Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันพุธ, กันยายน 2, 2026
หน้าแรกข่าว Stablecoinสองพี่น้องไทยฟ้อง Tether ปมอายัด USDT 42.4 ล้านดอลลาร์ — อ้างแบล็กลิสต์ตามคำขอ HSI ก่อนมีหมายศาล

สองพี่น้องไทยฟ้อง Tether ปมอายัด USDT 42.4 ล้านดอลลาร์ — อ้างแบล็กลิสต์ตามคำขอ HSI ก่อนมีหมายศาล

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร

สองพี่น้องนักธุรกิจชาวไทยยื่นฟ้อง Tether ต่อศาลแขวงสหรัฐฯ เขตใต้ของนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 กล่าวหาว่าบริษัทผู้ออกเหรียญ USDT อายัดเงินของพวกเขา 42,417,785.62 USDT ใน 10 กระเป๋าบนเครือข่าย Ethereum ตั้งแต่ 30 ตุลาคม 2025 โดยอาศัยเพียง “คำขออย่างไม่เป็นทางการ” จากเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (HSI) ไม่มีหมายศาล ไม่มีคำสั่งศาล และไม่มีหมายเรียกใดๆ รองรับ คดีนี้กำลังถูกจับตาเพราะมันตั้งคำถามตรงๆ ว่า ปุ่มแช่แข็งเหรียญที่ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ถือไว้ในมือนั้น มีขอบเขตทางกฎหมายแค่ไหน

เกิดอะไรขึ้น

โจทก์ในคดีนี้คือ Nutthawat Rukthammachalern และ Natthawat Kasamvilas ซึ่งระบุตัวเองในคำฟ้องว่าเป็นนักธุรกิจชาวไทย พวกเขาอ้างว่าได้ USDT จำนวนดังกล่าวมาจากธุรกรรมทางธุรกิจในตลาดรอง และไม่เคยมีความสัมพันธ์ตามสัญญาใดๆ กับ Tether โดยตรง

วันที่ 30 ตุลาคม 2025 กระเป๋าทั้ง 10 ใบถูกใส่แบล็กลิสต์พร้อมกัน ทำให้เหรียญในนั้นโอนออกไม่ได้เลย ตามคำฟ้องระบุว่า เมื่อโจทก์คนหนึ่งติดต่อไปถาม Tether ว่าเกิดอะไรขึ้น บริษัทไม่ได้อธิบายฐานทางกฎหมายของการอายัด แต่ส่งอีเมลของเจ้าหน้าที่ HSI ให้ไปติดต่อเอาเอง

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX
💡 ประเด็นสำคัญคือ ลำดับเวลา — การอายัดเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2025 แต่หมายยึดทรัพย์จากศาลรัฐบาลกลางเพิ่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 หรือราว 4 เดือนหลังจากนั้น

ไทม์ไลน์คดี

ช่วงเวลา เหตุการณ์
30 ต.ค. 2025 Tether ใส่แบล็กลิสต์ 10 กระเป๋า Ethereum รวม 42,417,785.62 USDT ตามคำขอไม่เป็นทางการของเจ้าหน้าที่ HSI
ก.พ. 2026 ศาลรัฐบาลกลางในรัฐนอร์ทแคโรไลนาออกหมายยึดทรัพย์ สั่งให้ Tether เผาเหรียญที่อายัดไว้ แล้วออกเหรียญใหม่จำนวนเท่ากันเข้ากระเป๋าของรัฐบาล
หลังจากนั้น อัยการสหรัฐฯ แถลงยึด USDT ได้มากกว่า 61 ล้านดอลลาร์ จากกระเป๋าที่ระบุว่าเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลงทุนแบบ pig butchering พร้อมขอบคุณ Tether ที่ให้ความร่วมมือ
31 ส.ค. 2026 สองพี่น้องยื่นฟ้อง Tether ต่อศาลแขวงสหรัฐฯ เขตใต้ของนิวยอร์ก

หัวใจของข้อโต้แย้งฝั่งโจทก์คือ หมายศาลที่ออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ไม่สามารถย้อนกลับไปทำให้การอายัดเมื่อตุลาคม 2025 กลายเป็นเรื่องถูกกฎหมายได้ พูดง่ายๆ คือ ต่อให้ปลายทางมีหมายจริง แต่ช่วง 4 เดือนแรกนั้นทรัพย์สินถูกล็อกไว้โดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายรองรับ

คำฟ้องตั้งข้อกล่าวหาหลักไว้ 3 ฐาน บวกกับคำขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครอง

1

Conversion

การเข้าครอบครองหรือควบคุมทรัพย์สินของผู้อื่นโดยมิชอบ จนเจ้าของใช้ประโยชน์ไม่ได้

2

Trespass to chattels

การล่วงล้ำแทรกแซงทรัพย์สินเคลื่อนที่ของผู้อื่น ทำให้เจ้าของเสียประโยชน์จากการใช้งาน

3

Unjust enrichment

การได้ประโยชน์โดยไม่ชอบ — ในที่นี้คือรายได้ที่ Tether ได้จากเงินสำรองที่หนุนหลัง USDT ก้อนที่ถูกแช่แข็งไว้

สิ่งที่โจทก์ขอจากศาล ได้แก่ ให้ประกาศว่าการกระทำของ Tether ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ปลดแบล็กลิสต์กระเป๋าทั้งหมด ห้าม Tether เผาหรือออกเหรียญใหม่ทดแทน ชดใช้ค่าเสียหายหากเหรียญถูกทำลายไปแล้ว และคืนรายได้ที่บริษัทได้รับจากเงินสำรองที่หนุนหลังเหรียญก้อนนี้

ข้อโต้แย้งเชิงหลักการที่โจทก์ยกขึ้นมานั้นคมมาก พวกเขายอมรับว่า Tether มีความสามารถทางเทคนิค ที่จะแบล็กลิสต์กระเป๋าได้จริง แต่ยืนยันว่าความสามารถทางเทคนิคไม่ได้แปลว่ามีสิทธิตามกฎหมายที่จะยึดหรือควบคุมเหรียญที่เป็นของคนอื่น

📌 ณ วันที่ 2 กันยายน 2026 Tether ยังไม่มีคำชี้แจงต่อสาธารณะเกี่ยวกับคดีนี้ และคดียังอยู่ในขั้นเริ่มต้น ยังไม่มีคำวินิจฉัยใดๆ จากศาล

ปุ่มแช่แข็ง USDT ทำงานอย่างไร

USDT เป็นโทเคนที่มีฟังก์ชัน blacklist ฝังอยู่ในสัญญาอัจฉริยะตั้งแต่ต้น ผู้ออกเหรียญสามารถเพิ่มที่อยู่กระเป๋าใดก็ได้เข้าไปในรายการต้องห้าม ผลคือเหรียญในกระเป๋านั้นโอนออกไม่ได้ทันที ไม่ว่าเจ้าของจะถือกุญแจส่วนตัวอยู่หรือไม่ก็ตาม

นี่คือความแตกต่างที่คนมักเข้าใจผิด — การถือกุญแจส่วนตัวเองในกระเป๋าที่ไม่ใช่ของเว็บเทรด (self-custody) ป้องกันได้เฉพาะกรณีที่ตัวกลางล้มหรือโดนแฮ็ก แต่ป้องกันไม่ได้ในกรณีที่ผู้ออกเหรียญกดแบล็กลิสต์ เพราะอำนาจนั้นอยู่ที่ระดับสัญญาของโทเคน ไม่ใช่ที่ระดับกระเป๋า

สินทรัพย์ ผู้ออกอายัดได้หรือไม่ หมายเหตุ
USDT / USDC ได้ มีฟังก์ชัน blacklist หรือ freeze ในสัญญา ผู้ออกกดได้ฝ่ายเดียว
BTC ไม่ได้ ไม่มีผู้ออก ไม่มีใครแช่แข็งเหรียญบนเชนได้
ETH ไม่ได้ เหรียญหลักของเชน ไม่มีฟังก์ชันอายัด
DAI ขึ้นกับหลักประกัน ตัว DAI เองอายัดไม่ได้ แต่หลักประกันบางส่วนเป็นสเตเบิลคอยน์ที่อายัดได้
สิ่งที่ควรเข้าใจ: ความสามารถในการแช่แข็งเหรียญนี้ไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่เป็นคุณสมบัติที่ออกแบบมาตั้งแต่แรก และเป็นเครื่องมือที่ช่วยกู้เงินคืนให้เหยื่อสแกมได้จริงหลายครั้ง ประเด็นในคดีนี้จึงไม่ใช่ว่าฟังก์ชันนี้ควรมีอยู่ไหม แต่คือต้องมีกระบวนการทางกฎหมายรองรับก่อนกดหรือไม่

มุมมองสำหรับคนไทย

คดีนี้เกี่ยวข้องกับคนไทยโดยตรงในสองระดับ ระดับแรกคือโจทก์เป็นนักธุรกิจชาวไทย และระดับที่สองคือ USDT เป็นสเตเบิลคอยน์ที่คนไทยใช้เป็นสะพานเข้าออกตลาดคริปโตมากที่สุด ทั้งในการเทรดบนเว็บเทรดต่างประเทศ การโอนข้ามพรมแดน และการเก็บมูลค่าไว้ชั่วคราวโดยไม่ต้องแปลงกลับเป็นเงินบาท

สิ่งที่ควรตระหนักคือ เมื่อถือ USDT อยู่ ผู้ถือกำลังรับความเสี่ยงเพิ่มอีกชั้นหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในราคาเหรียญ นั่นคือความเสี่ยงที่กระเป๋าจะถูกใส่แบล็กลิสต์เพราะเหรียญที่ได้รับมามีประวัติเชื่อมโยงกับคดี แม้ผู้ถือปัจจุบันจะไม่รู้เห็นด้วยก็ตาม ในทางปฏิบัติ เหรียญที่ผ่านมือมาหลายทอดในตลาดรองอาจพกประวัติที่มองไม่เห็นติดมาด้วย

  • ไม่เก็บเงินก้อนใหญ่ทั้งหมดไว้ในสเตเบิลคอยน์ตัวเดียว กระจายไปยังสินทรัพย์หรือผู้ออกที่ต่างกัน
  • ระวังการรับ USDT จากคนแปลกหน้าในราคาที่ดีเกินจริง โดยเฉพาะดีลนอกระบบแบบเจอตัว
  • เข้าใจว่าการย้ายเหรียญออกจากเว็บเทรดไปกระเป๋าส่วนตัว ไม่ได้ป้องกันการถูกแบล็กลิสต์จากผู้ออกเหรียญ
  • เก็บหลักฐานที่มาของเงินและคู่สัญญาไว้เสมอ หากวันหนึ่งต้องพิสูจน์ว่าได้เหรียญมาโดยสุจริต

⚠️ สิ่งที่คดีนี้ยังไม่ได้ตัดสิน

ศาลยังไม่ได้ชี้ว่าฝ่ายใดถูก และยังไม่มีข้อสรุปว่าเงินก้อนนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริงหรือไม่ ทุกอย่างยังเป็นข้อกล่าวหาจากคำฟ้องฝ่ายเดียว

💀 สิ่งที่อาจเปลี่ยนไปถ้าโจทก์ชนะ

ผู้ออกสเตเบิลคอยน์อาจต้องรอหมายศาลก่อนอายัด ซึ่งจะทำให้การสกัดเงินสแกนช้าลง แต่คุ้มครองผู้ถือที่สุจริตมากขึ้น

สรุป

📌 3 บรรทัดสรุป
1. สองพี่น้องนักธุรกิจไทยฟ้อง Tether ที่ศาลนิวยอร์ก ปมอายัด USDT กว่า 42.4 ล้านดอลลาร์ใน 10 กระเป๋า ตั้งแต่ 30 ต.ค. 2025
2. ประเด็นหลักคือ Tether อายัดตามคำขอไม่เป็นทางการของ HSI ก่อนที่หมายศาลจะออกในเดือน ก.พ. 2026 ราว 4 เดือน
3. คดีนี้จะเป็นบททดสอบว่า ความสามารถทางเทคนิคในการแช่แข็งเหรียญ ต้องมีกระบวนการทางกฎหมายรองรับแค่ไหน

คำถามที่พบบ่อย

❓ ถ้ากระเป๋าถูก Tether แบล็กลิสต์ จะกู้คืนได้ไหม

ในทางเทคนิค Tether ปลดแบล็กลิสต์ได้ แต่ในทางปฏิบัติมักต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายหรือการพิสูจน์กับหน่วยงานที่ร้องขอให้อายัด ซึ่งใช้เวลานานและไม่มีการรับประกันผล คดีนี้เองก็เป็นตัวอย่างว่าผู้ถือต้องไปถึงขั้นฟ้องศาล

❓ เก็บ USDT ในกระเป๋าส่วนตัวปลอดภัยกว่าไหม

ปลอดภัยกว่าในแง่ความเสี่ยงจากตัวกลาง แต่ไม่ช่วยเรื่องการแบล็กลิสต์ เพราะอำนาจอายัดอยู่ที่สัญญาของโทเคน ไม่ใช่ที่ตัวกระเป๋า ถือกุญแจเองก็ยังโอนออกไม่ได้ถ้าที่อยู่ถูกขึ้นบัญชี

❓ USDC มีความเสี่ยงแบบเดียวกันหรือไม่

มี USDC ก็มีฟังก์ชัน freeze ในสัญญาเช่นกัน และ Circle เคยใช้อายัดที่อยู่ตามคำร้องขอของหน่วยงานรัฐมาแล้ว ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจึงคล้ายกัน ต่างกันที่นโยบายและความโปร่งใสของแต่ละผู้ออก

❓ คดีนี้จะใช้เวลานานแค่ไหน

คดีแพ่งในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่มีประเด็นใหม่ทางกฎหมายมักใช้เวลาเป็นปี และอาจจบด้วยการยอมความก่อนถึงชั้นพิจารณา ยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ผล

แหล่งอ้างอิง

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข่าวและความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนหรือคำแนะนำทางกฎหมาย (NFA) ข้อมูลคดีความอ้างอิงจากคำฟ้องซึ่งเป็นข้อกล่าวหาของฝ่ายโจทก์ ยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาล การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปร
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×HTX (Huobi) — เก๋าเกมคริปโต