คณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐฯ (CFTC) เปิดประกาศรับฟังความเห็นล่วงหน้า (ANPRM) เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เสนอกรอบกฎหมายใหม่ 2 ชุดคือ Regulation CTX และ Regulation CAM เพื่อคุมการเทรดคริปโตที่มีเลเวอเรจ มาร์จิ้น หรือไฟแนนซ์ พร้อมเปิดทางให้เอ็กซ์เชนจ์คริปโตเลือกขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานกำกับระดับรัฐบาลกลางได้ หลังร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่เคยหวังให้เป็นกติกากลางของตลาดคริปโตล้มไม่ผ่านวุฒิสภาเมื่อเดือนก่อน
1) CFTC เสนอกฎ Regulation CTX-CAM คุมเทรดคริปโตที่มีเลเวอเรจ/มาร์จิ้น เปิดทางขึ้นทะเบียนรัฐบาลกลางแบบสมัครใจ
2) อิงกฎ Dodd-Frank ปี 2010 เอ็กซ์เชนจ์ที่ไม่มีเลเวอเรจยังอยู่ใต้ใบอนุญาตโอนเงินระดับรัฐได้ตามปกติ
3) เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ 60 วัน หลังประกาศใน Federal Register ก่อนร่างเป็นกฎจริง
Regulation CTX-CAM คืออะไร
ตามรายงานของ Decrypt และ The Defiant กรอบกฎหมายนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนทำงานคู่กัน:
| กรอบกฎหมาย | คุมอะไร |
|---|---|
| Regulation CTX (Crypto Asset Transactions) |
เทรดคริปโตรายย่อยที่มีเลเวอเรจ มาร์จิ้น หรือไฟแนนซ์ ให้ตกอยู่ใต้การกำกับของ CFTC ตามกฎ Dodd-Frank ปี 2010 — ยกเว้นกรณี “actual delivery” ที่ลูกค้าถือกุญแจส่วนตัวในกระเป๋า non-custodial ของตัวเองภายใน 28 วัน |
| Regulation CAM (Crypto Asset Markets) |
สร้างสถานะใบอนุญาตใหม่ “Crypto Asset Market” ปรับจากสถานะ Designated Contract Market ที่เอ็กซ์เชนจ์ฟิวเจอร์สใช้อยู่แล้ว เทรดต้องผ่านโบรกเกอร์ Futures Commission Merchant ที่คุมด้วยกฎ AML และอาจต้องมี proof-of-reserves |
เอ็กซ์เชนจ์ที่เลือกขึ้นทะเบียน CAM สามารถสมัครเป็นทั้งโบรกเกอร์และศูนย์ชำระราคาของตัวเองได้ ส่วนแพลตฟอร์มออนเชนที่โอนโทเคนตรงเข้ากระเป๋าผู้ใช้ทันที (อย่างโปรโตคอล DeFi ส่วนใหญ่) มักเข้าเกณฑ์ “actual delivery” จึงหลุดจากการกำกับนี้โดยอัตโนมัติ
ทำไมออกกฎตอนนี้
จังหวะนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ — เดือนก่อน (กันยายน 2569) ร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่หลายฝ่ายหวังว่าจะเป็นกติกากลางแบ่งอำนาจกำกับคริปโตระหว่าง SEC กับ CFTC อย่างชัดเจน ล้มไม่ผ่านวุฒิสภา ทำให้ CFTC ต้องเดินหน้าออกกฎของตัวเองตามที่ประธาน ไมเคิล เซลิก (Michael Selig) เคยประกาศไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมว่าจะเขียนกฎเองหากสภาทำไม่สำเร็จ ก่อนส่งกรอบนี้ให้ทำเนียบขาวพิจารณาในเดือนกันยายน และเปิด ANPRM อย่างเป็นทางการในที่สุด
เซลิกระบุว่ากฎนี้ “ออกแบบมาเพื่อป้องกันการกระทำฉ้อโกงอย่างกรณี FTX ไม่ใช่แค่ดำเนินคดีหลังเกิดเหตุไปแล้ว” พร้อมวิจารณ์แนวทาง “กำกับผ่านการบังคับคดี” ในยุคไบเดนที่ CFTC ฟ้อง Kraken, Ooki DAO และ Uniswap ว่าไม่ช่วยสร้างความชัดเจนให้ตลาด
มุมไทย กระทบนักลงทุนแค่ไหน
กฎนี้คุมเฉพาะเอ็กซ์เชนจ์ที่ให้บริการลูกค้าในสหรัฐฯ โดยตรง จึงยังไม่กระทบนักเทรดไทยที่ใช้งานกระดานต่างประเทศอย่าง OKX, Bybit หรือ Binance Futures ในทันที แต่สะท้อนทิศทางที่หน่วยงานกำกับทั่วโลกกำลังเข้มงวดกับผลิตภัณฑ์เลเวอเรจมากขึ้น ขณะที่ฝั่งไทย ก.ล.ต. เองก็คุมเอ็กซ์เชนจ์ที่มีใบอนุญาตผ่าน พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลอยู่แล้ว การที่สหรัฐฯ เริ่มวางกรอบชัดเจนแบบนี้อาจเป็นต้นแบบให้ไทยพิจารณาปรับเกณฑ์ futures/margin ของกระดานในประเทศตามมาในระยะต่อไป
ด้านราคา Bitcoin ล่าสุดเทรดอยู่ที่ประมาณ 85,447 ดอลลาร์ (ราว 2.87 ล้านบาท) ลดลงเล็กน้อย 0.7% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะตลาดจับตารายงานการประชุม Fed เดือนกันยายนที่จะออกคืนนี้ ส่วนบรรยากาศการลงทุนยังได้แรงหนุนจากงาน Token2049 สิงคโปร์ที่กำลังจัดขึ้นวันที่ 7-8 ตุลาคมนี้ ดึงผู้ร่วมงานกว่า 25,000 คนจากทั่วโลก
ขั้นต่อไป
หลัง ANPRM ลงประกาศใน Federal Register สาธารณะจะมีเวลา 60 วันในการส่งความเห็นกลับไปยัง CFTC ก่อนหน่วยงานนำไปร่างเป็นกฎบังคับใช้จริงอีกครั้ง ซึ่งขั้นตอนนี้ยังอยู่ไกลจากการบังคับใช้จริง — เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการรับฟังความเห็นเท่านั้น
ไม่บังคับ เป็น “ทางเลือก” ให้ขึ้นทะเบียนรัฐบาลกลาง เอ็กซ์เชนจ์ที่ไม่มีเลเวอเรจยังใช้ใบอนุญาตโอนเงินระดับรัฐได้ตามปกติ
ยังไม่กระทบตรง เพราะเป็นกฎของสหรัฐฯ ที่เน้นเอ็กซ์เชนจ์ที่ให้บริการลูกค้าในสหรัฐฯ แต่สะท้อนทิศทางกำกับคริปโตทั่วโลกที่เข้มขึ้นเรื่อยๆ
ได้ มีเวลาส่งความเห็นสาธารณะ 60 วันหลังประกาศลง Federal Register ก่อนร่างกฎจริงจะออกมา
ที่มา: Decrypt, The Defiant





















