กองทุน ETF บิตคอยน์สปอตของสหรัฐฯ เปิดต้นสัปดาห์ด้วยเงินไหลเข้าสุทธิ 998.95 ล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 ถือเป็นยอดไหลเข้าวันเดียวสูงสุดของปีนี้ และสูงสุดนับตั้งแต่ 6 ตุลาคม 2568 ที่เคยดูดเงินไปราว 1,200 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันราคาบิตคอยน์ก็ทะลุ 86,000 ดอลลาร์ และแตะระดับสูงสุดที่ 87,000 ดอลลาร์ สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 สะท้อนแรงซื้อสถาบันที่กลับมาพร้อมกับราคาที่พุ่งขึ้น
📑 สารบัญ
ตัวเลขที่ต้องรู้ — ใครซื้อเท่าไหร่
ตามข้อมูลจาก SoSoValue ที่ Bitcoin.com News และ CryptoSlate อ้างอิงตรงกัน เงินไหลเข้า ETF บิตคอยน์สปอตวันจันทร์ไม่มีกองทุนไหนติดลบเลยแม้แต่กองเดียว โดยแบ่งเป็น:
| กองทุน ETF | บริษัท | เงินไหลเข้า (ดอลลาร์) |
|---|---|---|
| IBIT | BlackRock | 381.37 ล้าน |
| ARKB | Ark & 21Shares | 289.12 ล้าน |
| FBTC | Fidelity | 238.84 ล้าน |
| MSBT | Morgan Stanley | 61.67 ล้าน |
| BITB | Bitwise | 21.56 ล้าน |
| GBTC + Mini Trust | Grayscale | 6.40 ล้าน |
แปลงเป็นหน่วยบิตคอยน์แล้ว กองทุนเหล่านี้ดูดซื้อไปราว 11,530 BTC ในวันเดียว มากที่สุดนับตั้งแต่ 11 พฤศจิกายน 2567 ที่เคยดูดซื้อประมาณ 12,560 BTC มูลค่าการซื้อขายรวมอยู่ที่ 4.57 พันล้านดอลลาร์ ดันสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ของ ETF บิตคอยน์ทั้งหมดเพิ่มขึ้นกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ แตะ 110.14 พันล้านดอลลาร์
ทำไมเงินไหลเข้าพุ่งขนาดนี้
Eric Balchunas ชี้ว่าลักษณะเงินไหลเข้าที่ “ไม่เท่ากันในแต่ละกองทุน” (ไม่ได้มาจากกองเดียวหรือสถาบันเดียว) เป็นสัญญาณที่ดีกว่า เพราะสะท้อนความต้องการซื้อที่กระจายตัวจากนักลงทุนหลายกลุ่มจริงๆ ไม่ใช่แรงซื้อจากโมเดลจัดพอร์ตของสถาบันใหญ่เพียงรายเดียว อย่างไรก็ตาม เขาตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขของวันจันทร์อาจมีส่วนที่สะท้อนการซื้อขายของวันศุกร์ก่อนหน้าด้วย เนื่องจากการรายงานกระแสเงิน ETF มักมีความล่าช้า (lag) ราว 1 วันทำการ พร้อมทิ้งท้ายว่า “ให้จับตาตัวเลขคืนนี้อีกรอบ” เพราะอาจสะท้อนแรงซื้อจริงหลังราคาทะลุ 86,000 ดอลลาร์ชัดเจนกว่าเดิม
จุดที่น่าสนใจอีกจุดคือ มูลค่าการซื้อขาย ETF วันจันทร์อยู่ที่ราว 4.5 พันล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับวันศุกร์ก่อนหน้า ไม่ได้พุ่งสูงขึ้นตามสัดส่วนเงินไหลเข้าที่เพิ่มขึ้นมาก ซึ่ง James Seyffart นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg มองว่าเป็นความซับซ้อนที่ทำให้ยังเชื่อมโยงตัวเลขวันจันทร์กับการทะลุแนวต้าน 86,000 ดอลลาร์ของราคาบิตคอยน์แบบตรงไปตรงมาไม่ได้ทั้งหมด
ราคาล่าสุดวันนี้ + เหรียญอื่นที่ได้อานิสงส์
เงินไหลเข้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่บิตคอยน์ ETF อีเธอเรียม (ETH) ก็ดูดเงินไหลเข้าไป 269.98 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวกัน จาก 8 กองทุน นำโดย ETHA ของ BlackRock ที่ 110.06 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย FETH ของ Fidelity 72.96 ล้านดอลลาร์ ดันสินทรัพย์สุทธิ ETH ETF เพิ่มกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ แตะ 17.82 พันล้านดอลลาร์
ฝั่งอัลต์คอยน์อื่นก็เขียวรับเงินไหลเข้าเช่นกัน ETF โซลานา (SOL) ได้ 26.10 ล้านดอลลาร์ ETF Zcash (ZEC) ผ่านกองทุน Grayscale ZCSH ได้ 2.36 ล้านดอลลาร์ และ ETF HYPE ของ Hyperliquid ได้ 2.82 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ETF XRP ไม่มีเงินไหลเข้า-ออกสุทธิ (ทรงตัว)
ราคาล่าสุด ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ (23 กันยายน 2569) จาก CoinGecko: บิตคอยน์ (BTC) เทรดอยู่ที่ประมาณ 86,466 ดอลลาร์ (+1.27% ในรอบ 24 ชั่วโมง) อีเธอเรียม (ETH) อยู่ที่ 2,756 ดอลลาร์ (+0.94%) และโซลานา (SOL) อยู่ที่ 118.45 ดอลลาร์ (+1.42%) ยังคงยืนเหนือระดับที่ทะลุมาได้เมื่อวันจันทร์
มุมไทย
ประเทศไทยยังไม่มี Spot Bitcoin ETF ให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยเอง เพราะ ก.ล.ต. ยังไม่ได้อนุมัติผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้เหมือนที่สหรัฐฯ ทำมาตั้งแต่ต้นปี 2567 นักลงทุนไทยที่อยากได้ความเคลื่อนไหวราคาแบบเดียวกับ IBIT หรือ FBTC จึงทำได้แค่ 2 ทาง คือซื้อเหรียญบิตคอยน์ตรงผ่านกระดานที่ได้ใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. เช่น Bitkub, Binance TH, OKX TH หรือรอโบรกเกอร์ไทยบางรายที่เริ่มเสนอกองทุนต่างประเทศแบบ feeder fund ให้เข้าถึง ETF ต่างประเทศทางอ้อม เงิน 999 ล้านดอลลาร์ที่ไหลเข้าวันเดียว คิดเป็นเงินบาทคร่าวๆ ราว 3.5 หมื่นล้านบาท (ที่อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 35 บาท/ดอลลาร์) ชี้ให้เห็นขนาดเม็ดเงินสถาบันที่ต่างจากปริมาณเทรดของนักลงทุนรายย่อยไทยหลายเท่าตัว แต่สิ่งที่คนไทยสัมผัสได้โดยตรงคือราคาบิตคอยน์บนกระดานไทยที่ขยับขึ้นตามตลาดโลกทันที เพราะใช้ราคาอ้างอิงเดียวกัน แม้จะไม่ได้ถือ ETF โดยตรงก็ตาม
คำถามที่พบบ่อย
A: เป็นกองทุนที่ซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่ถือบิตคอยน์จริงหนุนหลังมูลค่าหน่วยลงทุน เมื่อมีเงินไหลเข้ากองทุนมาก ผู้ออก ETF ต้องไปซื้อบิตคอยน์จริงเพิ่มในตลาดเพื่อหนุนหลัง ทำให้เกิดแรงซื้อจริงกดดันราคาให้ขยับขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวเลขในกระดาษ
A: โดยทั่วไปไม่ได้ซื้อตรงผ่านตลาดหุ้นไทย ต้องเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศ (บางโบรกเกอร์ไทยมีบริการนี้) หรือผ่านกองทุนรวมแบบ feeder fund ที่บางบลจ.ไทยเสนอ ซึ่งมีเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมต่างจากการซื้อเหรียญตรงบนกระดานไทย
A: ไม่แน่นอน แม้เงินไหลเข้าจะเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่นักวิเคราะห์เองยังตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขมีความล่าช้าในการรายงานและอาจไม่สะท้อนแรงซื้อ ณ ปัจจุบันทั้งหมด ราคาคริปโตยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น นโยบายดอกเบี้ยสหรัฐฯ และความเสี่ยงตลาดโดยรวม
ที่มา: Bitcoin.com News, CryptoSlate




















