ศึกภายในชุมชน Bitcoin ปะทุรอบใหม่! Michael Saylor ประธานบริหาร Strategy ออกบันทึกวิจารณ์ฉบับยาวเมื่อ 18 ก.ค. ประกาศจุดยืนค้าน BIP 110 ข้อเสนอซอฟต์ฟอร์กที่ต้องการกรองธุรกรรม “สแปม” อย่าง Ordinals ออกจากเครือข่าย โดยชี้ว่านี่คือเส้นแบ่งอันตรายที่ Bitcoin ไม่ควรก้าวข้าม เพราะเสี่ยงทำลาย “ความเป็นกลาง” ซึ่งเป็นหัวใจของเครือข่าย ด้าน Adam Back ซีอีโอ Blockstream ก็ร่วมวงค้านเช่นกัน ขณะที่ตัวเลข miner signaling ของข้อเสนอนี้ยังอยู่ที่ 0%
📑 สารบัญ
BIP 110 คืออะไร ทำไมถึงร้อนแรง
BIP 110 หรือชื่อทางการ “Reduced Data Temporary Softfork” คือข้อเสนออัปเกรด Bitcoin ที่จะเพิ่มกฎ consensus ชั่วคราว 7 ข้อ เป็นเวลาประมาณ 1 ปี เพื่อจำกัดการฝังข้อมูลที่ไม่ใช่ธุรกรรมการเงินลงบนบล็อกเชน เช่น Ordinals inscriptions (รูปภาพ ไฟล์ ข้อความ) ที่ฝ่ายสนับสนุนมองว่าเป็น “สแปม” กินพื้นที่บล็อกและดันค่าธรรมเนียมของผู้ใช้ทั่วไป
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อทางการ | Reduced Data Temporary Softfork (BIP 110) |
| เป้าหมาย | กรองข้อมูล non-monetary เช่น Ordinals inscriptions |
| กลไก | เพิ่มกฎ consensus ชั่วคราว 7 ข้อ นาน ~1 ปี |
| ข้อจำกัดหลัก | จำกัด output script ใหม่ไม่เกิน 34 bytes / OP_RETURN ไม่เกิน 83 bytes |
| เกณฑ์เปิดใช้งาน | Node validation 55% (ต่ำกว่าซอฟต์ฟอร์กในอดีต) เป้า block 965,664 |
| Miner signaling ปัจจุบัน | 0% |
จุดที่ทำให้ข้อเสนอนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษคือ เกณฑ์เปิดใช้งานที่ลดลงเหลือ 55% จากซอฟต์ฟอร์กครั้งก่อนๆ ที่มักต้องการเสียงสนับสนุนสูงถึง 90-95% ทำให้ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการ “ลดมาตรฐาน” การแก้กฎระดับ consensus ของเครือข่ายที่มีมูลค่ากว่า 1.29 ล้านล้านดอลลาร์
Saylor ค้านตรงไหน
ในบันทึกฉบับยาวที่เผยแพร่เมื่อ 18 ก.ค. Saylor ย้ำหลักการสำคัญข้อเดียวที่เขามองว่าต่อรองไม่ได้ นั่นคือ “ความเป็นกลางของเครือข่าย” (Neutrality)
เหตุผลหลักที่ Saylor ยกมาค้าน BIP 110 มี 3 ข้อ:
- Bitcoin แยกไม่ออกว่าข้อมูลคืออะไร — ธุรกรรมหนึ่งอาจเป็นรูปภาพ บันทึกยืนยันตัวตน หรือการชำระเงินก็ได้ การเลือกแบนบางรูปแบบจึงเท่ากับให้เครือข่ายทำหน้าที่ “ผู้เซ็นเซอร์”
- ไม่มีหลักฐานวัดผลได้ — ข้อเสนอไม่ได้พิสูจน์ว่าจะช่วยเรื่อง decentralization ต้นทุนการรัน node หรือค่าธรรมเนียมได้จริงแค่ไหน
- เปิดบรรทัดฐานอันตราย — วันนี้แบน Ordinals ได้ วันหน้าก็อาจแบนธุรกรรมประเภทอื่นได้เช่นกัน
Saylor เสนอว่าทางออกที่ดีกว่าคือการใช้กลไกตลาดอย่าง resource pricing (คิดค่าธรรมเนียมตามทรัพยากรที่ใช้จริง) และผลักภาระงานที่ไม่ใช่การเงินไปยัง Layer 2 แทนการแก้กฎระดับ consensus
ศึกนี้ใหญ่กว่าที่เห็น
Saylor ไม่ได้ค้านอยู่คนเดียว — Adam Back ซีอีโอ Blockstream และหนึ่งในตำนาน cypherpunk ที่ถูกอ้างชื่อใน whitepaper ของ Satoshi ก็ออกมาค้านเช่นกัน โดยมองว่าข้อเสนอนี้ “อันตรายยิ่งกว่าสแปมที่มันตั้งใจจะแก้” เพราะกระทบหลัก censorship-resistance โดยตรง
ขณะเดียวกัน ฝั่งสนับสนุน BIP 110 คือกลุ่มที่เชื่อว่า Bitcoin ควรเป็นเครือข่ายการเงินล้วนๆ ไม่ใช่พื้นที่เก็บไฟล์ JPEG และศึกนี้ยังขยายวงไปถึงสงคราม relay policy ที่ client ทางเลือกอย่าง DOG Mode จากฝั่ง Ordinals ออกมาท้าทายนโยบายกรองธุรกรรมของ Bitcoin Core อีกด้าน จนสื่อนอกเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ศึก governance ยกถัดไปของ Bitcoin”
นักลงทุนต้องจับตาอะไร
ด้านราคา BTC วันนี้ (19 ก.ค.) เคลื่อนไหวแถว 64,700 ดอลลาร์ บวกราว 1.1% ใน 24 ชั่วโมง แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลเดือน ต.ค. 2025 ที่ 126,080 ดอลลาร์ อยู่เกือบ 49% ท่ามกลางภาวะตลาดหมีที่ดัชนี Fear & Greed ยังแช่โซนกลัวสุดขีด
โดยทั่วไปศึก governance แบบนี้ไม่ได้กระทบราคาทันที แต่หากบานปลายถึงขั้น fork จริง ประวัติศาสตร์บอกว่าจะตามมาด้วยความผันผวนรุนแรงเสมอ
สรุป 3 ข้อรู้ทันศึก BIP 110
ข้อเสนอกรองสแปม
BIP 110 จะเพิ่มกฎชั่วคราว 1 ปี บล็อกข้อมูล non-monetary อย่าง Ordinals ด้วยเกณฑ์เปิดใช้แค่ 55%
บิ๊กเนมค้านหัวชนฝา
Saylor + Adam Back ชี้ทำลายความเป็นกลาง เปิดประตูการเซ็นเซอร์ธุรกรรมในอนาคต
โอกาสผ่านยังต่ำ
Miner signaling อยู่ที่ 0% แต่ศึกอุดมการณ์ “เงินล้วน vs เปิดกว้าง” จะยืดเยื้อแน่นอน
ที่มา: Coinpedia, Crypto Briefing








