The Sandbox เกมเมตาเวิร์สรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของวงการ ถูกเจาะสัญญาโทเคนข้ามเชนบนเครือข่าย Base เมื่อเช้าวันที่ 22 สิงหาคม 2026 แฮกเกอร์ยึดสิทธิ์ปั๊มเหรียญได้แบบไม่จำกัด แล้วเสกเหรียญ SAND ออกมากว่า 500 ล้านเหรียญ คิดเป็นราว 17% ของอุปทานทั้งหมด ก่อนทีมงานจะสั่งปิดสะพานข้ามเชนทั้ง Base และ BNB Chain ขณะที่ตลาดเกาหลี Bithumb ประกาศระงับฝาก-ถอน SAND ทันที
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้นกับ The Sandbox
เช้าวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2026 นักวิเคราะห์ความปลอดภัยออนเชนตรวจพบธุรกรรมผิดปกติจำนวนมหาศาลบนเครือข่าย Base ซึ่งเป็น Layer 2 ของ Coinbase โดยมีการสร้างเหรียญ SAND ขึ้นมาใหม่แบบรัวๆ ต่อเนื่องกว่า 400 ธุรกรรม
ต้นเหตุคือสัญญาอัจฉริยะของโทเคน SAND เวอร์ชันข้ามเชนบน Base ที่ใช้มาตรฐาน OFT (Omnichain Fungible Token) ของ LayerZero แฮกเกอร์สามารถยึดสิทธิ์การปั๊มเหรียญ (mint) ของสัญญานี้ไปได้ ทำให้เสกเหรียญ SAND ที่ไม่มีของจริงหนุนหลังออกมาได้ไม่จำกัด
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| เหยื่อ | The Sandbox (SAND) — เกมเมตาเวิร์สบนบล็อกเชน |
| เครือข่ายที่โดน | Base เป็นหลัก และลามไปถึง BNB Smart Chain |
| เครือข่ายที่ปลอดภัย | Ethereum และ Polygon ไม่ได้รับผลกระทบ |
| รูปแบบการโจมตี | Infinite Mint — ยึดสิทธิ์ปั๊มเหรียญไม่จำกัด |
| ปริมาณเหรียญที่ถูกปั๊ม | กว่า 500 ล้าน SAND (ราว 17% ของอุปทาน 3 พันล้านเหรียญ) |
| จำนวนธุรกรรม | มากกว่า 400 ธุรกรรม |
| ความเสียหายจริง | ราว 14.75 ล้าน SAND (ราว 675,000 ดอลลาร์) และ ETH อีกราว 79.74 เหรียญ |
แฮกเกอร์เจาะเข้าไปได้ยังไง
โทเคนที่วิ่งข้ามหลายบล็อกเชนไม่ได้ “ย้าย” เหรียญไปจริงๆ แต่ใช้วิธีล็อกเหรียญต้นทางไว้ แล้วปั๊มเหรียญตัวแทนออกมาบนเชนปลายทาง มาตรฐาน OFT ของ LayerZero ทำหน้าที่นี้ โดยสัญญาบนแต่ละเชนจะมีสิทธิ์ปั๊มและเผาเหรียญของตัวเอง
ปัญหาคือสิทธิ์ก้อนนี้แยกขาดจากสัญญาต้นทางบน Ethereum ถ้าใครยึดสิทธิ์ผู้ดูแล (delegate) ของสัญญาปลายทางได้ ก็เท่ากับได้เครื่องพิมพ์เหรียญไปทั้งเครื่อง โดยที่เหรียญต้นทางบน Ethereum ยังอยู่ครบไม่ถูกแตะต้อง
รายงานจากนักวิเคราะห์ระบุว่าแฮกเกอร์ใช้ช่องทางฟังก์ชัน approveAndCall เพื่อเลี่ยงการตรวจสิทธิ์ แล้วสวมสิทธิ์ผู้ดูแลสัญญา จากนั้นจึงเริ่มปั๊มเหรียญและทยอยเทขายเข้าแหล่งสภาพคล่องบนเชนนั้นเพื่อแลกเป็น ETH
- ดูว่าเหรียญนั้นมีเวอร์ชันบนหลายเชนหรือไม่ ถ้ามีให้ถามต่อว่าใช้สะพานแบบไหน
- เช็คว่าสัญญาบนเชนรองมีสิทธิ์ mint แยกจากเชนหลักหรือเปล่า
- ถือเหรียญไว้บนเชนหลัก (เช่น Ethereum) จะเสี่ยงน้อยกว่าเชนรองเสมอ
- ถ้าจำเป็นต้องข้ามเชน ให้ข้ามตอนใช้งานจริง อย่าทิ้งไว้บนเชนรองนานๆ
ตัวเลข 49 พันล้านดอลลาร์ กับความเสียหายจริง
ตัวเลขที่ถูกพาดหัวกันมากที่สุดคือ “มูลค่า 49 พันล้านดอลลาร์” ซึ่งฟังดูใหญ่กว่าเหตุแฮกทุกครั้งในประวัติศาสตร์คริปโตรวมกัน แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงมูลค่าหน้าตั๋วของเหรียญปลอมที่ถูกเสกออกมาเท่านั้น ไม่ใช่เงินที่แฮกเกอร์ได้ไปจริง
เหตุผลง่ายๆ คือเหรียญปลอมจำนวนมหาศาลขนาดนั้นขายไม่ออก แหล่งสภาพคล่องบนเชนมีเงินรองรับจำกัด พอแฮกเกอร์เริ่มเทขาย ราคาในพูลก็ดิ่งทันที สุดท้ายจึงถอนออกไปได้แค่หลักแสนดอลลาร์
💀 ตัวเลขหน้าตั๋ว
SAND ปลอมมูลค่ารวมราว 49 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ใช้พาดหัวได้ แต่ไม่มีความหมายทางการเงินจริง
⚠️ เงินที่ได้ไปจริง
ราว 675,000 ดอลลาร์ บวก ETH อีกราว 79.74 เหรียญ ซึ่งคือความเสียหายที่ผู้ให้สภาพคล่องต้องแบกจริง
ทีมงานและตลาดตอบสนองยังไง
The Sandbox ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าตรวจพบช่องโหว่และควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว พร้อมระบุว่าผลกระทบคิดเป็น “น้อยกว่า 0.01% ของอุปทาน SAND ทั้งหมด” มาตรการที่ทีมงานทำมีดังนี้
- ปิดการใช้งานสะพานข้ามเชนบนทั้ง Base และ BNB Chain ทันที
- ยืนยันว่าสัญญาบน Ethereum และ Polygon ไม่ได้รับผลกระทบ
- ประกาศชดเชยผู้ให้สภาพคล่องที่เข้าเกณฑ์ โดยอ้างอิงภาพสถานะเครือข่ายก่อนเกิดเหตุ
- อยู่ระหว่างตรวจสอบสัญญาเวอร์ชันข้ามเชนทั้งหมดอีกรอบ
ฝั่งตลาดซื้อขาย Bithumb ของเกาหลีใต้สั่งระงับการฝากและถอน SAND ชั่วคราว ส่วน Upbit ออกประกาศเตือนนักลงทุนถึงความเคลื่อนไหวผิดปกติของเหรียญ
ที่น่าแปลกใจคือราคา SAND ไม่ได้พังยับอย่างที่หลายคนคาด หลังข่าวแพร่ออกไป ราคากลับขยับขึ้นราว 4.76% ขณะที่ปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้นกว่า 400% ส่วนหนึ่งเพราะตลาดคริปโตโดยรวมอยู่ในภาวะขาขึ้นแรงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพราะนักลงทุนเริ่มเข้าใจว่าความเสียหายจริงเล็กกว่าพาดหัวมาก
ทำไมโทเคนข้ามเชนถึงโดนซ้ำแล้วซ้ำอีก
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกของปี 2026 และไม่ใช่ครั้งแรกของโทเคนที่ใช้มาตรฐาน OFT รูปแบบการโจมตีซ้ำเดิมคือ ยึดสิทธิ์ปั๊มเหรียญบนเชนรอง แล้วเทขายเข้าพูลสภาพคล่อง
| เหตุการณ์ | ช่วงเวลา | ลักษณะ |
|---|---|---|
| KelpDAO (rsETH) | เมษายน 2026 | ถูกเจาะสะพาน ปั๊มเหรียญมูลค่าหน้าตั๋ว 292 ล้านดอลลาร์ กระจายค้างบน 20 เชน |
| StakeDAO | พฤษภาคม 2026 | กุญแจผู้ปล่อยสัญญารั่ว ปั๊มเหรียญ 5.4 ล้านล้านหน่วย แต่ถอนเงินจริงได้แค่ราว 91,000 ดอลลาร์ |
| The Sandbox (SAND) | 22 สิงหาคม 2026 | ยึดสิทธิ์ผู้ดูแลสัญญาบน Base ปั๊มกว่า 500 ล้านเหรียญ |
จุดร่วมของทั้งสามเคสคือ ตัวโปรโตคอลข้ามเชนเองไม่ได้พัง แต่การตั้งค่าสิทธิ์ของ “สัญญาโทเคน” บนเชนปลายทางถูกยึด นี่คือช่องว่างที่ทีมงานโปรเจกต์ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ผู้ให้บริการสะพาน
สรุปสิ่งที่นักลงทุนต้องทำ
เช็คว่าถือเหรียญอยู่บนเชนไหน
ถ้าถือ SAND อยู่บน Base หรือ BNB Chain ให้รอทีมงานยืนยันความปลอดภัยก่อน อย่าเพิ่งย้ายไปมาระหว่างเชน
อย่าตกใจกับตัวเลขพาดหัว
มูลค่าเหรียญที่ถูกปั๊มกับเงินที่หายจริงเป็นคนละเรื่อง ดูตัวเลขความเสียหายที่แท้จริงก่อนตัดสินใจเทขาย
ระวังเหรียญเวอร์ชันเชนรอง
เหรียญตัวเดียวกันบนคนละเชนมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน เชนหลักที่มีเหรียญต้นฉบับมักปลอดภัยกว่าเสมอ
ติดตามประกาศชดเชย
ถ้าเป็นผู้ให้สภาพคล่องในพูล SAND บนเชนที่โดน ให้ติดตามเงื่อนไขการชดเชยจากทีมงานอย่างใกล้ชิด








