใดที่คุณไม่เคยพิมพ์คำสำรองลงอุปกรณ์ที่ต่อเน็ต เงินยังปลอดภัย

ถาม: ต้องย้ายเหรียญไปกระเป๋าใหม่ไหม?
ตอบ: ไม่จำเป็น เพราะคำสำรองไม่ได้หลุด การย้ายเหรียญมีค่าธรรมเนียมและมีความเสี่ยงจากความผิดพลาดเอง ควรย้ายก็ต่อเมื่อคุณสงสัยว่าคำสำรองของตัวเองถูกเปิดเผยเท่านั้น

ถาม: คนไทยได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่?
ตอบ: ชุด 67,000 รายรอบนี้เป็นลูกค้าสหรัฐฯ แต่ข้อมูลรอบแรก (คำสั่งซื้อ พ.ค.–ส.ค. 2026) ไม่ได้ระบุจำกัดเฉพาะสหรัฐฯ ใครสั่งซื้อช่วงนั้นควรเช็คอีเมลแจ้งเตือนจาก Trezor

ถาม: จะรู้ได้อย่างไรว่าอีเมลที่ส่งมาเป็นของจริง?
ตอบ: อย่าตัดสินจากหน้าตาอีเมล ให้พิมพ์ trezor.io เข้าเว็บเองแล้วเช็คประกาศจากในเว็บ และจำไว้ว่าไม่มีอีเมลจริงฉบับใดขอคำสำรองจากคุณ

แหล่งอ้างอิง

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปร
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1