เกิดเหตุไม่ธรรมดาในวงการคริปโต — BounceBit โปรเจกต์ CeDeFi ที่มี YZi Labs (เดิมคือ Binance Labs) หนุนหลัง ประกาศ “ปิดบล็อกเชนของตัวเองอย่างถาวร” หลังถูกแฮกเกอร์เจาะช่องโหว่ระดับตัวเชน ดูดเหรียญ BB ออกไป 286.5 ล้านเหรียญ มูลค่าราว 3.1 ล้านดอลลาร์ ทีมงานตัดสินใจไม่ซ่อม แต่ย้ายทั้งระบบไปอยู่บน BNB Chain แทน พร้อมย้อน Snapshot ตัดเหรียญที่ถูกขโมยทิ้งทั้งหมด
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้นกับ BounceBit
ระหว่างวันพุธถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แฮกเกอร์พบช่องโหว่ในระบบตรวจสอบสิทธิ์ (authorization) ของบล็อกเชน BounceBit ซึ่งเป็นเชน Layer 1 ที่สร้างบนโค้ดเบส Evmos
ช่องโหว่นี้เปิดทางให้ผู้เรียกใช้สมาร์ตคอนแทรกต์สามารถ “ระบุบัญชีอื่น” เป็นแหล่งเงินทุนได้ โดยระบบไม่ตรวจสอบว่าเจ้าของบัญชีนั้นอนุญาตหรือไม่ ผลคือแฮกเกอร์ดูดเหรียญออกจากบัญชีบนเมนเน็ต 9 บัญชี รวม 286.5 ล้าน BB โดยเจ้าของไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| เหรียญที่ถูกดูด | 286.5 ล้าน BB (ราว 3.1 ล้านดอลลาร์) |
| บัญชีที่โดน | 9 บัญชีบนเมนเน็ต |
| ต้นตอ | ช่องโหว่ระบบตรวจสอบสิทธิ์ในตัวเชน (Evmos-based) |
| เวลาตอบสนอง | หยุดผลิตบล็อกภายในราว 40 นาทีหลังเริ่มโจมตี |
| บล็อกที่หยุด | ความสูง 20,702,857 |
| Snapshot ก่อนโดน | ความสูง 20,697,260 |
ไม่ใช่กระเป๋าคุณพัง — ตัวเชนพังเอง
ประเด็นที่ทีมงานย้ำหนักแน่นคือ เหตุการณ์นี้ ไม่ได้เกิดจากผู้ใช้ทำอะไรผิด
💀 สิ่งที่พัง
ตัวซอฟต์แวร์บล็อกเชนเอง — ตรรกะตรวจสอบสิทธิ์ระดับโปรโตคอลปล่อยให้ระบุบัญชีอื่นเป็นแหล่งเงินได้
✅ สิ่งที่ไม่ได้พัง
ไม่มี Private Key รั่ว ไม่มีลายเซ็นถูกปลอม ไม่มีกระเป๋า ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต หรือบัญชีเว็บเทรดถูกเจาะ
พูดง่ายๆ คือ ต่อให้คุณเก็บเหรียญไว้ใน Hardware Wallet เก็บ Seed Phrase อย่างดี ไม่เคยกด Approve มั่ว ก็ยังโดนได้อยู่ดี เพราะรูอยู่ที่ “พื้นบ้าน” ไม่ใช่ที่ “ประตูบ้าน” ของผู้ใช้
ทำไมถึงเลือก “ปิดเชน” แทนที่จะซ่อม
ปกติเวลาบล็อกเชนโดนเจาะ ทีมงานจะแพตช์โค้ด แล้วรีสตาร์ตเครือข่ายใหม่ แต่ BounceBit เลือกทางที่แรงกว่านั้นมาก คือ เลิกใช้เชน Layer 1 ของตัวเองถาวร แล้วย้ายทุกอย่างไปอยู่บน BNB Chain
🚩 1. โค้ดเบส Evmos ถูกยกเลิกไปแล้ว
BounceBit สร้างบน Evmos ซึ่งประกาศยุติการพัฒนาไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 เมื่อไม่มีทีมต้นทางดูแลต่อ การไล่ซ่อมและรับประกันความปลอดภัยระยะยาวจึงยากมาก
🚩 2. ผู้ใช้ส่วนใหญ่อยู่บน BNB Chain อยู่แล้ว
ทีมงานระบุว่าผลิตภัณฑ์และกิจกรรมของผู้ใช้ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่บน BNB Chain มาสักพักแล้ว การรักษาเชนของตัวเองไว้จึงมีต้นทุนสูงกว่าประโยชน์ที่ได้
🚩 3. ตัดปัญหาให้จบในครั้งเดียว
ย้ายไปอยู่บนเชนที่มีชุด Validator ใหญ่และมีทีมดูแลต่อเนื่อง แทนที่จะแบกความเสี่ยงจากโค้ดเบสที่ไม่มีใครดูแลต่อไปเรื่อยๆ
คนถือเหรียญ BB ต้องทำอะไรบ้าง
ข่าวดีสำหรับผู้ถือเหรียญคือ กระบวนการย้ายเป็นแบบอัตโนมัติ
- BB จะถูกออกใหม่เป็นโทเคนมาตรฐาน BEP-20 บน BNB Chain
- ยอดคงเหลือใหม่อ้างอิงจาก Snapshot ที่บล็อก 20,697,260 ซึ่งเป็นช่วง ก่อน ถูกโจมตี
- เหรียญ 286.5 ล้าน BB ที่ถูกขโมย จะไม่ถูกนับรวมในซัพพลายใหม่ = แฮกเกอร์ได้ของไร้ค่า
- เครดิตเข้าแอดเดรสบน BNB Chain ที่ตรงกันโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องย้ายเอง
- ทีมงานประสานกับเว็บเทรดต่างๆ เพื่อไม่ให้ลูกค้าเสียหาย
ส่วนผลิตภัณฑ์ฝั่ง CeDeFi Strategy, Promo Vaults, Prime และสินทรัพย์โลกจริง (RWA) ทีมงานยืนยันว่า ไม่ได้รับผลกระทบ และยังเดินหน้าต่อตามปกติ เพราะไม่ได้พึ่งพาเชน Layer 1 ที่ถูกปิด
บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทย
BounceBit ก่อตั้งช่วงต้นปี 2024 ระดมทุนรอบ Seed ได้ 6 ล้านดอลลาร์ นำโดย Blockchain Capital และ Breyer Capital และมี YZi Labs หนุนหลัง — คือมีทั้งเงิน ทั้งชื่อ ทั้งทีม แต่ก็ยังโดน
- เชนที่สร้างบนโค้ดเบสของคนอื่น ต้องเช็กว่าโค้ดเบสนั้นยังมีทีมดูแลอยู่ไหม
- โปรเจกต์มี VC ดังหนุนหลัง ไม่ได้แปลว่าโค้ดปลอดภัย
- เหรียญที่อยู่บน Layer 1 ของตัวเอง เสี่ยงกว่าเหรียญบนเชนใหญ่ที่ผ่านการรบมาเยอะ
- ดูว่าทีมมีแผนรับมือฉุกเฉินไหม — หยุดบล็อกใน 40 นาทีคือตัวชี้วัดที่ดี
- อย่าเก็บทุนทั้งก้อนไว้บนเชนเล็กเชนเดียว
อีกมุมที่น่าสนใจคือ การที่ทีมกล้า “ฆ่าเชนตัวเอง” แล้วยอมย้ายไปอยู่ใต้ร่มเชนใหญ่ สะท้อนเทรนด์ที่เริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2026 — ยุคที่ทุกโปรเจกต์ต้องมี Layer 1 ของตัวเองกำลังจะจบลง เพราะต้นทุนความปลอดภัยสูงเกินกว่าที่โปรเจกต์ขนาดกลางจะแบกไหว
สรุป
โดนเจาะระดับโปรโตคอล
ช่องโหว่ตรวจสอบสิทธิ์บนเชน Evmos ทำให้ถูกดูด 286.5 ล้าน BB จาก 9 บัญชี ราว 3.1 ล้านดอลลาร์
ปิดเชนถาวร ไม่ซ่อม
เพราะโค้ดเบส Evmos เลิกพัฒนาไปตั้งแต่ พ.ค. 2026 ซ่อมแล้วก็ยังเสี่ยงระยะยาว
ย้ายไป BNB Chain อัตโนมัติ
BB ออกใหม่เป็น BEP-20 อ้างอิง Snapshot ก่อนโดนแฮก ผู้ถือไม่ต้องทำอะไรเอง
แฮกเกอร์ได้ของไร้ค่า
เหรียญที่ขโมยไปไม่ถูกนับในซัพพลายใหม่ — เป็นข้อดีของการย้ายเชนแบบ Snapshot








