ฉางเผิง จ้าว (CZ) ผู้ก่อตั้ง Binance จุดชนวนถกเถียงครั้งใหญ่ในวงการ หลังเสนอแนวคิด “ฟรีซ” บิตคอยน์ราว 1.1 ล้าน BTC ที่เชื่อว่าเป็นของซาโตชิ นากาโมโตะ ผู้สร้างบิตคอยน์ (มูลค่าราว 68,000 ล้านดอลลาร์) เพื่อป้องกันไม่ให้ตกอยู่ในมือแฮกเกอร์เมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมพัฒนาถึงจุดที่เจาะรหัสได้ — งานนี้ผู้เชี่ยวชาญแตกออกเป็น 2 ฝ่ายทันที
📑 สารบัญ
CZ เสนออะไรกันแน่?
ในพอดแคสต์ร่วมกับ Alex Thorn จาก Galaxy Digital เมื่อเดือนที่ผ่านมา CZ เสนอแนวทางว่า หากคอมพิวเตอร์ควอนตัมใกล้จะเจาะระบบเข้ารหัสของบิตคอยน์ได้จริง เครือข่ายควรอัปเกรดไปใช้ลายเซ็นดิจิทัลแบบ “ทนควอนตัม” (quantum-resistant) ก่อน จากนั้นให้เวลาเจ้าของกระเป๋ารุ่นเก่า — รวมถึงซาโตชิ — ประมาณ 6 ถึง 12 เดือน ในการย้ายเหรียญไปยังที่อยู่ใหม่ที่ปลอดภัย
ประเด็นร้อนอยู่ตรงนี้: ถ้าพ้นกำหนดแล้วเหรียญยังไม่ถูกย้าย (ซึ่งซาโตชิหายตัวไปตั้งแต่ปี 2011 และไม่เคยขยับเหรียญเลย) เครือข่ายควร “ฟรีซ” เหรียญเหล่านั้นถาวร เพื่อไม่ให้ใครนำคอมพิวเตอร์ควอนตัมมาขโมยไปได้
ทำไมต้องกลัวคอมพิวเตอร์ควอนตัม
บิตคอยน์ใช้ระบบเข้ารหัสแบบ ECDSA ในการปกป้องกระเป๋าเงิน ซึ่งคอมพิวเตอร์ทั่วไปถอดรหัสไม่ได้ในทางปฏิบัติ แต่คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่แรงพออาจย้อนหาค่า private key จาก public key ได้ ความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป — งานวิจัยจาก Google Quantum AI เมื่อเดือนมีนาคมประเมินว่า การเจาะลายเซ็นดิจิทัลอาจต้องใช้ควอนตัมบิต (qubit) ไม่ถึง 500,000 ตัว และทำได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที
ที่น่ากังวลคือ บิตคอยน์ที่เปิดเผย public key ไปแล้ว (เช่นที่อยู่รุ่นเก่าแบบ P2PK ที่ซาโตชิใช้) คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงราว 34% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่งจะเป็นเป้าหมายแรกๆ หากภัยควอนตัมมาถึงจริง
วงการแตกเป็น 2 ฝ่าย
ข้อเสนอของ CZ จุดกระแสถกเถียงทันที เพราะแตะหัวใจสำคัญของบิตคอยน์ นั่นคือความเป็นระบบที่ “ไม่มีใครมาสั่งห้ามได้” (permissionless)
✅ ฝ่ายหนุน (หรือหาทางกลาง)
Jameson Lopp ผู้ร่วมก่อตั้ง Casa เคยระบุว่า การฟรีซเหรียญที่นิ่งสนิทยังดีกว่าปล่อยให้แฮกเกอร์เอาไป เขาเป็นผู้ร่าง BIP-361 ที่วางแผนย้ายบิตคอยน์ไปสู่ระบบเข้ารหัสทนควอนตัมแบบเป็นขั้นเป็นตอน
💀 ฝ่ายค้าน
Michael Terpin ซีอีโอ Transform Ventures ชี้ว่าการฟรีซคือการ “ข้ามเส้นที่บิตคอยน์ไม่เคยข้าม” และสร้าง “การขออนุญาตในระบบที่ไม่ต้องขออนุญาต” ทั้งยังตั้งคำถามว่าชุมชนจะหาฉันทามติได้จริงหรือ ในเมื่อ “แค่ทำ SegWit ยังใช้เวลาหลายปี”
ขณะที่บางคนเสนอทางที่สาม — Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ปฏิเสธทั้งการฟรีซและการปล่อยให้ถูกขโมย โดยหนุนแนวคิดนำเหรียญของซาโตชิไปไว้ใน “ทรัสต์ตามกฎหมาย” (legal trust) ตามข้อเสนอของ Nic Carter เพื่อเลี่ยงปมปรัชญาเรื่องการแทรกแซงเครือข่าย
| บุคคล | จุดยืน | เหตุผลหลัก |
|---|---|---|
| CZ (Binance) | เสนอฟรีซ | กันแฮกเกอร์ควอนตัมขโมย |
| Jameson Lopp (Casa) | หนุน/หาทางออก | ฟรีซดีกว่าให้แฮกเกอร์ได้ไป (BIP-361) |
| Michael Terpin | ค้าน | ผิดหลัก permissionless |
| Matt Hougan (Bitwise) | ทางที่สาม | เอาเข้าทรัสต์ตามกฎหมายแทน |
สรุป: อะไรที่ต้องจับตา
ข้อเสนอนี้ยังเป็นเพียงการ “จุดประเด็น” ให้ถกกัน ไม่ใช่แผนที่จะเกิดขึ้นในเร็ววัน เพราะการเปลี่ยนกฎของบิตคอยน์ต้องอาศัยฉันทามติจากทั้งเครือข่าย ซึ่งยากและใช้เวลานานมาก แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ภัยควอนตัมได้กลายเป็นหัวข้อที่วงการต้องเตรียมรับมืออย่างจริงจังแล้ว
ที่มา: CoinDesk, BeInCrypto








