Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันศุกร์, สิงหาคม 7, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าว Bitcoinด่วน! บิตคอยน์ 2.1 แสน BTC ไหลออกจากกระเป๋านักถือยาว — พิษ Coldcard ทำย้ายบ้านครั้งใหญ่สุดในรอบ 20 เดือน

ด่วน! บิตคอยน์ 2.1 แสน BTC ไหลออกจากกระเป๋านักถือยาว — พิษ Coldcard ทำย้ายบ้านครั้งใหญ่สุดในรอบ 20 เดือน

HTX (Huobi) — เก๋าเกมคริปโต

ผลกระทบจากช่องโหว่ Coldcard เริ่มปรากฏชัดบนบล็อกเชนแล้ว — ข้อมูลจาก Glassnode ชี้ว่าบิตคอยน์ราว 210,000 BTC ไหลออกจากกระเป๋าของ “นักถือยาว” (Long-Term Holder) ภายในสัปดาห์เดียว ลดจากเกือบ 15 ล้าน BTC เหลือราว 14.7 ล้าน BTC ถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ นักวิเคราะห์มองว่านี่ ไม่ใช่การเทขายทำกำไร หากแต่เป็น “การย้ายบ้าน” ครั้งใหญ่ของเงินเก่าที่แห่หนีกระเป๋าที่อาจถูกเจาะ

เกิดอะไรขึ้น: 2.1 แสน BTC ขยับในสัปดาห์เดียว

Glassnode แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลออนเชนรายงานว่า อุปทานในมือกลุ่ม Long-Term Holder (LTH) ลดลงราว 210,000 BTC ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นการหดตัวแรงที่สุดในรอบเกือบ 20 เดือน

Glassnode นิยาม “นักถือยาว” ว่าคือเจ้าของเหรียญที่ไม่ขยับกระเป๋าเลยนานราว 155 วัน หรือมากกว่า 5 เดือนขึ้นไป กลุ่มนี้มักถูกเรียกว่า Smart Money ของตลาด เพราะเป็นพวกที่ถือผ่านความผันผวนระยะสั้นได้โดยไม่หวั่นไหว ดังนั้นเวลากลุ่มนี้ขยับพร้อมกันทีเดียวเป็นแสนเหรียญ ตลาดจึงต้องหันมามอง

Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก
รายการ ตัวเลข หมายเหตุ
BTC ที่ไหลออกจากกระเป๋า LTH ~210,000 BTC ภายใน 1 สัปดาห์
อุปทาน LTH ก่อนหน้า เกือบ 15 ล้าน BTC ระดับก่อนเหตุการณ์
อุปทาน LTH ปัจจุบัน ~14.7 ล้าน BTC หลังการโยกย้าย
ครั้งล่าสุดที่ลดแรงเท่านี้ ธันวาคม 2024 ห่างกันเกือบ 20 เดือน
เกณฑ์นับเป็น LTH ไม่ขยับ ~155 วัน ราว 5 เดือนขึ้นไป

ทำไมถึงไม่ใช่การเทขาย

ปกติแล้วเวลาเห็นอุปทาน LTH ลดลงแรง ๆ ตลาดจะตีความทันทีว่า “เจ้าเก่ากำลังขายของ” ซึ่งมักเกิดตอนราคาอยู่ใกล้จุดสูงสุด — แต่รอบนี้ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

💡 จุดที่ผิดปกติ: การกระจายอุปทานรอบนี้เกิดขึ้นตอนที่บิตคอยน์อยู่ ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลเดือนตุลาคมราว 50% ไม่ใช่ตอนราคาพีค ซึ่งขัดกับพฤติกรรมการเทขายทำกำไรแบบคลาสสิก

นักวิเคราะห์จึงสรุปว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “การเปลี่ยนวิธีเก็บบิตคอยน์” ไม่ใช่การขาย เจ้าของเหรียญที่เคยใช้ Coldcard กำลังย้ายเงินออกจากกระเป๋าเดิมที่อาจถูกคำนวณกุญแจย้อนกลับได้ ไปยังปลายทางใหม่ 3 แบบหลัก

1

กระเป๋าใหม่ที่สร้างใหม่หมด

สร้าง Seed Phrase ชุดใหม่บนอุปกรณ์ที่สุ่มค่าได้ปลอดภัย แล้วโอนเหรียญข้ามมาทั้งก้อน

2

ผู้ให้บริการรับฝากที่มีใบอนุญาต

ยกให้ Custodian ที่อยู่ใต้การกำกับดูแลถือแทน แลกความสบายใจกับการเสียสิทธิ์ถือกุญแจเอง

3

กองทุน Spot Bitcoin ETF

เปลี่ยนจากถือเหรียญตรงเป็นถือหน่วยลงทุนแทน ตัดปัญหาการดูแลกุญแจทิ้งไปเลย

อ่านสัญญาณให้ถูก: ถ้าเห็นข่าว “LTH เทของ” แล้วตกใจ ให้เช็คก่อนว่า

  • เหรียญไหลเข้ากระดานเทรดจริงไหม หรือแค่ย้ายไปกระเป๋าเปล่าอีกใบ
  • เกิดตอนราคาพีค (สัญญาณขาย) หรือตอนราคาต่ำมาก (มักเป็นเหตุเทคนิค)
  • มีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยเกิดขึ้นพร้อมกันหรือเปล่า

ย้อนต้นตอ: ช่องโหว่ Coldcard คืออะไร

ต้นเหตุทั้งหมดมาจากปัญหา การสุ่มค่าที่อ่อนแอ (Weak Randomness) ในเฟิร์มแวร์ของกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Coldcard เมื่อค่าสุ่มไม่สุ่มจริง ผู้โจมตีจึงสามารถคำนวณย้อนกลับเพื่อประกอบ Seed Phrase ของเหยื่อขึ้นมาใหม่ได้ — เท่ากับได้กุญแจกระเป๋าไปเต็ม ๆ ทั้งที่ไม่ต้องแฮกเครื่องของใครเลย

🚩 ความเสียหายที่ประเมินได้

มูลค่าความเสียหายรวมอยู่ที่ราว 114 ล้านดอลลาร์ กระจายอยู่ในแอดเดรสหลายพันแห่ง โดยเหตุการณ์เริ่มปะทุตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ถ้าคุณใช้ Coldcard: อย่าเพิ่งชะล่าใจว่ารุ่นของตัวเองปลอดภัย ให้ถือว่า Seed ชุดเดิมถูกเปิดเผยแล้ว แล้วสร้างกระเป๋าใหม่ทั้งชุดบนอุปกรณ์อื่น ก่อนโอนเหรียญออกให้หมด
📌 บทเรียนสำคัญ: การถือกุญแจเองไม่ได้แปลว่าปลอดภัยอัตโนมัติ ความปลอดภัยของกระเป๋าฮาร์ดแวร์ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ “ตัวสุ่มเลข” ในเครื่องด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ทั่วไปตรวจสอบเองไม่ได้เลย

ราคาบิตคอยน์รับมืออย่างไร

แม้จะมีเหรียญขยับเป็นแสน แต่ราคากลับ ไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ หลังเหตุการณ์ โดยบิตคอยน์ยังเคลื่อนไหวแถว 64,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นหลักฐานสนับสนุนว่าเหรียญที่ขยับส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกเทขายเข้าตลาดจริง

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีแรงกดดันอีกด้าน หลังการโหวตร่างกฎหมาย CLARITY Act ถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนกันยายน ทำให้ตัวเร่งสำคัญฝั่งสถาบันหายไปจากสมการระยะสั้น นักวิเคราะห์มองว่าบิตคอยน์ต้องปิดเหนือระดับ 65,000 ดอลลาร์ให้ได้อย่างเด็ดขาด เรื่องเล่าการฟื้นตัวจึงจะกลับมา

วาฬและ ETF สวนทางเก็บของ

ที่น่าสนใจคือ ในขณะที่เงินเก่ากำลังย้ายบ้าน เงินอีกกลุ่มกลับเดินหน้าเก็บของเงียบ ๆ

กลุ่มผู้ซื้อ ปริมาณ ช่วงเวลา
วาฬ (ถือ 10–10,000 BTC) กว่า 20,000 BTC (~1.2 พันล้านดอลลาร์) ตั้งแต่ 29 ก.ค.
Spot Bitcoin ETF สหรัฐฯ ~754.69 ล้านดอลลาร์ ภายในสัปดาห์เดียว
ผู้นำเงินไหลเข้า IBIT ของ BlackRock กินสัดส่วนมากที่สุด

เงินไหลเข้า ETF สัปดาห์นี้ถือว่าแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน สะท้อนว่ามีความต้องการบิตคอยน์ผ่านช่องทางที่มีการกำกับดูแลเพิ่มขึ้นชัดเจน ซึ่งสอดรับกับทฤษฎี “ย้ายบ้านหนี Coldcard” พอดี

💡 แต่ต้องระวัง: การที่วาฬเก็บของหนักขนาดนี้แล้วราคายังไม่ไปไหน สะท้อนว่าผู้ซื้อรอบนี้ “เล่นเชิงจังหวะ” มากกว่าจะเชื่อมั่นระยะยาวเต็มตัว

สรุป 4 ประเด็นที่ต้องจับตา

1

ตัวเลขใหญ่ แต่ความหมายต่าง

210,000 BTC ที่ขยับคือการย้ายที่เก็บ ไม่ใช่แรงขาย อย่าตีความสับสน

2

ความเชื่อมั่น Self-Custody สั่นคลอน

คนจำนวนหนึ่งเลือกยกเหรียญให้ Custodian และ ETF ถือแทน แลกกับการนอนหลับสบาย

3

แนวต้าน 65,000 ดอลลาร์คือด่านชี้ชะตา

ปิดเหนือระดับนี้ไม่ได้ เรื่องเล่าการฟื้นตัวก็ยังไม่เกิด

4

ผู้ใช้ Coldcard ต้องรีบขยับ

ถือว่า Seed เดิมไม่ปลอดภัยแล้ว ย้ายเหรียญไปกระเป๋าใหม่ทันที อย่ารอดูสถานการณ์

  • คุณใช้กระเป๋าฮาร์ดแวร์รุ่นที่อยู่ในข่ายได้รับผลกระทบหรือไม่
  • Seed Phrase ของคุณถูกสร้างขึ้นบนอุปกรณ์นั้นเองหรือเปล่า
  • ถ้าย้ายเหรียญแล้ว ได้ตรวจสอบแอดเดรสปลายทางบนหน้าจอเครื่องหรือยัง
  • คุณเข้าใจข้อแลกเปลี่ยนระหว่างถือกุญแจเองกับให้คนอื่นถือแทนแล้วหรือยัง
⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
P2PB2B — Exchange เหรียญใหม่
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

Binance — Exchange อันดับ 1 ของโลก
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต