Orionx เว็บเทรดคริปโตเก่าแก่ของชิลีที่ Tether เพิ่งนำการลงทุนรอบ Series A เมื่อกลางปี 2568 ประกาศปิดกิจการถาวร หลังการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่าสินทรัพย์ลูกค้ามูลค่ากว่า 7 ล้านดอลลาร์ ถูกโยกออกไปยังกระเป๋าที่บริษัทไม่ได้ควบคุม กระทบผู้ใช้ที่ลงทะเบียนไว้กว่า 100,000 ราย และหน่วยงานกำกับของชิลียืนยันว่าจะไม่เข้ามาดูแลกระบวนการคืนเงิน
- Orionx (ชิลี ก่อตั้ง 2560) ปิดถาวร หลังพบสินทรัพย์ลูกค้ากว่า 7 ล้านดอลลาร์หายไปจากคลัง — ครอบคลุม BTC, ETH, XRP และ POL
- บริษัทแจ้งความอาญาอดีตผู้บริหาร 2 ราย กล่าวหาว่ายักยอกสะสมมาตั้งแต่ปี 2561–2564 คือก่อนที่ Tether จะเข้าลงทุน
- ถอนเงินถูกระงับ ผู้ใช้กว่า 100,000 รายยังไม่มีหลักประกันว่าจะได้เงินคืนครบ
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้นกับ Orionx
Orionx เป็นเว็บเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ก่อตั้งในประเทศชิลีตั้งแต่ปี 2560 ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นรุ่นแรก ๆ ของภูมิภาคละตินอเมริกา รายงานจาก Cointelegraph และ CryptoBriefing ระบุตรงกันว่า บริษัทได้เริ่มกระบวนการปิดกิจการถาวรในช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 หลังผลตรวจสอบภายนอกพบ “ช่องว่างในการเก็บรักษาสินทรัพย์” (custody gap) มูลค่าเกิน 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จุดเริ่มต้นคือวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เมื่อ Thomas Mac Millan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ พบความไม่สอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญระหว่างยอดคงเหลือที่บันทึกไว้ในระบบบัญชีภายใน กับสินทรัพย์ที่บริษัทถือครองอยู่จริง จึงสั่งให้ทำการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์โดยผู้ตรวจสอบภายนอกทันที
ผลตรวจพบว่าส่วนต่างกระจายอยู่ในสินทรัพย์หลายชนิด ทั้ง Bitcoin, Ether, XRP และ Polygon (POL) โดยมีร่องรอยการโอนที่ระบุได้ชัดเจน เช่น บัญชีที่เชื่อมโยงกับอดีตผู้บริหารรายหนึ่งมีการโอนออกรวมประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์ผ่านธุรกรรม 14 ครั้ง ขณะที่อีกกระเป๋าหนึ่งพบยอด 187 ETH, USDT ราว 4.1 ล้านเหรียญ และ USDC อีก 200,000 เหรียญ
ไทม์ไลน์: จากตัวเลขไม่ตรง สู่การปิดถาวร
| ช่วงเวลา | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2560 | Orionx ก่อตั้งขึ้นในประเทศชิลี |
| 2561–2564 | ช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหาว่ามีการโยกสินทรัพย์ลูกค้าออกจากคลัง |
| มิ.ย. 2568 | Tether นำการลงทุนรอบ Series A ใน Orionx แต่เพียงผู้เดียว |
| 2568 | บริษัทเริ่มทบทวนการปฏิบัติตามกฎหมายฟินเทคของชิลี |
| มิ.ย. 2569 | หน่วยงานกำกับตลาดการเงินชิลี (CMF) ปฏิเสธคำขอใบอนุญาต |
| 27 ส.ค. 2569 | COO พบยอดบัญชีไม่ตรงกับสินทรัพย์จริง สั่งตรวจสอบภายนอก |
| 4 ก.ย. 2569 | Orionx ยื่นแจ้งความอาญาต่ออดีตผู้บริหาร 2 ราย |
| ต้นเดือน ก.ย. 2569 | ระงับการถอน และประกาศปิดกิจการถาวร |
บริษัทระบุชื่ออดีตผู้บริหารที่ถูกแจ้งความไว้ 2 ราย คือ Joaquín Díaz และ Roberto Zibert โดยกล่าวหาว่าร่วมกันยักยอกสินทรัพย์ของลูกค้าต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ทั้งสองเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ปัจจุบันคดียังอยู่ในชั้นสอบสวนและยังไม่มีคำพิพากษา
ในแถลงการณ์ Orionx ระบุว่า “ลำดับความสำคัญเดียวของเราตอนนี้คือการคืนสินทรัพย์ให้ลูกค้าให้ได้มากที่สุด” พร้อมประกาศแผนคืนทรัพย์แบบเป็นระยะ (phased plan) แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดขั้นตอนหรือสัดส่วนที่ผู้ใช้จะได้รับคืน
Tether เกี่ยวข้องแค่ไหน
เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 Tether ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ USDT ได้เข้าลงทุนใน Orionx โดยเป็นผู้นำการระดมทุนรอบ Series A แต่เพียงผู้เดียว ภายใต้เป้าหมายขยายการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลและบริการสเตเบิลคอยน์ในละตินอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่ Tether รุกหนักมาต่อเนื่อง
จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ ช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหาว่ามีการยักยอก (2561–2564) เกิดขึ้นก่อนที่ Tether จะเข้ามาลงทุนหลายปี ดังนั้นข่าวนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่ Tether เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด แต่เป็นกรณีที่นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ตรวจสอบสถานะ (due diligence) แล้วยังไม่พบส่วนต่างที่ซ่อนอยู่ในบัญชีคลังของบริษัทที่ตัวเองลงเงิน
💀 สิ่งที่เกิดขึ้นจริง
ส่วนต่างในคลังสินทรัพย์สะสมมาตั้งแต่ปี 2561 แต่เพิ่งถูกพบในปี 2569 จากการกระทบยอดภายใน
⚠️ สิ่งที่ไม่ใช่
ไม่ใช่การถูกแฮ็ก ไม่ใช่ USDT มีปัญหา และไม่ใช่ว่า Tether เป็นผู้ถือครองเงินลูกค้า
ทำไมหน่วยงานกำกับชิลีไม่เข้ามาดูแล
ประเด็นที่ทำให้ผู้ใช้เสียเปรียบที่สุดคือ คณะกรรมการตลาดการเงินของชิลี (Comisión para el Mercado Financiero หรือ CMF) ระบุว่าจะไม่กำกับดูแลกระบวนการปิดกิจการและการคืนสินทรัพย์ครั้งนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบริษัทดำเนินการเอง
เหตุผลย้อนกลับไปที่เดือนมิถุนายน 2569 เมื่อ CMF ปฏิเสธคำขอใบอนุญาตของ Orionx ภายใต้กฎหมายฟินเทคฉบับใหม่ของชิลี เมื่อบริษัทไม่ได้อยู่ในทะเบียนผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต หน่วยงานจึงไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเข้าไปควบคุมการชำระบัญชีหรือบังคับให้คืนเงินตามลำดับ ต่างจากกรณีสถาบันการเงินที่มีใบอนุญาตซึ่งจะมีกลไกคุ้มครองผู้ฝากรองรับ
- เช็คว่าเว็บเทรดที่ใช้อยู่ “ได้รับใบอนุญาต” จริงหรือแค่ “ยื่นขออยู่” — สองอย่างนี้ต่างกันมากตอนเกิดปัญหา
- ดูว่ามีรายงาน Proof of Reserves ที่ตรวจสอบโดยบุคคลที่สามและอัปเดตสม่ำเสมอหรือไม่
- การมีนักลงทุนชื่อดังหนุนหลัง ไม่ใช่หลักประกันว่าคลังสินทรัพย์จะครบ
- เหรียญที่ไม่ได้เทรดอยู่ ควรถอนออกมาเก็บในกระเป๋าที่เราถือกุญแจเอง
มุมมองสำหรับนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนไทย ผลกระทบทางตรงถือว่าจำกัด เพราะ Orionx ให้บริการหลักในชิลีและละตินอเมริกา ไม่ได้เป็นช่องทางที่คนไทยใช้กันแพร่หลาย และเหตุการณ์นี้ไม่ได้กระทบกับความสามารถในการไถ่ถอน USDT ของ Tether เอง ราคาสเตเบิลคอยน์จึงไม่มีสัญญาณผิดปกติ
แต่บทเรียนเชิงโครงสร้างนั้นตรงกับสิ่งที่ ก.ล.ต. ไทยพยายามผลักดันพอดี ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยต้องได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังตามคำแนะนำของ ก.ล.ต. และมีข้อกำหนดให้แยกทรัพย์สินลูกค้าออกจากทรัพย์สินบริษัท พร้อมรายงานยอดคงเหลือต่อหน่วยงานกำกับ ซึ่งเป็นกลไกที่ออกแบบมาเพื่อกันปัญหาแบบ Orionx โดยเฉพาะ ทั้งนี้คนไทยจำนวนไม่น้อยยังฝากเหรียญไว้กับเว็บเทรดต่างประเทศที่ไม่ได้อยู่ใต้การกำกับของไทย ซึ่งหากเกิดเหตุลักษณะเดียวกัน การติดตามทรัพย์สินคืนข้ามประเทศจะยากกว่ามาก และไม่มีหน่วยงานไทยที่บังคับให้คืนเงินได้โดยตรง
สรุป
ปิดถาวร ไม่ใช่หยุดชั่วคราว
Orionx เข้าสู่กระบวนการปิดกิจการถาวร ระงับการถอนแล้ว ผู้ใช้กว่า 100,000 รายรอแผนคืนทรัพย์แบบเป็นระยะ
ปัญหามาจากคนใน
บริษัทกล่าวหาอดีตผู้ร่วมก่อตั้ง 2 รายว่ายักยอกสินทรัพย์ช่วงปี 2561–2564 คดีอยู่ในชั้นสอบสวน
ไร้ใบอนุญาต ไร้คนคุ้มครอง
CMF ปฏิเสธใบอนุญาตไปตั้งแต่ มิ.ย. 2569 จึงไม่เข้ามากำกับการคืนเงิน ผู้ใช้ต้องพึ่งบริษัทเอง
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: เหตุการณ์นี้ทำให้ USDT เสี่ยงไหม
ตอบ: ไม่เกี่ยวกัน Tether เป็นเพียงนักลงทุนใน Orionx ไม่ได้เป็นผู้เก็บรักษาสินทรัพย์ของลูกค้าเว็บเทรดแห่งนี้ และส่วนต่างที่พบเป็นสินทรัพย์ในคลังของ Orionx เอง ไม่ได้กระทบทุนสำรองหนุนหลัง USDT
ถาม: ผู้ใช้ Orionx จะได้เงินคืนไหม
ตอบ: บริษัทประกาศแผนคืนทรัพย์แบบเป็นระยะ แต่ยังไม่มีการรับประกันว่าจะได้คืนครบ และ CMF ยืนยันว่าจะไม่เข้ามาดูแลกระบวนการนี้ ทำให้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่เหลือและผลของคดีอาญา
ถาม: จะรู้ได้อย่างไรว่าเว็บเทรดที่ใช้อยู่มีเหรียญครบจริง
ตอบ: ดูรายงาน Proof of Reserves ที่ตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบภายนอกและอัปเดตสม่ำเสมอ ตรวจสอบสถานะใบอนุญาตกับหน่วยงานกำกับในประเทศนั้น และกระจายความเสี่ยงด้วยการถอนเหรียญส่วนที่ไม่ได้เทรดออกมาเก็บเอง





















