Bloom Trading บอทเทรดคริปโตบน Solana ที่ให้บริการผ่าน Telegram ถูกแฮ็ก เงิน SOL หายไป 9,408 เหรียญ (ราว 954,000 ดอลลาร์) จาก 49 กระเป๋า
บริษัทชี้แจงภายหลังว่าเป็นของผู้ใช้จริงเพียง 9 คน ต้นเหตุคือบอทเก็บไพรเวทคีย์ของผู้ใช้ไว้ในระบบกลาง (custodial) แฮ็กเกอร์เจาะจุดเดียวแล้วดูดเงินจากหลายกระเป๋าพร้อมกัน
Bloom รับปากคืนเงินเต็มจำนวนให้ทั้ง 9 คน แต่ยังไม่สรุปต้นตอการแฮ็ก และยังไม่มีกำหนดเวลาคืนเงินชัดเจน
Bloom Trading บอทเทรดคริปโตอัตโนมัติบนบล็อกเชน Solana ที่ให้บริการผ่านแอป Telegram ถูกแฮ็กเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ทำให้เงิน SOL ของผู้ใช้หายไปรวม 9,408 เหรียญ หรือราว 954,000 ดอลลาร์ ความเสียหายกระจายอยู่ใน 49 กระเป๋า ซึ่งบริษัทชี้แจงภายหลังว่าเป็นของผู้ใช้จริงเพียง 9 คน (บางคนถือหลายกระเป๋าพร้อมกัน) เหตุการณ์นี้จุดประเด็นเรื่องความเสี่ยงของบอทเทรดแบบ custodial ที่เก็บไพรเวทคีย์ของผู้ใช้ไว้บนเซิร์ฟเวอร์ตัวเองโดยตรง
📑 สารบัญ
ไทม์ไลน์เกิดอะไรขึ้น
เหตุการณ์เริ่มเป็นที่พูดถึงเมื่อนักเทรดหลายคนในชุมชน Solana แจ้งว่าเงินในกระเป๋าที่เชื่อมกับบอท Bloom Trading หายไปโดยไม่ได้สั่งธุรกรรมเอง บัญชีตรวจสอบบล็อกเชน Onchain Lens เป็นรายแรกที่รวบรวมข้อมูลออนเชนและแจ้งเตือนผ่าน X ว่าพบเงิน SOL รวม 9,408 เหรียญ ถูกโยกจาก 49 กระเป๋าที่ต้องสงสัยไปรวมที่แอดเดรสเดียว โดยรายการโอนที่ใหญ่สุดอยู่ที่ 1,636 SOL หรือประมาณ 166,000 ดอลลาร์ ณ ราคาขณะนั้น
| ช่วงเวลา | เหตุการณ์ |
|---|---|
| ก่อนหน้า | นักเทรด Solana หลายคน (เช่นผู้ใช้ชื่อ Domy) รายงานพบเงินหายจากกระเป๋าที่เชื่อมกับ Bloom Trading โดยไม่ได้สั่งธุรกรรม |
| 26 ต.ค. 2569 | Onchain Lens ตรวจพบเงิน 9,408 SOL (~954,000 ดอลลาร์) ถูกโยกจาก 49 กระเป๋าต้องสงสัยไปรวมที่แอดเดรสเดียว |
| 26 ต.ค. 2569 | Bloom Trading ออกแถลงการณ์ผ่านช่องทางทางการ ยืนยันกำลังสอบสวน ระงับบางฟีเจอร์ชั่วคราว และรับปากคืนเงินให้ผู้ใช้จริง 9 คนที่ได้รับผลกระทบ |
ทำไมเงินหายหลายกระเป๋าพร้อมกัน
จุดที่ทำให้เหตุการณ์นี้ต่างจากการแฮ็กกระเป๋าทั่วไป คือ Bloom Trading เป็นบอทเทรดแบบ custodial หมายความว่าผู้ใช้นำไพรเวทคีย์ (private key) ของกระเป๋าตัวเองไปฝากไว้ให้บอทเก็บ เพื่อให้บอทเซ็นธุรกรรมซื้อ-ขายอัตโนมัติแทนได้ทันที โดยไม่ต้องกดยืนยันทุกครั้งผ่านแอปกระเป๋าของผู้ใช้เอง
ข้อดีคือความเร็วในการเทรด แต่ข้อเสียคือสิทธิ์การเซ็นธุรกรรมทั้งหมดไปอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ของบริษัทแทนอุปกรณ์ของผู้ใช้ — ถ้าระบบเก็บคีย์ส่วนกลางถูกเจาะได้ แฮ็กเกอร์จะสามารถดูดเงินจากกระเป๋าของผู้ใช้หลายร้อยหลายพันคนได้ในจุดเดียว ไม่ต่างจากความเสี่ยงที่เอ็กซ์เชนจ์แบบรวมศูนย์ (centralized exchange) เคยเจอมาตลอดหลายปี
⚠️ สิ่งที่สังเกตได้จากเหตุการณ์นี้
มีผู้ใช้บางรายรายงานว่าเหรียญ USDC ในกระเป๋าเดียวกันไม่ถูกแตะต้อง มีเพียง SOL ที่หายไป — นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นสคริปต์ที่เจาะจงดึงเฉพาะโทเคนบางชนิด แต่ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด
🔍 ตัวเลขที่ยังไม่ตรงกัน
ข้อมูลออนเชนจาก Onchain Lens ระบุ 49 กระเป๋าที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ Bloom Trading ชี้แจงว่าเป็นผู้ใช้จริงเพียง 9 คน (บางคนถือหลายกระเป๋า) บริษัทยังไม่ได้อธิบายส่วนต่างของตัวเลขทั้งสองชุดอย่างละเอียด
Bloom รับมืออย่างไร
Bloom Trading ออกแถลงการณ์ผ่านช่องทางทางการว่า “กำลังสอบสวนต้นเหตุอย่างจริงจัง” และระงับบางฟังก์ชันของบอทไว้ชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติโดยเร็วที่สุด บริษัทยังปฏิเสธข้อเสนอจากชุมชนที่ต้องการตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้เสียหาย โดยระบุว่าจะรับผิดชอบคืนเงินให้ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบทั้ง 9 คนเต็มจำนวนด้วยตัวเอง ผ่านการโยกเงินไปยังกระเป๋าใหม่ที่ปลอดภัยซึ่งผู้ใช้แต่ละคนกำหนดเอง
- Bloom ยังไม่ยืนยันว่าต้นเหตุคือระบบของตัวเองถูกเจาะ หรือผู้ให้บริการบุคคลที่สาม (third-party) ที่เชื่อมต่ออยู่ถูกเจาะ
- ยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่ชัดว่าจะคืนเงินให้ผู้เสียหายเมื่อไหร่
- ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคของช่องโหว่ที่แท้จริง
มุมนักลงทุนไทย
บอทเทรดคริปโตผ่าน Telegram แบบ Bloom Trading เป็นที่นิยมในกลุ่มนักเทรดสาย Solana/Memecoin ทั่วโลกรวมถึงไทย เพราะสะดวก เทรดไวจากในแอปแชทได้เลยโดยไม่ต้องสวิตช์ไปมาระหว่างแอป แต่กลไกที่ต้อง “ฝากไพรเวทคีย์” ให้บอทเก็บไว้ ถือเป็นความเสี่ยงที่แตกต่างจากการถือกระเป๋า self-custody (เช่น Ledger, Keystone) ที่คีย์ยังอยู่ในมือผู้ใช้เองเสมอ บอทลักษณะนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ไทย และไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย หากเกิดเหตุสูญเงิน นักลงทุนไทยจะไม่มีกลไกคุ้มครองผู้บริโภคใดๆ รองรับ ต่างจากการใช้บริการผ่านเอ็กซ์เชนจ์ที่ได้รับใบอนุญาตในไทย
คำถามที่พบบ่อย
Bloom Trading คืออะไร
Bloom Trading คือบอทเทรดคริปโตอัตโนมัติที่ทำงานผ่านแอป Telegram เน้นเทรดโทเคนบนบล็อกเชน Solana โดยอ้างว่ามีปริมาณการเทรดสะสมกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์ และผู้ใช้งานกว่า 70,000 คน
เงินหายไปเท่าไหร่ และใครได้รับผลกระทบ
เงิน SOL หายไปรวม 9,408 เหรียญ คิดเป็นเงินราว 954,000 ดอลลาร์ กระจายอยู่ใน 49 กระเป๋า ซึ่ง Bloom Trading ชี้แจงว่าเป็นของผู้ใช้จริงเพียง 9 คน (บางคนถือหลายกระเป๋า)
ผู้ใช้ที่เสียหายจะได้เงินคืนไหม
Bloom Trading ประกาศรับปากคืนเงินเต็มจำนวนให้ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบทั้ง 9 คน โดยจะโยกเงินไปยังกระเป๋าใหม่ที่ผู้ใช้กำหนดเอง แต่ยังไม่มีกำหนดเวลาชัดเจนว่าจะดำเนินการคืนเงินเมื่อไหร่
ที่มา: crypto.news, BigGo (อ้างอิงข้อมูล Onchain Lens)




















