Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันจันทร์, กรกฎาคม 20, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าว Bitcoinศึกแตกหักใน Bitcoin! Saylor ผนึก Adam Back ค้าน BIP 110 — เตือนกฎกรองสแปมเสี่ยงทำลายความเป็นกลางเครือข่าย

ศึกแตกหักใน Bitcoin! Saylor ผนึก Adam Back ค้าน BIP 110 — เตือนกฎกรองสแปมเสี่ยงทำลายความเป็นกลางเครือข่าย

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร

ศึกภายในชุมชน Bitcoin ปะทุรอบใหม่! Michael Saylor ประธานบริหาร Strategy ออกบันทึกวิจารณ์ฉบับยาวเมื่อ 18 ก.ค. ประกาศจุดยืนค้าน BIP 110 ข้อเสนอซอฟต์ฟอร์กที่ต้องการกรองธุรกรรม “สแปม” อย่าง Ordinals ออกจากเครือข่าย โดยชี้ว่านี่คือเส้นแบ่งอันตรายที่ Bitcoin ไม่ควรก้าวข้าม เพราะเสี่ยงทำลาย “ความเป็นกลาง” ซึ่งเป็นหัวใจของเครือข่าย ด้าน Adam Back ซีอีโอ Blockstream ก็ร่วมวงค้านเช่นกัน ขณะที่ตัวเลข miner signaling ของข้อเสนอนี้ยังอยู่ที่ 0%

BIP 110 คืออะไร ทำไมถึงร้อนแรง

BIP 110 หรือชื่อทางการ “Reduced Data Temporary Softfork” คือข้อเสนออัปเกรด Bitcoin ที่จะเพิ่มกฎ consensus ชั่วคราว 7 ข้อ เป็นเวลาประมาณ 1 ปี เพื่อจำกัดการฝังข้อมูลที่ไม่ใช่ธุรกรรมการเงินลงบนบล็อกเชน เช่น Ordinals inscriptions (รูปภาพ ไฟล์ ข้อความ) ที่ฝ่ายสนับสนุนมองว่าเป็น “สแปม” กินพื้นที่บล็อกและดันค่าธรรมเนียมของผู้ใช้ทั่วไป

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อทางการ Reduced Data Temporary Softfork (BIP 110)
เป้าหมาย กรองข้อมูล non-monetary เช่น Ordinals inscriptions
กลไก เพิ่มกฎ consensus ชั่วคราว 7 ข้อ นาน ~1 ปี
ข้อจำกัดหลัก จำกัด output script ใหม่ไม่เกิน 34 bytes / OP_RETURN ไม่เกิน 83 bytes
เกณฑ์เปิดใช้งาน Node validation 55% (ต่ำกว่าซอฟต์ฟอร์กในอดีต) เป้า block 965,664
Miner signaling ปัจจุบัน 0%

จุดที่ทำให้ข้อเสนอนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษคือ เกณฑ์เปิดใช้งานที่ลดลงเหลือ 55% จากซอฟต์ฟอร์กครั้งก่อนๆ ที่มักต้องการเสียงสนับสนุนสูงถึง 90-95% ทำให้ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการ “ลดมาตรฐาน” การแก้กฎระดับ consensus ของเครือข่ายที่มีมูลค่ากว่า 1.29 ล้านล้านดอลลาร์

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX

Saylor ค้านตรงไหน

ในบันทึกฉบับยาวที่เผยแพร่เมื่อ 18 ก.ค. Saylor ย้ำหลักการสำคัญข้อเดียวที่เขามองว่าต่อรองไม่ได้ นั่นคือ “ความเป็นกลางของเครือข่าย” (Neutrality)

📌 ใจความหลักจากบันทึกของ Saylor: “เลเยอร์ consensus ของ Bitcoin ไม่ควรถูกใช้เพื่อตัดสินว่าธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎและจ่ายค่าธรรมเนียมแล้วรายการไหน ‘ยอมรับได้’ หรือไม่” — กฎของเครือข่ายควรกำหนดแค่ความถูกต้องทางเทคนิค ไม่ใช่ความพึงพอใจทางเศรษฐกิจหรือวัฒนธรรม

เหตุผลหลักที่ Saylor ยกมาค้าน BIP 110 มี 3 ข้อ:

  • Bitcoin แยกไม่ออกว่าข้อมูลคืออะไร — ธุรกรรมหนึ่งอาจเป็นรูปภาพ บันทึกยืนยันตัวตน หรือการชำระเงินก็ได้ การเลือกแบนบางรูปแบบจึงเท่ากับให้เครือข่ายทำหน้าที่ “ผู้เซ็นเซอร์”
  • ไม่มีหลักฐานวัดผลได้ — ข้อเสนอไม่ได้พิสูจน์ว่าจะช่วยเรื่อง decentralization ต้นทุนการรัน node หรือค่าธรรมเนียมได้จริงแค่ไหน
  • เปิดบรรทัดฐานอันตราย — วันนี้แบน Ordinals ได้ วันหน้าก็อาจแบนธุรกรรมประเภทอื่นได้เช่นกัน

Saylor เสนอว่าทางออกที่ดีกว่าคือการใช้กลไกตลาดอย่าง resource pricing (คิดค่าธรรมเนียมตามทรัพยากรที่ใช้จริง) และผลักภาระงานที่ไม่ใช่การเงินไปยัง Layer 2 แทนการแก้กฎระดับ consensus

ศึกนี้ใหญ่กว่าที่เห็น

Saylor ไม่ได้ค้านอยู่คนเดียว — Adam Back ซีอีโอ Blockstream และหนึ่งในตำนาน cypherpunk ที่ถูกอ้างชื่อใน whitepaper ของ Satoshi ก็ออกมาค้านเช่นกัน โดยมองว่าข้อเสนอนี้ “อันตรายยิ่งกว่าสแปมที่มันตั้งใจจะแก้” เพราะกระทบหลัก censorship-resistance โดยตรง

ขณะเดียวกัน ฝั่งสนับสนุน BIP 110 คือกลุ่มที่เชื่อว่า Bitcoin ควรเป็นเครือข่ายการเงินล้วนๆ ไม่ใช่พื้นที่เก็บไฟล์ JPEG และศึกนี้ยังขยายวงไปถึงสงคราม relay policy ที่ client ทางเลือกอย่าง DOG Mode จากฝั่ง Ordinals ออกมาท้าทายนโยบายกรองธุรกรรมของ Bitcoin Core อีกด้าน จนสื่อนอกเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ศึก governance ยกถัดไปของ Bitcoin”

💡 ย้อนรอยประวัติศาสตร์: ความขัดแย้งลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในสงคราม Blocksize War ปี 2017 ซึ่งจบลงด้วยการ hard fork แยกเชนเป็น Bitcoin Cash (BCH) — แต่รอบนี้ miner signaling ของ BIP 110 ยังอยู่ที่ 0% ทำให้โอกาสผ่านในทางปฏิบัติต่ำมาก

นักลงทุนต้องจับตาอะไร

ด้านราคา BTC วันนี้ (19 ก.ค.) เคลื่อนไหวแถว 64,700 ดอลลาร์ บวกราว 1.1% ใน 24 ชั่วโมง แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลเดือน ต.ค. 2025 ที่ 126,080 ดอลลาร์ อยู่เกือบ 49% ท่ามกลางภาวะตลาดหมีที่ดัชนี Fear & Greed ยังแช่โซนกลัวสุดขีด

โดยทั่วไปศึก governance แบบนี้ไม่ได้กระทบราคาทันที แต่หากบานปลายถึงขั้น fork จริง ประวัติศาสตร์บอกว่าจะตามมาด้วยความผันผวนรุนแรงเสมอ

เกร็ดมือใหม่: Soft fork คือการ “เพิ่มกฎให้เข้มขึ้น” โดยยังเข้ากันได้กับ node เวอร์ชันเก่า ส่วน hard fork คือการแก้กฎจนแยกเป็นเชนใหม่ — BIP 110 เป็น soft fork แต่ฝ่ายค้านกลัวว่าความขัดแย้งจะรุนแรงจนกลายเป็นชนวน fork แตกเชนแบบปี 2017

สรุป 3 ข้อรู้ทันศึก BIP 110

1

ข้อเสนอกรองสแปม

BIP 110 จะเพิ่มกฎชั่วคราว 1 ปี บล็อกข้อมูล non-monetary อย่าง Ordinals ด้วยเกณฑ์เปิดใช้แค่ 55%

2

บิ๊กเนมค้านหัวชนฝา

Saylor + Adam Back ชี้ทำลายความเป็นกลาง เปิดประตูการเซ็นเซอร์ธุรกรรมในอนาคต

3

โอกาสผ่านยังต่ำ

Miner signaling อยู่ที่ 0% แต่ศึกอุดมการณ์ “เงินล้วน vs เปิดกว้าง” จะยืดเยื้อแน่นอน

ที่มา: Coinpedia, Crypto Briefing

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปร
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต