หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าวต่างประเทศTrezor ยอมรับข้อมูลลูกค้ารั่วเพิ่มอีก 6.7 หมื่นราย — ปมคือข้อมูลเก่าที่บริษัทขนส่งบอกว่าลบไปแล้ว

Trezor ยอมรับข้อมูลลูกค้ารั่วเพิ่มอีก 6.7 หมื่นราย — ปมคือข้อมูลเก่าที่บริษัทขนส่งบอกว่าลบไปแล้ว

Bybit — เทรด Futures โบนัส $30,000OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX

Trezor ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตสัญชาติเช็ก ออกมาอัปเดตเหตุข้อมูลรั่วเมื่อ 4 ก.ย. 2026 ว่าเหตุการณ์ที่เคยแจ้งไว้เมื่อกลางเดือนสิงหาคมนั้น “ใหญ่กว่าที่คิด” — ShipMonk บริษัทโลจิสติกส์คู่สัญญาแจ้ง Trezor เมื่อ 2 ก.ย. ว่ามีข้อมูลลูกค้าสหรัฐฯ อีกราว 67,000 ราย ที่สั่งซื้อระหว่าง พ.ย. 2019 ถึง ส.ค. 2021 หลุดออกไปด้วย ทำให้ยอดผู้ได้รับผลกระทบรวมขยับเป็นราว 80,700 ราย ประเด็นที่น่ากังวลกว่าตัวเลขคือ Trezor ระบุว่าเคยได้รับ “หนังสือยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ว่าข้อมูลเก่าถูกลบไปแล้วตามสัญญา แต่ความจริงคือมันยังอยู่ในระบบ

Bitcoin
ราคา Bitcoin (BTC) วันนี้ บิตคอยน์
฿2,724,230.66▼0.75%
ราคา Bitkub ฿2,731,000.00 (พรีเมียม +0.25%)
สูง/ต่ำ 24 ชม. ฿2,763,727.41 / ฿2,713,673.45
ดูกราฟและข้อมูลเต็ม →
ข้อมูลจาก SiamBitcoin Cap · อัปเดต 08:45

เกิดอะไรขึ้น

ย้อนกลับไป 13 ส.ค. 2026 Trezor แจ้งลูกค้าว่าเกิดเหตุข้อมูลรั่วที่ ShipMonk ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าซึ่ง Trezor ใช้เป็นคู่สัญญา โดยตอนนั้นระบุจำนวนผู้ได้รับผลกระทบไว้ที่ 13,689 ราย แบ่งเป็นข้อมูลหลุดแบบเต็ม 11,742 ราย และหลุดบางส่วน 1,947 ราย ครอบคลุมคำสั่งซื้อช่วง 10 พ.ค. – 8 ส.ค. 2026 (อ่านรายละเอียดรอบแรกได้ที่ รายงานของเราเมื่อ 13 ส.ค.)

แต่เมื่อ 2 ก.ย. 2026 ShipMonk กลับมาแจ้ง Trezor ว่าขอบเขตความเสียหายกว้างกว่าเดิมมาก มีชุดข้อมูลเก่าอีกก้อนหนึ่งที่หลุดออกไปด้วย เป็นของลูกค้าในสหรัฐฯ ราว 67,000 ราย ที่สั่งซื้อสินค้า Trezor ระหว่างเดือน พ.ย. 2019 ถึง ส.ค. 2021 — ข้อมูลที่มีอายุ 5-7 ปี

Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก
💡 เมื่อรวมสองรอบเข้าด้วยกัน ยอดผู้ได้รับผลกระทบพุ่งจาก 13,689 เป็นราว 80,700 ราย หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 6 เท่าจากตัวเลขที่แจ้งครั้งแรก
รอบการเปิดเผย วันที่ จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ ช่วงคำสั่งซื้อ
รอบแรก 13 ส.ค. 2026 13,689 ราย 10 พ.ค. – 8 ส.ค. 2026
รอบสอง 4 ก.ย. 2026 ~67,000 ราย (สหรัฐฯ) พ.ย. 2019 – ส.ค. 2021
รวม — ~80,700 ราย —

ข้อมูลอะไรหลุดบ้าง — และอะไรที่ไม่หลุด

ข้อมูลที่หลุดในรอบใหม่นี้ประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่จัดส่ง และหมายเลขคำสั่งซื้อ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่หลุดในรอบแรกแบบเต็ม

💀 สิ่งที่หลุด

ชื่อ-นามสกุล · อีเมล · เบอร์โทรศัพท์ · ที่อยู่จัดส่ง · หมายเลขคำสั่งซื้อ

✅ สิ่งที่ไม่หลุด

Trezor ยืนยันว่าระบบของบริษัทเอง ตัวฮาร์ดแวร์วอลเล็ต คำสำรอง (seed/wallet backup) และกุญแจส่วนตัว ไม่ได้ถูกเจาะ ไม่มีสัญญาณว่าข้อมูลในตัวเครื่องรั่วออกไป

พูดให้ชัดคือ นี่ไม่ใช่การแฮก Trezor และไม่ใช่ช่องโหว่ของตัวอุปกรณ์ เงินในกระเป๋าของลูกค้าไม่ได้ถูกขโมยจากเหตุนี้โดยตรง — สิ่งที่รั่วคือ “ฐานข้อมูลการสั่งซื้อ” ที่อยู่ในมือบริษัทขนส่ง

ปมใหญ่: ข้อมูลที่ถูกสัญญาว่าลบแล้ว แต่ยังอยู่

จุดที่ทำให้เรื่องนี้หนักกว่าข้อมูลรั่วทั่วไป คือคำชี้แจงของ Trezor เองที่ระบุว่า ตลอดช่วงที่ทำงานร่วมกับ ShipMonk บริษัท “ได้รับหนังสือยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าข้อมูลลูกค้าเก่าถูกลบไปแล้วตามข้อกำหนดในสัญญาและตามนโยบายเก็บรักษาข้อมูล”

แต่ความจริงคือ บันทึกคำสั่งซื้อย้อนหลังไปถึงปี 2019 ยังคงนอนอยู่ในระบบของ ShipMonk และหลุดออกไปพร้อมกับข้อมูลชุดใหม่

📌 บทเรียนที่ใช้ได้กับทุกบริการ ไม่ใช่แค่ Trezor: “นโยบายลบข้อมูล” กับ “การลบข้อมูลจริง” เป็นคนละเรื่องกัน ตราบใดที่คุณไม่มีทางตรวจสอบด้วยตัวเอง คุณกำลังฝากความเสี่ยงไว้กับคำสัญญาบนกระดาษ — และคำสัญญานั้นอาจไม่ได้ถูกทำจริงมาแล้วหลายปี

นี่ยังเป็นเหตุผลที่ผู้ใช้คริปโตสายระวังมักย้ำเรื่อง “ลดรอยเท้าข้อมูล” (data footprint) ให้เหลือน้อยที่สุดตั้งแต่ตอนซื้อของ เพราะเมื่อข้อมูลออกจากมือคุณไปแล้ว คุณไม่มีอำนาจควบคุมมันอีกเลย

ทำไมรายชื่อคนซื้อฮาร์ดแวร์วอลเล็ตถึงอันตรายกว่าที่คิด

ข้อมูลชื่อกับที่อยู่ทั่วไปนั้นรั่วกันเป็นเรื่องปกติในยุคนี้ แต่รายชื่อชุดนี้ต่างออกไป เพราะมันคือบัญชี “คนที่เกือบแน่นอนว่าถือคริปโต และถือมากพอที่จะยอมจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์มาเก็บเอง”

🚩 1. ฟิชชิ่งที่ดูน่าเชื่อผิดปกติ

มิจฉาชีพรู้ชื่อจริง เบอร์โทร อีเมล และเลขคำสั่งซื้อของคุณ ทำให้ส่งอีเมลหรือโทรมาแบบอ้างอิงข้อมูลจริงได้ เช่น “คำสั่งซื้อเลข XXXX ของคุณมีปัญหา ต้องยืนยันคำสำรอง” ซึ่งดูน่าเชื่อกว่าฟิชชิ่งทั่วไปมาก

✅ กฎเหล็ก: ไม่มีผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตเจ้าไหนในโลก ขอ 12/24 คำสำรองจากคุณ ไม่ว่าจะทางอีเมล โทรศัพท์ เว็บ หรือจดหมาย — ขอเมื่อไหร่คือมิจฉาชีพ 100%

🚩 2. จดหมายปลอมส่งถึงบ้าน

เพราะที่อยู่จัดส่งหลุดด้วย มิจฉาชีพจึงส่งจดหมายกระดาษที่ดูเป็นทางการ พร้อม QR code หรือ “อุปกรณ์เปลี่ยนใหม่ฟรี” มาถึงหน้าบ้านได้ วิธีนี้เคยถูกใช้จริงกับผู้ใช้ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตยี่ห้ออื่นมาแล้ว และคนมักตายใจกับจดหมายมากกว่าอีเมล

🚩 3. ความเสี่ยงทางกายภาพ

Trezor เองระบุว่าข้อมูลที่รั่วสร้าง “ความเสี่ยงด้านฟิชชิ่งและความปลอดภัยทางกายภาพอย่างมีนัยสำคัญ” เพราะผู้ไม่หวังดีสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์วอลเล็ตคริปโตได้ — พูดตรง ๆ คือมันคือรายชื่อเป้าหมายสำหรับการข่มขู่เอาทรัพย์ถึงบ้าน

มุมคนไทย

ชุดข้อมูล 67,000 รายรอบนี้ระบุชัดว่าเป็นลูกค้าในสหรัฐฯ ดังนั้นคนไทยที่สั่งซื้อในช่วง พ.ย. 2019 – ส.ค. 2021 น่าจะไม่อยู่ในก้อนนี้ แต่ข้อมูลรอบแรก (พ.ค.–ส.ค. 2026) ไม่ได้จำกัดเฉพาะสหรัฐฯ ใครที่สั่ง Trezor ตรงจากเว็บทางการในช่วงกลางปีนี้จึงควรถือว่าตัวเองอาจอยู่ในรายชื่อไว้ก่อน และเช็คอีเมลแจ้งเตือนจาก Trezor ให้ดี

ที่สำคัญกว่านั้นคือ คนไทยจำนวนไม่น้อยซื้อฮาร์ดแวร์วอลเล็ตผ่านตัวแทนจำหน่าย มาร์เก็ตเพลส หรือร้านค้าออนไลน์ในประเทศ ซึ่งหมายความว่าข้อมูลชื่อ-ที่อยู่-เบอร์โทรของคุณกระจายอยู่ในระบบของผู้ค้ารายย่อยและบริษัทขนส่งไทยอีกหลายทอด และแทบไม่มีใครรู้ว่านโยบายเก็บ/ลบข้อมูลของแต่ละเจ้าเป็นอย่างไร กรณี ShipMonk จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว — มันคือภาพจำลองของสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับห่วงโซ่การจัดส่งในบ้านเราเหมือนกัน และซ้ำเติมด้วยข้อเท็จจริงว่าการซื้อผ่านตัวแทนที่ไม่ใช่ช่องทางทางการยังเสี่ยงเจออุปกรณ์ที่ถูกดัดแปลงมาก่อนถึงมือคุณด้วย

สิ่งที่ควรทำถ้าคุณเคยสั่ง Trezor

  • เช็คอีเมลที่ใช้สั่งซื้อ ว่ามีหนังสือแจ้งเตือนจาก Trezor หรือไม่ (แต่อย่ากดลิงก์ในอีเมล — พิมพ์ trezor.io เองในเบราว์เซอร์)
  • ตั้งสมมติฐานว่าอีเมล/เบอร์โทร/ที่อยู่ของคุณอยู่ในมือมิจฉาชีพแล้ว และปฏิบัติกับข้อความเข้าทุกช่องทางแบบไม่ไว้ใจไว้ก่อน
  • เปิด 2FA แบบแอป (ไม่ใช่ SMS) กับอีเมลหลักและบัญชีเว็บเทรดทุกที่
  • ห้ามพิมพ์คำสำรองลงอุปกรณ์ที่ต่อเน็ต ไม่ว่าใครจะอ้างเหตุผลอะไร
  • ถ้ามีคนโทรมาอ้างเป็น Trezor หรือบริษัทขนส่ง ให้วางสายแล้วติดต่อกลับผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
  • พิจารณาสั่งซื้ออุปกรณ์รอบหน้าด้วยอีเมลแยก และรับของที่ตู้รับพัสดุ/ที่ทำงาน แทนที่อยู่บ้าน
✅ ข้อควรจำ: ข้อมูลรั่วรอบนี้ไม่ได้ทำให้เหรียญในกระเป๋าคุณเสี่ยงโดยตรง ถ้าคำสำรองยังอยู่กับคุณคนเดียวและไม่เคยถูกพิมพ์ลงเครื่องที่ต่อเน็ต — คุณไม่จำเป็นต้องย้ายเหรียญด่วน สิ่งที่ต้องยกการ์ดคือ “คนที่จะติดต่อมาหาคุณ” ต่างหาก

สรุป

1

ยอดพุ่งเป็น 80,700 ราย

ShipMonk แจ้ง Trezor เมื่อ 2 ก.ย. ว่ามีลูกค้าสหรัฐฯ อีก 67,000 ราย (สั่งซื้อ พ.ย. 2019 – ส.ค. 2021) หลุดเพิ่มจาก 13,689 รายที่แจ้งไว้เดือน ส.ค.

2

กุญแจและคำสำรองปลอดภัย

Trezor ยืนยันระบบตัวเอง ตัวเครื่อง คำสำรอง และกุญแจส่วนตัวไม่ถูกแตะ ข้อมูลที่รั่วคือฐานข้อมูลการจัดส่งของคู่สัญญา

3

คำสัญญาว่า “ลบแล้ว” ที่ไม่เป็นจริง

Trezor ระบุว่าได้รับหนังสือยืนยันซ้ำ ๆ ว่าข้อมูลเก่าถูกลบตามสัญญา แต่บันทึกย้อนหลัง 5-7 ปียังอยู่ในระบบจริง

4

ความเสี่ยงคือฟิชชิ่งและตัวบุคคล

รายชื่อพร้อมที่อยู่ของคนที่ถือฮาร์ดแวร์วอลเล็ต = บัญชีเป้าหมายสำหรับหลอกลวงและข่มขู่เอาทรัพย์ ไม่ใช่แค่สแปมธรรมดา

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: เหรียญในเครื่อง Trezor ของผมเสี่ยงไหม?
ตอบ: ไม่เสี่ยงโดยตรงจากเหตุนี้ Trezor ยืนยันว่ากุญแจส่วนตัวและคำสำรองไม่ได้รั่ว ตราบใดที่คุณไม่เคยพิมพ์คำสำรองลงอุปกรณ์ที่ต่อเน็ต เงินยังปลอดภัย

ถาม: ต้องย้ายเหรียญไปกระเป๋าใหม่ไหม?
ตอบ: ไม่จำเป็น เพราะคำสำรองไม่ได้หลุด การย้ายเหรียญมีค่าธรรมเนียมและมีความเสี่ยงจากความผิดพลาดเอง ควรย้ายก็ต่อเมื่อคุณสงสัยว่าคำสำรองของตัวเองถูกเปิดเผยเท่านั้น

ถาม: คนไทยได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่?
ตอบ: ชุด 67,000 รายรอบนี้เป็นลูกค้าสหรัฐฯ แต่ข้อมูลรอบแรก (คำสั่งซื้อ พ.ค.–ส.ค. 2026) ไม่ได้ระบุจำกัดเฉพาะสหรัฐฯ ใครสั่งซื้อช่วงนั้นควรเช็คอีเมลแจ้งเตือนจาก Trezor

ถาม: จะรู้ได้อย่างไรว่าอีเมลที่ส่งมาเป็นของจริง?
ตอบ: อย่าตัดสินจากหน้าตาอีเมล ให้พิมพ์ trezor.io เข้าเว็บเองแล้วเช็คประกาศจากในเว็บ และจำไว้ว่าไม่มีอีเมลจริงฉบับใดขอคำสำรองจากคุณ

แหล่งอ้างอิง

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปรBitget — Copy Trade เซียนระดับโลก
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด