1. หุ้น Gemini Space Station (GEMI) เอ็กซ์เชนจ์คริปโตของฝาแฝด Winklevoss ร่วงลงราว 80% จากมูลค่าตลาดสูงสุดราว 4,000 ล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 753 ล้านดอลลาร์ ณ 20 กันยายน 2569
2. รายได้ธุรกิจเทรดไตรมาส 2/2569 ลดลง 38% เหลือ 12.5 ล้านดอลลาร์ ปริมาณเทรด Spot หดตัว 66% เหลือ 3,800 ล้านดอลลาร์ จุดชนวนกระแสข่าวเทคโอเวอร์กลับมาอีกครั้ง
3. นักวิเคราะห์ ARK Invest เสนอไอเดียให้ Hyperliquid ซื้อ Gemini เพื่อใบอนุญาตกำกับดูแลในสหรัฐฯ แต่ยังไม่มีข้อเสนอซื้อจริง และตระกูล Winklevoss ถือสิทธิ์โหวต 94.5% ต้องผ่านสองพี่น้องนี้ก่อนเท่านั้น
Gemini Space Station (GEMI) เอ็กซ์เชนจ์คริปโตที่ก่อตั้งโดยฝาแฝด Cameron และ Tyler Winklevoss กำลังกลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เรื่องราคาคริปโต — CoinDesk รายงานเมื่อ 20 กันยายน 2569 ว่าหุ้น GEMI ที่เข้าตลาด Nasdaq เมื่อปีก่อน ร่วงลงจากจุดสูงสุดแล้วราว 80% จนมูลค่าตลาดเหลือเพียง 753 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางธุรกิจเทรดที่หดตัวต่อเนื่อง กลายเป็นแรงจุดกระแสว่า Gemini อาจเป็นเป้าหมายเทคโอเวอร์รอบใหม่ — ไม่ใช่เพราะปริมาณเทรด แต่เพราะ “ใบอนุญาตกำกับดูแล” ที่บริษัทถืออยู่
หุ้น Gemini ร่วงหนักแค่ไหน
Gemini เข้าตลาด Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ GEMI เมื่อ 12 กันยายน 2568 ตั้งราคา IPO ที่ 28 ดอลลาร์/หุ้น เปิดเทรดวันแรกพุ่งไปแตะ 37.01 ดอลลาร์ และทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 45.89 ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดวันแรกที่ 32 ดอลลาร์ ดันมูลค่าบริษัทแตะระดับราว 4,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงพีค แต่ปีถัดมาทุกอย่างพลิกกลับ
| ตัวชี้วัด | ค่าล่าสุด | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|
| มูลค่าตลาด (Market Cap) | 753 ล้านดอลลาร์ | ร่วง ~80% จากจุดสูงสุด ~4,000 ล้านดอลลาร์ |
| ราคาหุ้น (เทียบราคาเปิดวันแรก) | ~4.19 ดอลลาร์ | ร่วง ~89% จาก 37.01 ดอลลาร์ |
| รายได้ธุรกิจเทรด (Q2/2569) | 12.5 ล้านดอลลาร์ | ลดลง 38% เทียบปีก่อน |
| ปริมาณเทรด Spot (Q2/2569) | 3,800 ล้านดอลลาร์ | ลดลง 66% เทียบปีก่อน |
| สินทรัพย์บนแพลตฟอร์ม | 8,400 ล้านดอลลาร์ | ลดจาก 18,200 ล้านดอลลาร์ |
ทำไมกระแสเทคโอเวอร์กลับมาอีกครั้ง
ธุรกิจเทรดของ Gemini กำลังหดตัว แต่สินทรัพย์ที่แท้จริงของบริษัทอาจไม่ใช่ปริมาณการซื้อขาย — เป็น “ใบอนุญาตกำกับดูแล” ที่ใช้เวลาและต้นทุนสูงกว่าจะขอได้เอง นี่คือ 3 เหตุผลที่ทำให้กระแสข่าวเทคโอเวอร์ Gemini กลับมาอีกครั้ง
ARK Invest จุดประเด็น Hyperliquid ซื้อ Gemini
Lorenzo Valente ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ ARK Invest โพสต์บน X เสนอว่า Hyperliquid แพลตฟอร์มเทรด Perpetual Futures นอกสหรัฐฯ ควรซื้อ Gemini เพื่อใช้เป็น “ประตูสู่ตลาดสหรัฐฯ ที่มีใบอนุญาตถูกกฎหมาย” สำหรับซื้อขาย Perpetual Futures และ Prediction Market — แต่ยังไม่มีสัญญาณว่า Hyperliquid กำลังเจรจาซื้อจริง
ใบอนุญาตคือของมีค่า ไม่ใช่ปริมาณเทรด
นักลงทุน Venture Capital รายหนึ่งให้ความเห็นกับ CoinDesk ว่าเทคโนโลยีเอ็กซ์เชนจ์ของ Gemini อาจไม่ต่างจากคู่แข่งมากนัก แต่ใบอนุญาตและการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่ Gemini ถืออยู่ ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูงกว่ามากหากคู่แข่งจะขอเองใหม่ทั้งหมด ทำให้การซื้อ Gemini อาจ “คุ้มกว่า” การขอใบอนุญาตเองสำหรับบางบริษัท
เคยมีการเจรจาขายบางส่วนมาก่อน แต่ยังไม่จบ
CoinDesk เคยรายงานตั้งแต่เมษายน 2569 ว่ามีผู้สนใจซื้อเฉพาะส่วนธุรกิจยุโรปและอังกฤษที่ Gemini ปิดตัวไปแล้ว เพื่อเข้าถึงใบอนุญาตเท่านั้น ไม่ใช่การเทคโอเวอร์เต็มรูปแบบ แต่ดีลยังไม่เกิดขึ้นจริงเพราะสองฝ่ายตกลงมูลค่ากันไม่ได้ สะท้อนรูปแบบที่เกิดขึ้นทั่วอุตสาหกรรม เช่น Keyrock ซื้อสินทรัพย์เทรดของ BlockFills เมื่อกรกฎาคม 2569 เพื่อใบอนุญาตและทีมงานด้าน Derivatives โดยเฉพาะ
มุมไทย — บทเรียนเรื่องความเสี่ยงหุ้นเอ็กซ์เชนจ์คริปโต
นักลงทุนไทยที่ซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ หรือติดตามหุ้นกลุ่มคริปโตอย่าง Coinbase, Circle รวมถึง Gemini ควรเก็บเคสนี้ไว้เป็นบทเรียน — หุ้นบริษัทคริปโตที่เพิ่งเข้าตลาดใหม่ (IPO) มีความผันผวนสูงกว่าหุ้นทั่วไปมาก เพราะรายได้ผูกกับปริมาณการเทรดคริปโตโดยตรง เมื่อตลาดซบเซาหรือคู่แข่งแย่งส่วนแบ่งตลาด รายได้จะหดตัวเร็วกว่าธุรกิจสาย Fintech ทั่วไป
อีกมุมที่น่าสนใจคือแนวคิด “ใบอนุญาตกำกับดูแลมีมูลค่าในตัวเอง” ซึ่งใกล้เคียงกับโครงสร้างใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยที่ ก.ล.ต. กำกับดูแลอยู่ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการที่ได้ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขาย/นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลถูกต้องตามกฎหมายไทย ก็ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในเชิงกลยุทธ์เช่นเดียวกัน แม้ธุรกิจการเทรดเองจะผันผวนตามสภาวะตลาดโลกก็ตาม
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ใช่คนละบริษัทกันโดยสิ้นเชิง Gemini ในข่าวนี้คือ Gemini Space Station เอ็กซ์เชนจ์ซื้อขายคริปโตที่ก่อตั้งโดยฝาแฝด Winklevoss ตั้งแต่ปี 2557 ซื้อขายในตลาดหุ้นด้วยสัญลักษณ์ GEMI ส่วน Gemini AI เป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของ Google คนละบริษัท คนละธุรกิจ บังเอิญใช้ชื่อเดียวกันเท่านั้น
สาเหตุหลักมาจากรายได้ธุรกิจเทรดที่หดตัวต่อเนื่อง ทั้งปริมาณเทรด Spot ที่ลดลง 66% และสินทรัพย์บนแพลตฟอร์มที่ลดลงเกือบครึ่ง ประกอบกับภาวะตลาดคริปโตโดยรวมที่ผันผวนหนักตั้งแต่ปลายปี 2568 ทำให้หุ้นกลุ่มเอ็กซ์เชนจ์คริปโตที่เพิ่งเข้าตลาดปรับตัวลงพร้อมกันหลายบริษัท
ยังไม่มี ข้อเสนอที่เป็นข่าวตอนนี้เป็นเพียงความเห็นวิเคราะห์จากนักวิจัยของ ARK Invest เท่านั้น ยังไม่มีบริษัทใดยืนยันการเจรจาซื้อขายอย่างเป็นทางการ และดีลใดๆ ก็ตามต้องผ่านการอนุมัติจากฝาแฝด Winklevoss ผู้ถือสิทธิ์โหวต 94.5% ก่อนเสมอ




















