SpaceX ของ อีลอน มัสก์ เปิดงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2026 เป็นครั้งแรกในฐานะบริษัทมหาชน และตัวเลขที่ชาวคริปโตจับตาที่สุดก็โผล่ออกมาทันที — มูลค่าบิตคอยน์ในมือบริษัทหายไป 540 ล้านดอลลาร์ในครึ่งปีแรก แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ไม่มีสัญญาณว่า SpaceX ขายบิตคอยน์ออกไปแม้แต่เหรียญเดียว ขณะที่รายได้กลับทะลุเป้าวอลล์สตรีทถึง 900 ล้านดอลลาร์
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้น: งบแรกหลัง IPO 8.6 หมื่นล้าน
วันที่ 4 สิงหาคม 2026 SpaceX รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ซึ่งเป็นงบการเงินชุดแรกหลังจากบริษัทเข้าตลาดหุ้นด้วยมูลค่า IPO ราว 8.6 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน
สำหรับนักลงทุนคริปโต งบชุดนี้มีความหมายพิเศษ เพราะเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขบิตคอยน์ในบัญชีของบริษัทอวกาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการภายใต้กฎการรายงานของบริษัทมหาชน ไม่ใช่แค่ข่าวลือหรือการวิเคราะห์ on-chain อีกต่อไป
บิตคอยน์หายไป 540 ล้านดอลลาร์ — แต่ไม่ได้ขาย
ตัวเลขที่เป็นพาดหัวข่าวคือ มูลค่าบิตคอยน์ที่ SpaceX ถืออยู่ลดลงจาก 1.64 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 เหลือ 1.10 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2026 คิดเป็นมูลค่าที่หายไปราว 540 ล้านดอลลาร์
สาเหตุไม่ได้มาจากการขายหรือการถูกแฮก แต่มาจากราคาบิตคอยน์ที่ร่วงลงราว 33% ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2026 ล้วนๆ
| รายการ | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|
| จำนวนบิตคอยน์ | 18,712 BTC | 18,712 BTC (ไม่เปลี่ยน) |
| มูลค่าตามบัญชี | 1.64 พันล้านดอลลาร์ | 1.10 พันล้านดอลลาร์ |
| ส่วนต่าง | ลดลงราว 540 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ -33%) | |
จากรายงานของ CoinDesk ไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า SpaceX ขายบิตคอยน์ออกไปเลยในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งต่างจากบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งที่เลือกลดพอร์ตลงเมื่อราคาปรับฐาน
ขาดทุนคริปโต แต่ธุรกิจจริงโตแรง
สิ่งที่ทำให้งบชุดนี้ไม่ใช่ข่าวร้ายทั้งหมด คือผลประกอบการหลักของบริษัทที่ออกมาดีเกินคาดอย่างชัดเจน
| ตัวชี้วัด | ผลจริง Q2 2026 | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| รายได้ | 7.8 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาด 6.9 พันล้าน |
| ขาดทุนสุทธิ | 541 ล้านดอลลาร์ | ดีขึ้นจากขาดทุน 1.0 พันล้านปีก่อน |
| Adjusted EBITDA | 3.5 พันล้านดอลลาร์ | เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า |
| รายจ่ายลงทุน | 18.4 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด 13 พันล้าน |
สังเกตตัวเลขให้ดี — ขาดทุนสุทธิของบริษัททั้งไตรมาสอยู่ที่ 541 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าบิตคอยน์ที่หายไปคือราว 540 ล้านดอลลาร์ พูดง่ายๆ คือ ถ้าไม่มีการตีมูลค่าบิตคอยน์ก้อนนี้ SpaceX แทบจะเสมอตัวหรือมีกำไรในไตรมาสนี้
- แยกให้ออกระหว่าง “ขาดทุนจากการดำเนินงาน” กับ “ขาดทุนจากการตีมูลค่าสินทรัพย์”
- ดูว่าจำนวนเหรียญเปลี่ยนไหม ถ้าจำนวนเท่าเดิม = ยังไม่ได้ขาย
- ดู EBITDA และกระแสเงินสด ซึ่งสะท้อนสุขภาพธุรกิจจริงมากกว่าตัวเลขบรรทัดสุดท้าย
ด้านราคาหุ้น การตอบรับค่อนข้างผสม — ในช่วงการซื้อขายปกติหุ้น SpaceX บวกเกือบ 10% แต่หลังงบออกในช่วง after-hours หุ้นปรับลงราว 6% มาที่ระดับ 118 ดอลลาร์ ขณะที่ดัชนี Nasdaq 100 ปิดบวก 3.3%
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับบริษัทที่ถือบิตคอยน์ทั้งวงการ
ข่าวนี้มาในจังหวะที่วงการกำลังถกเถียงกันหนักเรื่องกลยุทธ์ “บริษัทถือบิตคอยน์เป็นทุนสำรอง” หลังจากต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Strategy เพิ่งรายงานขาดทุนไตรมาส 2 ระดับ 8.2 พันล้านดอลลาร์ และประกาศเดินหน้าขายบิตคอยน์ต่อ
⚠️ ฝั่งที่เลือกขาย
บางบริษัทเจอแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นและภาระหนี้ จนต้องลดพอร์ตบิตคอยน์เมื่อราคาปรับฐาน กลายเป็นแรงขายซ้ำเติมตลาด
🚀 ฝั่งที่เลือกถือ
SpaceX มีธุรกิจหลักที่สร้าง EBITDA ระดับ 3.5 พันล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส จึงไม่จำเป็นต้องขายบิตคอยน์เพื่อประคองงบ
บทเรียนสำคัญคือ บริษัทที่ถือบิตคอยน์ไม่ได้เท่ากันทั้งหมด บริษัทที่มีกระแสเงินสดจากธุรกิจจริงแข็งแรงสามารถถือผ่านช่วงราคาลงได้โดยไม่ถูกบังคับขาย ต่างจากบริษัทที่ใช้การกู้ยืมหรือระดมทุนมาซื้อบิตคอยน์เป็นธุรกิจหลัก
จับตา 6 สิงหาคม — ล็อกอัพปลดล็อก 912 ล้านหุ้น
อีกประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตาคือ งบชุดนี้ออกมาก่อนวันที่ 6 สิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นวันที่หุ้นของพนักงานและนักลงทุนรายแรกๆ ราว 912 ล้านหุ้น จะพ้นช่วงล็อกอัพและสามารถขายได้
สรุป 4 ประเด็นที่ต้องรู้
ขาดทุน 540 ล้าน แต่เป็นบัญชี
มูลค่าบิตคอยน์ลดจาก 1.64 พันล้าน เหลือ 1.10 พันล้านดอลลาร์ จากราคาที่ร่วงราว 33% ไม่ใช่การขายจริง
ไม่ขายสักเหรียญ
จำนวน 18,712 BTC ยังคงเท่าเดิม ไม่มีสัญญาณการขายออกในช่วงครึ่งปีแรก
ธุรกิจหลักโตเกินคาด
รายได้ 7.8 พันล้านดอลลาร์ ทะลุเป้า 900 ล้าน และ EBITDA เพิ่มเกือบ 3 เท่าเป็น 3.5 พันล้าน
ตัวชี้วัดความแข็งแรงของ “บริษัทถือ BTC”
บริษัทที่มีกระแสเงินสดจริงถือผ่านตลาดขาลงได้ ต่างจากบริษัทที่กู้เงินมาซื้อบิตคอยน์
สำหรับนักลงทุนไทย เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการอ่านข่าวให้ลึกกว่าพาดหัว พาดหัวว่า “ขาดทุน 540 ล้านดอลลาร์” ฟังดูน่ากลัว แต่เมื่อเจาะเข้าไปดูรายละเอียดจะพบว่าบริษัทยังถือบิตคอยน์ครบ และธุรกิจหลักกลับแข็งแรงกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก








