บิตคอยน์ร่วงหลุดแนว 77,000 ดอลลาร์ หลังกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ในอิหร่านรอบใหม่ ดันน้ำมันดิบเบรนต์ปิดที่ 94.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และล้างพอร์ตฝั่งลองในตลาดคริปโตราว 115 ล้านดอลลาร์ภายในชั่วโมงเดียว — จบเดือนสิงหาคมที่ดีที่สุดตั้งแต่ปี 2017 ด้วยการเปิดเดือนกันยายนแบบติดลบ
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้น
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ เริ่มโจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามในอิหร่านเมื่อเวลา 12.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ฝั่งตะวันออกของวันอังคารที่ 1 กันยายน โดยอ้างเหตุผลว่าอิหร่านพยายามโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซและกำลังพลสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาค
สื่อรัฐอิหร่านรายงานเสียงระเบิดหลายจุดตามแนวชายฝั่งทางใต้ ทั้งเกาะเกชม์ (Qeshm) เมืองท่าบันดาร์อับบาส (Bandar Abbas) และชาบาฮาร์ (Chabahar) ขณะที่รายงานของ Axios ระบุเพิ่มถึงพื้นที่ Jask, Konarak, Minab และ Sirik ด้วย จุดสำคัญคือเกาะเกชม์และบันดาร์อับบาสตั้งอยู่ประชิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานที่เดิมมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราวหนึ่งในห้าของโลกผ่าน
สำนักข่าว Associated Press รายงานว่าปฏิบัติการครั้งนี้ยุติช่วงเว้นวรรคการปะทะโดยตรงระหว่างสองประเทศที่กินเวลาราวหนึ่งเดือน ก่อนหน้านั้นสหรัฐฯ เพิ่งโจมตีฐานยิงจรวดบนเกาะลารัก (Larak) เมื่อวันอาทิตย์ จากนั้นอิหร่านยิงขีปนาวุธไปยังที่ตั้งของสหรัฐฯ ในจอร์แดน ซึ่งถูกกองทัพจอร์แดนสกัดไว้ได้ ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่าสอยโดรนอิหร่านตกเหนือน่านน้ำของตน
หลังการโจมตีรอบล่าสุด สำนักข่าวกึ่งทางการอิหร่าน Fars และ Tasnim รายงานว่าเตหะรานเริ่มยิงขีปนาวุธและโดรนตอบโต้แล้ว โดยโฆษก IRGC ระบุว่าสหรัฐฯ “จะเสียใจกับการโจมตีครั้งใหม่นี้” ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อธิบายปฏิบัติการว่า “ใหญ่และทรงพลัง” พร้อมเตือนว่าหากอิหร่านตอบโต้อีก สหรัฐฯ จะโจมตีใน “ระดับที่หนักและสูงกว่านี้มาก”
ตลาดคริปโตเจ็บแค่ไหน
บิตคอยน์หลุดแนว 78,000 ดอลลาร์ทันทีที่รายงานปฏิบัติการเริ่มออกมา ก่อนไหลต่อลงต่ำกว่า 77,000 ดอลลาร์ และทำจุดต่ำที่ราว 76,762 ดอลลาร์ จากจุดสูงระหว่างวันที่ 79,166 ดอลลาร์ ตามข้อมูลของ crypto.news ส่วนอีเธอเรียมหลุดแนว 2,400 ดอลลาร์ในจังหวะเดียวกัน
ข้อมูลจาก CoinGlass ที่ถูกอ้างถึงในรายงานระบุว่า สถานะเลเวอเรจฝั่งลองทั่วตลาดคริปโตถูกบังคับปิดไปราว 115 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง การล้างพอร์ต (liquidation) เกิดขึ้นเมื่อหลักประกันของเทรดเดอร์ไม่พอรองรับผลขาดทุนที่บวมขึ้น กระดานจึงบังคับปิดสถานะให้ ซึ่งกลายเป็นคำสั่งขายเพิ่มเข้าไปในตลาดที่อ่อนแออยู่แล้ว
| สินทรัพย์ | ราคา (ล่าสุด) | เปลี่ยนแปลง 24 ชม. |
|---|---|---|
| Bitcoin (BTC) | ราว 77,600 ดอลลาร์ | -1.9% |
| Ethereum (ETH) | ราว 2,421 ดอลลาร์ | -2.5% |
| XRP | ราว 1.35 ดอลลาร์ | -3.1% |
| Solana (SOL) | ราว 100 ดอลลาร์ | -3.9% |
ข้อมูลราคาจาก CoinGecko ณ เวลาที่เขียน (2 กันยายน 2026) มูลค่าตลาดคริปโตรวมย่อลงมาแถว 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่แรงขายไม่ได้จำกัดอยู่แค่คริปโต — ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นร่วง 2.7% ลบมูลค่าตลาดไปราว 31.8 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 202,000 ล้านดอลลาร์ โดยกระจุกหนักในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี
ทำไมน้ำมันถึงเป็นตัวแปรสำคัญกว่าที่คิด
Reuters รายงานว่าน้ำมันดิบเบรนต์ปิดบวก 4.6% ที่ 94.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ของสหรัฐฯ บวก 5.2% ปิดที่ 90.22 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบราวสามเดือน เทรดเดอร์น้ำมันยังจับตารายงานว่ามีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำถูกโจมตีขณะออกจากช่องแคบ
ประเด็นที่นักลงทุนคริปโตมักมองข้ามคือ น้ำมันแพงไม่ได้กระทบแค่ “ความกลัว” ชั่วคราว แต่ไหลเข้าสู่ตัวเลขเงินเฟ้อโดยตรง และเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีเหตุผลที่จะคงหรือขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่กดสินทรัพย์เสี่ยงทั้งกระดาน จังหวะนี้ยิ่งซ้อนทับกับถ้อยแถลงสายเหยี่ยวของประธานเฟด เควิน วอร์ช ที่แจ็กสันโฮลเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งดันโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนขึ้นไปแตะราว 58% จากเดิมราว 35%
💀 ช่องทางที่ 1: เงินเฟ้อ
น้ำมันแพง → ค่าขนส่งและต้นทุนสินค้าแพง → เงินเฟ้อสูง → เฟดยิ่งมีเหตุผลไม่ลดดอกเบี้ย
⚠️ ช่องทางที่ 2: ปิดความเสี่ยง
สงครามที่ยังไม่รู้จุดจบ ทำให้กองทุนลดสถานะสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมดพร้อมกัน ไม่เลือกว่าเป็นหุ้นเทคหรือคริปโต
💀 ช่องทางที่ 3: เลเวอเรจ
ราคาไหลเร็วในตลาดที่มีสถานะลองสะสมไว้เยอะ ทำให้เกิดการบังคับปิดเป็นลูกโซ่ ราคาจึงลงแรงกว่าที่ข่าวควรจะทำได้
สิ่งที่ควรจับตาคือช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดหรือถูกรบกวนจริงแค่ไหน ถ้าการขนส่งพลังงานสะดุดเป็นวงกว้าง ราคาน้ำมันจะไม่ใช่แค่เด้งตามข่าว แต่จะยกฐานขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนั่นคือสถานการณ์ที่กดคริปโตยาวกว่าการปะทะรายวัน
มุมมองสำหรับนักลงทุนไทย
สำหรับคนไทย ผลกระทบจากข่าวนี้จะมาถึงสองทางพร้อมกัน ทางแรกคือพอร์ตคริปโตที่ย่อตามตลาดโลก ทางที่สองคือค่าครองชีพ เพราะไทยนำเข้าน้ำมันเกือบทั้งหมด ราคาดิบที่บวก 5% ในคืนเดียวจะทยอยส่งผ่านมาที่ราคาหน้าปั๊ม ค่าขนส่ง และราคาสินค้าในอีกไม่กี่สัปดาห์ ขณะเดียวกันภาวะปิดความเสี่ยงทั่วเอเชีย — เห็นได้จากนิกเกอิที่ร่วง 2.7% — มักลากค่าเงินบาทและหุ้นไทยไปด้วย นักลงทุนที่ถือทั้งคริปโตและหุ้นจึงอาจเจอพอร์ตแดงพร้อมกันทั้งสองฝั่ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่การกระจายความเสี่ยงแบบเดิมช่วยได้น้อยลง
- ลดหรืองดเลเวอเรจ — ตัวเลขล้างพอร์ต 115 ล้านดอลลาร์ใน 1 ชั่วโมงบอกชัดว่าใครเจ็บก่อน
- แยกให้ออกระหว่าง “ข่าวที่กระทบราคาชั่วคราว” กับ “ข่าวที่เปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนพลังงาน” — อย่างหลังกินเวลานานกว่า
- จับตาปฏิทินเศรษฐกิจ: ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ วันศุกร์ และ CPI เดือนสิงหาคมวันที่ 11 กันยายน จะเป็นตัวชี้ว่าเฟดจะเหยี่ยวขึ้นอีกหรือไม่
- อย่าตัดสินใจจากพาดหัวเดียว — ราคาน้ำมันและคริปโตในสถานการณ์แบบนี้กลับตัวได้เร็วพอ ๆ กับตอนที่ร่วง
สรุป
สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่
CENTCOM ยืนยันโจมตีเป้าหมาย IRGC เมื่อ 1 ก.ย. อ้างเหตุอิหร่านพยายามโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ
บิตคอยน์หลุด 77,000 ดอลลาร์
ทำจุดต่ำราว 76,762 ดอลลาร์ ล้างพอร์ตฝั่งลองราว 115 ล้านดอลลาร์ใน 1 ชั่วโมง อีเธอเรียมหลุด 2,400 ดอลลาร์
น้ำมันคือความเสี่ยงตัวจริง
เบรนต์ปิดที่ 94.65 ดอลลาร์ WTI ที่ 90.22 ดอลลาร์ ยิ่งดันเงินเฟ้อและเพิ่มโอกาสที่เฟดจะไม่ผ่อนคลายนโยบาย
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ทำไมบิตคอยน์ถึงร่วงตอนเกิดสงคราม ทั้งที่หลายคนเรียกมันว่าทองคำดิจิทัล?
ตอบ: ในกรอบเวลาสั้น ตลาดยังปฏิบัติกับบิตคอยน์เหมือนสินทรัพย์เสี่ยงกลุ่มเดียวกับหุ้นเทคโนโลยี เมื่อกองทุนลดความเสี่ยง บิตคอยน์จึงถูกขายไปพร้อมกัน รอบนี้แม้แต่ทองคำจริงก็ย่อตัวเช่นกันเพราะแรงกดจากแนวโน้มดอกเบี้ยสูง
ถาม: การล้างพอร์ต 115 ล้านดอลลาร์ ถือว่าเยอะไหม?
ตอบ: ไม่ถือว่าใหญ่มากเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ระดับวิกฤต แต่จุดสำคัญคือมันเกิดภายในชั่วโมงเดียวและกระจุกที่ฝั่งลอง ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีการใช้เลเวอเรจฝั่งซื้อสะสมไว้มากก่อนข่าวออก
ถาม: ถ้าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจริงจะเกิดอะไรขึ้น?
ตอบ: เดิมมีน้ำมันและ LNG ราวหนึ่งในห้าของโลกผ่านเส้นทางนี้ การปิดเป็นวงกว้างจะดันราคาพลังงานขึ้นอีกมาก ซึ่งแปลว่าเงินเฟ้อทั่วโลกสูงขึ้น และเป็นสภาพแวดล้อมที่กดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตต่อเนื่อง
ถาม: มีอะไรต้องจับตาต่อในสัปดาห์นี้?
ตอบ: ท่าทีตอบโต้ของอิหร่าน ความเคลื่อนไหวของเรือขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ในวันศุกร์ และ CPI เดือนสิงหาคมที่จะออกวันที่ 11 กันยายน








![[Part 1/2] พ่อใหญ่ Saylor ขาย 1,638 BTC แต่บิตคอยน์กลับพุ่งแรงไป $64,000 เกิดอะไรขึ้น ? (3/08/2026)](https://i.ytimg.com/vi/h-r5d3twH1g/hqdefault.jpg)









