Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 13, 2026
หน้าแรกบทความวิธีเช็กและเพิกถอน Token Approval ก่อนโดนดูดกระเป๋าเกลี้ยง 2026 — ทำเองทุกเชนใน 10 นาที

วิธีเช็กและเพิกถอน Token Approval ก่อนโดนดูดกระเป๋าเกลี้ยง 2026 — ทำเองทุกเชนใน 10 นาที

Bybit — เทรด Futures โบนัส $30,000

กระเป๋าคริปโตส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกแฮกด้วยการเดารหัส แต่ถูกดูดด้วย “สิทธิ์” ที่เจ้าของกดอนุมัติไปเองเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วลืมสนิท สิทธิ์ตัวนั้นเรียกว่า Token Approval มันไม่หมดอายุ ไม่แจ้งเตือน และรออยู่เงียบ ๆ จนวันที่คุณมีเงินในกระเป๋ามากพอ บทความนี้พาไล่เช็กและเพิกถอนสิทธิ์ค้างทั้งหมดด้วยตัวเอง ทั้งฝั่ง EVM ฝั่ง Solana และชั้นใหม่ปี 2026 ที่การกด Revoke อย่างเดียวไม่พอ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

Token Approval คืออะไร และทำไมมันถึงอันตราย

เวลาคุณจะสวอปเหรียญบน DEX ฝากเหรียญเข้าฟาร์ม หรือลิสต์ NFT ขาย ระบบจะให้คุณเซ็นสองครั้ง ครั้งแรกคือ Approve ครั้งที่สองคือธุรกรรมจริง หลายคนงงว่าทำไมต้องสองครั้ง คำตอบคือมาตรฐาน ERC-20 ออกแบบให้สัญญาอัจฉริยะหยิบเหรียญออกจากกระเป๋าคุณเองไม่ได้ ต้องให้คุณ “อนุญาต” ไว้ก่อนว่าให้หยิบได้เท่าไร

ปัญหาอยู่ที่คำว่า เท่าไร เพราะแอปส่วนใหญ่ตั้งค่าเริ่มต้นเป็น ไม่จำกัด เพื่อให้คุณไม่ต้องมาเซ็นซ้ำทุกครั้ง สะดวกจริง แต่แปลว่าสัญญานั้นหยิบเหรียญตัวนั้นออกจากกระเป๋าคุณได้ทั้งหมด ตลอดไป จนกว่าคุณจะไปยกเลิกเอง

Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก
💡 เปรียบเทียบให้เห็นภาพ การกด Approve แบบไม่จำกัด เหมือนเซ็นเช็คเปล่าทิ้งไว้ให้ร้านค้าหนึ่งร้าน แล้วเดินจากไป ตราบใดที่คุณไม่ไปแจ้งอายัด เช็คใบนั้นยังใช้ได้เสมอ ต่อให้ร้านนั้นปิดไปแล้ว เปลี่ยนเจ้าของ หรือถูกแฮกในอีกสองปีข้างหน้าก็ตาม

นี่คือเหตุผลที่สัญญาเก่าที่ถูกแฮกภายหลัง กลายเป็นช่องทางดูดเงินคนที่เคยใช้มันเมื่อนานมาแล้ว โดยที่เหยื่อไม่ได้ทำอะไรผิดเลยในวันเกิดเหตุ

ตัวเลขที่ทำให้ต้องรีบเช็กวันนี้

การหลอกให้เซ็นอนุมัติสิทธิ์ หรือที่เรียกว่า approval phishing ไม่ใช่ภัยชายขอบอีกต่อไป แต่เป็นวิธีหลักที่เงินหายจากกระเป๋าส่วนตัว

ประเด็น ภาพรวมที่รายงานกัน แปลว่าอะไรกับเรา
ความเสียหายสะสมจาก approval phishing ระดับพันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2021 เป็นช่องทางที่ได้ผลจริง จึงมีคนทำต่อเนื่อง
ฟิชชิงและวิศวกรรมสังคม ยังเป็นสัดส่วนใหญ่ของเงินที่หายในแต่ละเดือน ไม่ต้องเจาะระบบ แค่หลอกให้เรากดเซ็น
ชุดเครื่องมือดูดกระเป๋าสำเร็จรูป ขายกันเป็นบริการ ใครก็ซื้อมาใช้ได้ คนร้ายไม่ต้องเก่งเทคนิค ก็ยิงได้เป็นวงกว้าง
เว็บ Revoke ปลอม มีการทำเลียนแบบเว็บเพิกถอนสิทธิ์เพื่อดักคนที่ตกใจ ต้องเข้าเว็บจากบุ๊กมาร์กเท่านั้น
จุดที่ควรจำ: ต่อให้คุณไม่เคยกดลิงก์แปลก แต่ถ้าเคยเล่น DeFi หรือเคยล่า Airdrop มาก่อน กระเป๋าคุณเกือบจะแน่นอนว่ามีสิทธิ์ค้างอยู่หลายสิบรายการ การเข้าไปดูครั้งแรกมักทำให้คนตกใจกับจำนวนที่เจอ

5 ประเภทสิทธิ์ที่ต้องแยกให้ออก

คนส่วนใหญ่รู้จักแค่แบบแรก แล้วคิดว่าเคลียร์แบบแรกจบแล้วปลอดภัย ซึ่งไม่จริง

ประเภท เกิดตอนไหน ความเสี่ยง เพิกถอนยังไง
ERC-20 Allowance อนุมัติให้แอปใช้เหรียญ เช่น USDT สูงถ้าตั้งไม่จำกัด ตั้งวงเงินเป็นศูนย์ ผ่านหน้าเพิกถอน
NFT setApprovalForAll ลิสต์ขาย NFT บนมาร์เก็ตเพลส สูงมาก เพราะครอบทั้งคอลเลกชัน ตั้งค่าเป็น false ผ่านหน้าเพิกถอน
Permit Signature เซ็นข้อความ ไม่เสียแก๊ส ดูเหมือนไม่มีอะไร สูง เพราะคนชะล่าใจว่าแค่เซ็น อยู่นอกเชน ยกเลิกตรง ๆ ไม่ได้ ต้องทำให้ลายเซ็นใช้ไม่ได้
Permit2 ใช้สวอปบนแอปยุคใหม่ สูง เพราะเป็นสิทธิ์ก้อนใหญ่ก้อนเดียว เพิกถอนได้ทั้งตัวแม่และสิทธิ์ย่อยที่มีวันหมดอายุ
EIP-7702 Delegation เซ็นมอบอำนาจให้สัญญาคุมกระเป๋า ร้ายแรงที่สุด กระเป๋าหลายเจ้ายังยกเลิกไม่ได้ ต้องย้ายเงินหนี

🔍 จุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด คือ Permit

คนจำนวนมากถูกสอนมาว่า “ถ้าไม่เสียค่าแก๊ส แปลว่าไม่ใช่ธุรกรรม ไม่น่ามีอะไร” มิจฉาชีพรู้เรื่องนี้ดี จึงหันมาใช้หน้าต่างขอ ลายเซ็น แทนธุรกรรม เพราะเหยื่อจะกดผ่านง่ายกว่ามาก

วิธีสังเกต: ถ้าหน้าต่างกระเป๋าขึ้นคำว่า Signature Request แล้วในเนื้อหามีคำว่า Permit พร้อมชื่อเหรียญ จำนวน และที่อยู่ปลายทางที่คุณไม่รู้จัก ให้กดปฏิเสธทันที ลายเซ็นแบบนี้ให้อำนาจเท่ากับการอนุมัติ แต่คุณไม่ได้จ่ายค่าแก๊สเลยไม่ทันเอะใจ

เตรียมตัวก่อนเริ่ม 3 ข้อ

1

รวบรวมที่อยู่กระเป๋าทุกใบ

ไม่ใช่แค่ใบหลัก ให้รวมกระเป๋าล่า Airdrop กระเป๋าทดลอง และกระเป๋าที่เลิกใช้ไปแล้วด้วย เพราะสิทธิ์ค้างมักอยู่ในกระเป๋าที่คนลืม

2

พิมพ์ที่อยู่เว็บเอง อย่าค้นหา

เว็บเพิกถอนสิทธิ์ปลอมมีอยู่จริงและซื้อโฆษณาให้ขึ้นก่อนของจริง คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าโดนหลอกแล้วรีบค้นหาคำว่า revoke คือเหยื่อชั้นดี ให้พิมพ์ที่อยู่เองแล้วบุ๊กมาร์กไว้

3

เตรียมเหรียญค่าแก๊สไว้เล็กน้อย

การเพิกถอนคือธุรกรรมหนึ่งครั้ง จึงต้องมีเหรียญหลักของเชนนั้นติดกระเป๋า เช่น ETH บน Ethereum หรือ BNB บน BNB Chain ถ้าไม่มีจะกดไม่ผ่าน

ขั้นที่ 1 — ส่องสิทธิ์ทั้งหมดโดยยังไม่ต้องต่อกระเป๋า

ข้อดีของเครื่องมืออย่าง Revoke.cash คือคุณ ดูก่อนได้โดยไม่ต้องเชื่อมกระเป๋า ซึ่งปลอดภัยกว่ามากสำหรับรอบสำรวจ

1

ใส่ที่อยู่ในช่องค้นหา

วางที่อยู่กระเป๋าหรือชื่อ ENS ลงในช่องค้นหาบนหน้าแรก ระบบจะดึงรายการสิทธิ์ขึ้นมาให้ดูทันทีแบบอ่านอย่างเดียว

2

เลือกเชนทีละเชน

รายการจะแยกตามเครือข่าย ให้ไล่ดูทุกเชนที่คุณเคยใช้จริง เครื่องมือนี้รองรับเครือข่ายตระกูล EVM มากกว่าร้อยเครือข่าย ทั้ง Ethereum BNB Chain Polygon Arbitrum Base และอื่น ๆ

3

อ่านสามคอลัมน์นี้ให้เป็น

ดูว่า ใคร ได้สิทธิ์ ดูว่าได้ เท่าไร คำว่าไม่จำกัดคือธงแดง และดูว่า อนุมัติไว้เมื่อไร ยิ่งเก่ายิ่งควรล้าง เพราะแอปนั้นคุณอาจไม่ได้ใช้แล้ว

4

จดรายการที่จะล้าง

เรียงลำดับตามมูลค่าเหรียญที่ถืออยู่จริง ไม่ใช่ตามจำนวนสิทธิ์ เพราะเป้าหมายคือปิดความเสี่ยงที่แพงที่สุดก่อน

📌 การส่องแบบไม่เชื่อมกระเป๋ามีข้อดีอีกอย่าง คือคุณเอาที่อยู่ของกระเป๋าเก็บเย็นมาตรวจได้โดยไม่ต้องเอากุญแจออกมาเสียบเครื่องเลย จะเชื่อมก็ต่อเมื่อถึงขั้นตอนกดเพิกถอนจริงเท่านั้น

ขั้นที่ 2 — เพิกถอนของจริง ทีละอันหรือทีเดียวหลายอัน

เมื่อรู้แล้วว่าจะล้างอะไรบ้าง ค่อยเชื่อมกระเป๋า สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลังคือระบบจะเรียกฟังก์ชันเดิมที่ใช้ตอนอนุมัติ แต่ใส่ค่าเป็นศูนย์สำหรับเหรียญ หรือใส่ค่าเป็น false สำหรับ NFT พูดง่าย ๆ คือ การเพิกถอนก็คือการอนุมัติใหม่ให้เท่ากับไม่มีอะไรเลย

1

เชื่อมกระเป๋าและเลือกเชนให้ตรง

ถ้าเชนในกระเป๋ากับเชนบนหน้าเว็บไม่ตรงกัน ปุ่มจะกดไม่ได้ ให้สลับเครือข่ายในกระเป๋าให้ตรงก่อน

2

กดปุ่มเพิกถอนของรายการนั้น

กระเป๋าจะเด้งหน้าต่างยืนยันธุรกรรมพร้อมค่าแก๊ส ให้ตรวจว่าปลายทางคือสัญญาของเหรียญที่คุณกำลังล้างสิทธิ์ ไม่ใช่ที่อยู่แปลกหน้า แล้วกดยืนยัน

3

ทางเลือกลดวงเงินแทนล้างทิ้ง

ถ้าเป็นแอปที่คุณยังใช้ประจำ ไม่ต้องล้างทิ้งก็ได้ ให้แก้วงเงินจากไม่จำกัดเหลือเท่าที่ใช้จริง เช่นพอสำหรับเทรดหนึ่งรอบ วิธีนี้ยังใช้งานสะดวกแต่จำกัดความเสียหายไว้แล้ว

4

ยืนยันผลว่าหายจริง

รอธุรกรรมยืนยันแล้วรีเฟรชหน้า รายการนั้นต้องหายไปหรือขึ้นวงเงินเป็นศูนย์ ถ้ายังอยู่แปลว่าธุรกรรมไม่ผ่าน ให้ลองใหม่

💡 ฟีเจอร์เพิกถอนหลายรายการพร้อมกันช่วยประหยัดเวลามาก แต่ในเครื่องมือส่วนใหญ่เป็นบริการเสริมที่มีค่าใช้จ่าย ส่วนการส่องรายการและการเพิกถอนทีละอันนั้นฟรี จ่ายแค่ค่าแก๊สของเครือข่าย ถ้ามีรายการต้องล้างไม่เยอะ ทำทีละอันก็คุ้มกว่า

ขั้นที่ 3 — ทางเลือกไม่พึ่งเว็บนอก ใช้ Block Explorer

ถ้าคุณไม่อยากเชื่อมกระเป๋ากับเว็บของบุคคลที่สามเลย มีอีกทางคือใช้หน้าตรวจสอบสิทธิ์ของ Block Explorer ประจำเชนนั้นโดยตรง ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลต้นทางอยู่แล้ว

1

เปิดหน้าตรวจสอบสิทธิ์

บน Etherscan ให้เข้าเมนู More แล้วเลือกหัวข้อ Token Approvals ส่วนเชนอื่นก็ใช้ตัวสำรวจของเชนนั้น เช่น BscScan สำหรับ BNB Chain หรือ Polygonscan สำหรับ Polygon

2

ใส่ที่อยู่แล้วเลือกชนิดโทเคน

ระบบให้เลือกดูแยกเป็น ERC-20 ERC-721 และ ERC-1155 อย่าลืมเปิดตัวเลือกแสดงสิทธิ์ทั้งหมด ไม่งั้นรายการเก่าบางส่วนจะไม่โผล่

3

กดเพิกถอนจากหน้านั้นได้เลย

ต้องเชื่อมกระเป๋าในขั้นนี้เหมือนกัน แต่ข้อดีคือคุณอยู่บนโดเมนของตัวสำรวจที่คุ้นเคย ลดโอกาสหลงเข้าเว็บลอกเลียนแบบ

✅ ถ้าอ่านหน้าตัวสำรวจไม่คล่อง แนะนำให้อ่านคู่กับคู่มือ วิธีอ่าน Block Explorer จะเข้าใจว่าแต่ละช่องบอกอะไร และตรวจสอบได้เองว่าธุรกรรมเพิกถอนสำเร็จจริงไหม

เพิกถอนอันไหนก่อน ตารางจัดลำดับความเสี่ยง

ถ้ามีสิทธิ์ค้างเป็นสิบเป็นร้อยรายการแล้วล้างทั้งหมด ค่าแก๊สจะบานปลายโดยไม่จำเป็น ให้ไล่ตามลำดับนี้แทน

ลำดับ สิทธิ์แบบไหน เหตุผล
1 สิทธิ์ไม่จำกัดบนเหรียญที่คุณถือมูลค่าสูง เช่น สเตเบิลคอยน์ เป็นก้อนที่เสียหายหนักที่สุดถ้าถูกใช้ และเป็นเป้าหมายอันดับแรกของคนร้าย
2 สิทธิ์ที่ให้กับแอปที่ปิดตัวไปแล้วหรือเลิกใช้เกินหนึ่งปี ไม่มีใครดูแลสัญญานั้นอีกแล้ว ถ้ามีช่องโหว่ก็ไม่มีคนแก้
3 NFT ที่ให้สิทธิ์ทั้งคอลเลกชัน สิทธิ์เดียวครอบทุกชิ้น เสียทีเดียวหมดคอลเลกชัน
4 สิทธิ์ที่ให้กับที่อยู่ซึ่งเครื่องมือขึ้นเตือนว่าน่าสงสัย อาจมาจากการเซ็นบนเว็บปลอมโดยไม่รู้ตัว
5 สิทธิ์บนเหรียญที่แทบไม่มีมูลค่า ล้างได้ถ้าค่าแก๊สถูก แต่ไม่ต้องรีบ อย่าเสียเงินแก๊สแพงกว่าเหรียญ
📌 หลักคิดง่าย ๆ คือ ความเสี่ยงจริงเท่ากับ วงเงินที่อนุมัติ คูณกับ จำนวนเหรียญที่คุณถืออยู่จริงตอนนี้ ถ้าคุณอนุมัติไม่จำกัดไว้แต่กระเป๋าไม่มีเหรียญตัวนั้นเลย ความเสียหายวันนี้เป็นศูนย์ แต่วันที่คุณโอนเหรียญตัวนั้นเข้ามาเมื่อไร ความเสี่ยงกลับมาทันทีในวินาทีนั้น

ฝั่ง Solana ต่างจาก EVM ตรงไหน

Solana ไม่ได้ใช้คำว่า Approval แต่ใช้คำว่า Delegate หลักการคล้ายกันคือคุณมอบอำนาจให้ที่อยู่หนึ่งโอนเหรียญออกจากบัญชีโทเคนของคุณได้ ต่างกันตรงที่ Solana เก็บเหรียญแต่ละชนิดไว้ในบัญชีย่อยแยกกัน การมอบอำนาจจึงผูกกับบัญชีย่อยนั้น ๆ

1

เช็กในกระเป๋าก่อน

กระเป๋าฝั่ง Solana อย่าง Phantom มีหน้าช่วยเหลือเรื่องการเพิกถอนสิทธิ์โทเคนโดยเฉพาะ ให้เข้าไปดูตามคู่มือทางการของกระเป๋าที่คุณใช้ เพราะตำแหน่งเมนูมีการปรับอยู่เรื่อย ๆ

2

อย่าสับสนระหว่างสองเมนู

การกดตัดการเชื่อมต่อแอปในหน้า Connected Apps ไม่เท่ากับ การเพิกถอนสิทธิ์ อันแรกแค่ตัดการเชื่อมต่อหน้าเว็บ แต่สิทธิ์ที่บันทึกไว้บนเชนยังอยู่ครบ ต้องเพิกถอนแยกต่างหากเสมอ

3

ไล่ล้างบัญชีโทเคนที่ยังมีผู้รับมอบอำนาจ

คำสั่งเพิกถอนบน Solana จะคืนสิทธิ์ควบคุมกลับมาที่เจ้าของบัญชี ทำแล้วผู้รับมอบอำนาจเดิมจะโอนเหรียญออกไม่ได้อีก

💡 เครื่องมือฝั่ง Solana เปลี่ยนบ่อยกว่าฝั่ง EVM มาก บางตัวที่เคยดังเมื่อสองปีก่อนตอนนี้ปิดไปแล้ว ก่อนเชื่อมกระเป๋ากับเครื่องมือใด ๆ ให้เช็กก่อนว่ายังมีคนดูแลอยู่จริงและลิงก์มาจากช่องทางทางการของกระเป๋าที่คุณใช้ อย่าเชื่อลิงก์จากคอมเมนต์หรือข้อความส่วนตัวเด็ดขาด

ชั้นใหม่ปี 2026 ที่กด Revoke อย่างเดียวไม่รอด

หลังอัปเกรดของ Ethereum ที่เปิดทางให้กระเป๋าธรรมดาทำงานเหมือนกระเป๋าอัจฉริยะได้ มีมาตรฐานใหม่ชื่อ EIP-7702 ซึ่งเปิดให้คุณเซ็นมอบอำนาจให้สัญญาหนึ่งมาทำงานแทนกระเป๋าคุณ ข้อดีคือทำธุรกรรมหลายอย่างรวดเดียวและให้คนอื่นจ่ายค่าแก๊สแทนได้ ข้อเสียคือถ้าคุณเผลอมอบอำนาจให้สัญญาของคนร้าย

🚩 ทำไมอันนี้ร้ายกว่าสิทธิ์ทั่วไป

สัญญาที่ถูกมอบอำนาจสามารถตั้งให้ กวาดเหรียญออกทันทีที่มีอะไรโอนเข้ามา ผลคือเหยื่อจะรู้สึกว่ากระเป๋าเป็นถังก้นรั่ว เติมเท่าไรก็หายทันทีในบล็อกเดียวกัน และคนร้ายไม่ต้องมานั่งเฝ้าด้วยซ้ำ

ที่สำคัญคือ กระเป๋าส่วนใหญ่ยังไม่มีปุ่มยกเลิกการมอบอำนาจนี้ในหน้าจอปกติ การจะยกเลิกต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะ ซึ่งยังรองรับไม่ครบทุกกระเป๋า

วิธีเช็ก: เปิดหน้าที่อยู่กระเป๋าของคุณบน Block Explorer แล้วดูส่วนหัว ถ้ากระเป๋าธรรมดามีการมอบอำนาจอยู่ ตัวสำรวจจะแสดงบรรทัดที่ระบุที่อยู่ผู้รับมอบอำนาจให้เห็นชัดเจน กระเป๋าปกติที่ไม่เคยเซ็นอะไรแบบนี้จะไม่มีบรรทัดนั้น
💡 คำแนะนำที่ตรงที่สุด: ถ้าเจอการมอบอำนาจที่คุณไม่ได้ตั้งใจทำเอง อย่าคิดแค่ว่าไปกดยกเลิกแล้วจบ ให้ถือว่ากระเป๋าใบนั้น ถูกยึดแล้ว รีบย้ายทรัพย์สินที่ยังย้ายได้ไปกระเป๋าใหม่ที่สร้างจากคำลับชุดใหม่ทันที แล้วเลิกใช้ใบเก่าไปเลย เพราะการที่มีคนเซ็นแทนคุณได้ มักแปลว่ากุญแจหรือคำลับของคุณรั่วไปแล้ว

ค่าธรรมเนียมเท่าไร และประหยัดยังไง

การเพิกถอนคือธุรกรรมหนึ่งรายการ จึงมีค่าแก๊สตามเชนนั้น ๆ ซึ่งต่างกันหลายสิบเท่า

เครือข่าย ระดับค่าธรรมเนียมต่อการเพิกถอนหนึ่งครั้ง คำแนะนำ
Ethereum แพงที่สุด และแกว่งตามความหนาแน่นของเครือข่าย ทำช่วงที่เครือข่ายว่าง และเลือกล้างเฉพาะรายการสำคัญ
Layer 2 เช่น Arbitrum Base Optimism ถูกกว่ามาก มักอยู่ระดับเศษสตางค์ถึงหลักบาท ล้างได้สบายใจ ทำทีเดียวหลายรายการก็ไม่เจ็บ
BNB Chain และ Polygon ถูก ไล่ล้างให้เกลี้ยงได้เลย
Solana ถูกมาก ล้างทุกบัญชีที่ยังมีผู้รับมอบอำนาจค้างอยู่
เทคนิคประหยัด: ไม่จำเป็นต้องล้างทุกอย่างในวันเดียว ให้ล้างกลุ่มเสี่ยงสูงก่อน แล้วตั้งเตือนในปฏิทินทุกสามเดือนเพื่อกวาดรอบถัดไป การทำเป็นรอบสม่ำเสมอได้ผลดีกว่าการทำครั้งใหญ่ครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาดูอีกเลย

7 กับดักที่คนพลาดบ่อยที่สุด

กับดัก ผลที่ตามมา วิธีเลี่ยง
ค้นหาคำว่า revoke แล้วกดผลบนสุด เข้าเว็บปลอมที่ทำมาดักคนตกใจ เซ็นให้โจรอีกรอบ พิมพ์ที่อยู่เว็บเองและบุ๊กมาร์กไว้ตั้งแต่วันที่ยังไม่มีเรื่อง
คิดว่าตัดการเชื่อมต่อแอปเท่ากับยกเลิกสิทธิ์ สิทธิ์บนเชนยังอยู่ครบทั้งที่หน้าจอขึ้นว่าไม่ได้เชื่อมแล้ว ต้องเพิกถอนบนเชนแยกต่างหากเสมอ
กดผ่านหน้าต่างขอลายเซ็นเพราะไม่เสียแก๊ส ให้สิทธิ์แบบ Permit ไปโดยไม่รู้ตัว อ่านเนื้อหาลายเซ็นทุกครั้ง เจอคำว่า Permit กับที่อยู่แปลกให้ปฏิเสธ
คิดว่าเพิกถอนแล้วเงินที่หายจะกลับมา เสียเวลาและเสียค่าแก๊สโดยไม่ได้อะไรคืน เข้าใจว่าการเพิกถอนคือการป้องกันล่วงหน้า ไม่ใช่เครื่องมือกู้เงินคืน
ล้างเฉพาะกระเป๋าใบหลัก กระเป๋าล่า Airdrop ที่ลืมไปกลายเป็นรูรั่วในอนาคต ไล่ตรวจทุกใบที่เคยเชื่อมกับแอปใด ๆ
ตั้งวงเงินจำกัดแล้วชะล่าใจ สัญญาบางตัวขอเพิ่มวงเงินซ้ำจนกลับไปใหญ่เท่าเดิม กลับมาตรวจเป็นรอบ อย่าตั้งครั้งเดียวแล้วลืม
ใช้กระเป๋าใบเดียวทำทุกอย่าง ลองแอปใหม่ครั้งเดียวเสี่ยงทั้งพอร์ต แยกกระเป๋าใช้งานประจำวันออกจากกระเป๋าเก็บยาว และอย่าเชื่อมกระเป๋าเก็บยาวกับแอปใด ๆ

ถ้าเพิ่งเผลอกดอนุมัติไป ทำอะไรใน 5 นาทีแรก

ลำดับสำคัญมาก เป้าหมายคือทำให้กระเป๋าไม่มีอะไรให้ดูดก่อน แล้วค่อยจัดการเรื่องสิทธิ์

1

ย้ายเหรียญออกก่อน

อย่าเพิ่งเสียเวลากดเพิกถอน เพราะระหว่างที่คุณรอธุรกรรมยืนยัน โจรอาจถอนไปแล้ว ให้โอนเหรียญที่มีมูลค่าไปกระเป๋าที่ปลอดภัยทันทีเป็นอันดับแรก

2

เพิกถอนสิทธิ์ที่เพิ่งให้ไป

เมื่อเหรียญปลอดภัยแล้ว ค่อยกลับมาล้างสิทธิ์ตัวที่เพิ่งเซ็นไป และไล่ดูว่ามีตัวอื่นที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกันหรือไม่

3

ตรวจว่ามีการมอบอำนาจแปลกปลอมไหม

เปิดหน้าที่อยู่ของคุณบนตัวสำรวจ ดูว่ามีที่อยู่ผู้รับมอบอำนาจโผล่ขึ้นมาหรือเปล่า ถ้ามีให้ถือว่ากระเป๋าถูกยึดและเลิกใช้ทันที

4

เก็บหลักฐานและแจ้งความ

บันทึกรหัสธุรกรรมและภาพหน้าจอไว้ให้ครบ แล้วแจ้งความออนไลน์กับตำรวจไทย ยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาสให้ปลายทางอายัดทัน

💡 ถ้าคุณเซ็นด้วยคำลับที่เคยพิมพ์ลงเว็บหรือเคยเก็บไว้ในไฟล์บนเครื่อง ให้ถือว่าคำลับชุดนั้นตายแล้ว การเพิกถอนสิทธิ์ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะคนที่มีคำลับสร้างสิทธิ์ใหม่ได้เรื่อย ๆ ทางเดียวคือย้ายไปกระเป๋าใหม่ที่สร้างคำลับชุดใหม่บนเครื่องที่สะอาด

เช็กลิสต์ 12 ข้อ

  • รวบรวมที่อยู่กระเป๋าครบทุกใบ รวมใบที่เลิกใช้แล้ว
  • บุ๊กมาร์กเว็บเพิกถอนสิทธิ์ตัวจริงไว้ก่อน ไม่ค้นหาเอาหน้างาน
  • ส่องรายการสิทธิ์แบบไม่เชื่อมกระเป๋าก่อนหนึ่งรอบ
  • ไล่ดูครบทุกเชนที่เคยใช้ ไม่ใช่แค่เชนหลัก
  • ล้างสิทธิ์ไม่จำกัดบนเหรียญมูลค่าสูงก่อนเป็นอันดับแรก
  • ล้างสิทธิ์ของแอปที่ปิดตัวหรือเลิกใช้เกินหนึ่งปี
  • ล้างสิทธิ์ NFT แบบครอบทั้งคอลเลกชัน
  • ตรวจสิทธิ์ก้อนใหญ่แบบ Permit2 ว่ายังจำเป็นอยู่ไหม
  • เช็กว่ากระเป๋ามีการมอบอำนาจแบบใหม่ค้างอยู่หรือเปล่า
  • ฝั่ง Solana ไล่เพิกถอนผู้รับมอบอำนาจของบัญชีโทเคน
  • แยกกระเป๋าลองของใหม่ออกจากกระเป๋าเก็บยาว
  • ตั้งเตือนปฏิทินให้กลับมากวาดซ้ำทุกสามเดือน

สรุป

1

สิทธิ์ที่ให้ไปไม่หมดอายุเอง

ทุกครั้งที่กด Approve คือการเปิดประตูค้างไว้ ถ้าไม่มีใครไปปิด มันจะเปิดอยู่อย่างนั้นเป็นปี ๆ

2

ดูก่อนได้โดยไม่ต้องเสี่ยง

ส่องรายการด้วยที่อยู่กระเป๋าเฉย ๆ ก็เห็นครบแล้ว ค่อยเชื่อมกระเป๋าตอนจะกดล้างจริง

3

ลายเซ็นอันตรายพอ ๆ กับธุรกรรม

ไม่เสียค่าแก๊สไม่ได้แปลว่าไม่มีผล คำว่า Permit ในหน้าต่างขอลายเซ็นคือสัญญาณให้หยุดอ่านให้ละเอียด

4

เจอการมอบอำนาจแปลกปลอมคือย้ายบ้าน

อย่ามัวหาปุ่มยกเลิก ให้ย้ายทรัพย์สินไปกระเป๋าใหม่ทันที เพราะมักแปลว่ากุญแจรั่วไปแล้ว

5

ทำเป็นรอบ ไม่ใช่ทำครั้งเดียว

ทุกสามเดือนกวาดหนึ่งครั้ง ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที แต่ปิดช่องที่คนเสียเงินกันมากที่สุดในตลาด

เปิดหน้าตรวจสอบสิทธิ์แล้วใส่ที่อยู่กระเป๋าของคุณดูตอนนี้เลย ส่วนใหญ่จะตกใจกับจำนวนรายการที่เจอ และนั่นแหละคือเหตุผลที่ควรทำตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะมีเหตุให้ต้องรีบทำ

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) หน้าจอและเมนูของเครื่องมือแต่ละตัวเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ให้ยึดคู่มือทางการของผู้ให้บริการที่คุณใช้เป็นหลัก และตรวจสอบที่อยู่เว็บให้ถูกต้องทุกครั้งก่อนเชื่อมกระเป๋า การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปร
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต