หน้าแรกกิจกรรมExchangeวิธีเปิดใช้งาน Passkey ล็อกอิน-ถอนเงินแบบไม่ใช้รหัสผ่าน 2026 — ปลอดภัยกว่า SMS OTP ทำได้ทั้ง Bitkub และ Binance...

วิธีเปิดใช้งาน Passkey ล็อกอิน-ถอนเงินแบบไม่ใช้รหัสผ่าน 2026 — ปลอดภัยกว่า SMS OTP ทำได้ทั้ง Bitkub และ Binance TH

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใครP2PB2B — Exchange เหรียญใหม่
📌 คำตอบสั้น: Passkey คือการเข้าสู่ระบบและถอนเงินแบบไม่ใช้รหัสผ่าน ปลอดภัยกว่า SMS OTP เพราะกันซิมสวอปได้ สอนเปิดใช้งานทีละขั้นบน Bitkub และ Binance TH (ข้อมูล ณ 8 ต.ค. 2569)

รหัสผ่าน + SMS OTP คือจุดอ่อนที่สุดของบัญชีเว็บเทรดคริปโตมาตลอด เพราะ SMS OTP ถูกดักได้ด้วยการซิมสวอป (SIM Swap) ส่วนรหัสผ่านก็หลุดได้ถ้าไปกรอกเว็บฟิชชิ่งโดยไม่รู้ตัว Passkey คือวิธีเข้าสู่ระบบและยืนยันถอนเงินแบบใหม่ที่ไม่ใช้รหัสผ่านเลย ใช้ลายนิ้วมือ ใบหน้า หรือ PIN ของอุปกรณ์แทน ปลอดภัยกว่าเดิมและผูกกับโดเมนเว็บจริงเท่านั้น บทความนี้สอนเปิดใช้งานทีละขั้นบนทั้ง Bitkub และ Binance TH

Passkey คืออะไร ทำงานยังไง

Passkey เป็นมาตรฐานที่พัฒนาร่วมกันโดยผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น Apple, Google และ Microsoft แล้วถูกกำหนดมาตรฐานโดย World Wide Web Consortium (W3C) และ FIDO Alliance (กลุ่มที่มีสมาชิกอย่าง Apple, Google, Microsoft, Visa, Mastercard, Coinbase และหน่วยงานรัฐหลายประเทศ) เป้าหมายคือสร้างวิธีเข้าสู่ระบบที่ไม่ต้องใช้รหัสผ่านเลย

ระบบ Passkey จะสร้างกุญแจ 2 ชุดเสมอ:

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX
1

Public Key

เก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของเว็บเทรด ใช้ตรวจสอบตัวตนเราเท่านั้น ไม่สามารถย้อนกลับไปปลดล็อกอะไรได้ด้วยตัวเอง

2

Private Key

เก็บไว้เฉพาะในอุปกรณ์ของเรา ไม่เคยถูกส่งออกไปที่เซิร์ฟเวอร์เลย ถูกปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ สแกนใบหน้า PIN หรือรูปแบบล็อกหน้าจอของอุปกรณ์นั้น

ตอนล็อกอิน อุปกรณ์จะยืนยันตัวเราก่อน (ด้วยไบโอเมตริกซ์/PIN) แล้วค่อยใช้ Private Key คุยกับ Public Key บนเซิร์ฟเวอร์เพื่อปลดล็อกบัญชี — ไม่มีขั้นตอนไหนที่ต้องพิมพ์รหัสผ่านหรือกรอกโค้ด OTP เลย

ทำไม Passkey ปลอดภัยกว่ารหัสผ่านและ SMS OTP

Bitkub อธิบายเหตุผลไว้ชัดเจน 2 ข้อหลัก:

✅ เซิร์ฟเวอร์ถูกแฮกก็ไม่กระทบ: เพราะ Private Key ไม่เคยถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ ต่อให้แฮกเกอร์เจาะเข้าฐานข้อมูลของเว็บเทรดได้ ก็ไม่มีกุญแจตัวที่ใช้ปลดล็อกบัญชีเราอยู่ในนั้น
✅ ผูกกับโดเมนเว็บจริงเท่านั้น: การเชื่อมต่อระหว่าง Passkey กับ Public Key จะเกิดขึ้นได้เฉพาะบนเว็บไซต์ที่ลงทะเบียนไว้จริงเท่านั้น ถ้าเผลอกดลิงก์เว็บฟิชชิ่งที่หน้าตาเหมือนเป๊ะ Passkey จะไม่ขึ้นให้ใช้งานเลย เพราะโดเมนไม่ตรง

ส่วน SMS OTP มีจุดอ่อนที่ Passkey ไม่มี — ถูกดักได้ด้วยการซิมสวอป (หลอกค่ายมือถือโอนเบอร์เราไปซิมอื่น) หรือฟิชชิ่งหลอกกรอกโค้ด OTP ซ้อน ส่วน Passkey ไม่มีโค้ดให้กรอกหรือดักเลย เพราะการยืนยันเกิดขึ้นในอุปกรณ์เท่านั้น

📌 Passkey ไม่ได้แทนที่ 2FA ทั้งหมด แต่เป็นชั้นป้องกันที่แข็งแกร่งกว่าในจุดที่รหัสผ่านและ SMS OTP มีช่องโหว่ — ยังต้องระวังมัลแวร์บนอุปกรณ์และการไม่แชร์เครื่องกับคนอื่นอยู่ดี

เช็คให้พร้อมก่อนกดเปิดใช้งาน

ก่อนไปตั้งค่า เช็คเงื่อนไขพื้นฐานของแต่ละเว็บให้ครบก่อน เพราะเปิดไม่ได้ถ้าเงื่อนไขไม่ผ่าน:

เงื่อนไข Bitkub Binance TH
เวอร์ชันแอปขั้นต่ำ 3.31.1 ขึ้นไป (iOS 16+ / Android 10+) iOS 1.14.0+ / Android 1.14.2+
ยืนยันตัวตนบัญชีก่อน ต้องผ่านการยืนยันแล้ว (บัญชี Tier 0 ที่ยังไม่ verify เปิดไม่ได้) ต้องเปิด 2FA ไว้ก่อน (อีเมล/SMS/Google Authenticator) ถ้ายังไม่มีต้องตั้งก่อน
เบอร์โทรที่ผูกบัญชี ต้องยืนยันเบอร์แล้ว ไม่ระบุเพิ่มเติมนอกจาก 2FA
จำนวน Passkey ต่อบัญชี สูงสุด 10 รายการ ไม่พบจำนวนสูงสุดในประกาศทางการ
ระยะอุปกรณ์ตอนสแกน ต้องอยู่ในระยะ 5 เมตร ไม่ระบุระยะชัดเจน (ใช้สแกน QR code ปกติ)
💡 Bitkub เตือนไว้ตรงๆ: อย่าเปิดใช้งาน Passkey บนอุปกรณ์สาธารณะหรือเครื่องที่ใช้ร่วมกับคนอื่น เพราะระบบผูกกับฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์นั้นโดยตรง ถ้าเครื่องนั้นไม่ใช่ของเราคนเดียว คนอื่นที่ปลดล็อกเครื่องได้ก็เท่ากับเข้าบัญชีเราได้ด้วย

เปิดใช้งาน Passkey บน Bitkub ทีละขั้น

ทำได้ทั้งบนเว็บไซต์และแอปมือถือ ขั้นตอนหลักเหมือนกัน:

🌐 บนเว็บไซต์ Bitkub.com

1. ล็อกอินเข้าบัญชี → คลิกไอคอนโปรไฟล์ → เลือก “Settings”
2. เลือก “Security” → เลือก “Passkey Setting” → คลิก “Create passkey”
3. ยืนยันตัวตน: ถ้าอยู่ในประเทศที่รองรับ SMS OTP ให้กรอกโค้ด SMS OTP ตามที่ระบบส่งมา ถ้าอยู่ในประเทศที่ไม่รองรับ SMS OTP ต้องเปิด Authentication Code ไว้ก่อน แล้วใช้ควบคู่กับ Email OTP
4. เลือกวิธีสร้าง Passkey ตามอุปกรณ์ที่ใช้:

✅ ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เลย: กด “Continue” แล้วสแกน Face ID / Touch ID หรือกรอก PIN ของคอมพิวเตอร์
✅ ใช้กุญแจฮาร์ดแวร์ (Security Key): กด “Save another way” → “Use a phone, tablet, or security key” → เสียบกุญแจเข้าพอร์ต USB → ตั้ง PIN เพื่อยืนยันการสร้าง
✅ ใช้มือถืออีกเครื่องผ่าน QR Code: กด “Save another way” → “Use a phone, tablet, or security key” → สแกน QR Code ที่ขึ้นบนหน้าจอคอมด้วยมือถือ → ทำตามขั้นตอนบนมือถือให้เสร็จ

📱 บนแอป Bitkub

1. ล็อกอินเข้าแอป → ไปที่เมนู “Profile”
2. เลือก “Set up Passkey” → แตะ “Add passkey”
3. ยืนยันตัวตนตามประเทศ (SMS OTP หรือ Authentication Code + Email OTP เหมือนฝั่งเว็บ)
4. แตะ “Next” แล้วเลือกวิธียืนยัน: ใช้ลายนิ้วมือ/Face ID/PIN ของมือถือเครื่องนี้โดยตรง หรือใช้กุญแจฮาร์ดแวร์ผ่าน NFC/USB-C หรือสแกน QR Code จากอีกอุปกรณ์

เปิดสำเร็จแล้วสามารถเปลี่ยนชื่อ Passkey ได้ด้วยไอคอนดินสอ เผื่อมีหลายอุปกรณ์จะแยกจำได้ง่ายขึ้น

เปิดใช้งาน Passkey บน Binance TH ทีละขั้น

Binance TH (ดำเนินการโดย Gulf Binance ที่ได้รับใบอนุญาตในไทย) เปิดให้ติดตั้ง Passkey ผ่านแอปมือถือเท่านั้น:

📱 ขั้นตอนติดตั้ง

1. ล็อกอินเข้าแอป Binance TH → แตะไอคอน “Profile” → เลือก “Security” → “Passkey”
2. แตะ “Add Authenticator” — ถ้ายังไม่เคยเปิด 2FA ต้องตั้งค่าก่อน ถ้าเปิดแล้วใช้วิธีเดิมที่ลงทะเบียนไว้ (อีเมล/SMS/Google Authenticator)
3. กด “Continue” แล้วกรอกโค้ดที่ได้รับทางอีเมลที่ลงทะเบียน พร้อมโค้ดยืนยัน 2FA ที่เลือกไว้ → แตะ “Submit”
4. ยืนยันป๊อปอัปว่าอีเมลนี้คืออีเมลที่ใช้ลงทะเบียนบัญชีจริง → แตะ “Continue” แล้วเลือกวิธีสร้าง Passkey:

✅ iOS: ใช้ iCloud Keychain — ถ้ายังไม่เปิดให้แตะ “Activate iCloud Keychain” แล้วทำตามขั้นตอน ถ้าเปิดอยู่แล้วแตะ “Continue” ยืนยันด้วยรหัสผ่านหรือไบโอเมตริกซ์
✅ Android: ใช้ Screen Lock/PIN — เลือก “Create” แล้วยืนยันด้วยสแกนใบหน้าหรือ PIN ของเครื่อง

เมื่อเพิ่ม Passkey สำเร็จ สามารถตั้งชื่อ (สูงสุด 50 ตัวอักษร) ด้วยไอคอน “Edit” เพื่อแยกแต่ละอุปกรณ์ได้ง่าย

📌 ข้อมูลทางการจาก Binance TH ระบุชัดในหน้า “Account Security Tips” ว่าแนะนำให้เปิด Passkey ไว้ใช้ทั้ง การล็อกอิน และการถอนเงิน ควบคู่กับมาตรการอื่น เช่น ไวท์ลิสต์ที่อยู่ถอน, 2FA และ Anti-Phishing Code

Passkey กับการถอนเงิน ต้องรู้อะไรบ้าง

จุดสำคัญที่สุดที่ต้องเข้าใจก่อนเปิดใช้งาน Bitkub ระบุไว้ชัดเจนในหน้าสนับสนุนทางการ: หลังเปิด Passkey แล้ว บัญชีจะยอมรับแค่ Passkey เท่านั้นสำหรับยืนยันการถอนคริปโตและเงินบาท ไม่ว่าจะถอนไปที่อยู่ทั่วไปหรือที่อยู่ที่บันทึกไว้ (Save Address) ก็ตาม ส่วนการล็อกอินเข้าระบบยังเลือกใช้วิธีเดิม (อีเมล+รหัสผ่าน) คู่กับ Passkey ได้

สถานะ Passkey ถอนไปที่อยู่ทั่วไป ถอนไปที่อยู่ที่บันทึกไว้ (Save Address)
เปิดใช้งานแล้ว ต้องยืนยันด้วย Passkey เท่านั้น ต้องยืนยันด้วย Passkey เท่านั้น
ยังไม่เปิด (ประเทศรองรับ SMS OTP) SMS OTP, Email OTP หรือ Authentication Code (ตามที่ตั้งไว้) SMS OTP
ยังไม่เปิด (ประเทศไม่รองรับ SMS OTP) Authentication Code + Email OTP Email OTP
แอปเวอร์ชันต่ำกว่า 3.31.1 ใช้อีเมลยืนยันที่ระบบส่งให้เท่านั้น (ทุกกรณี)

(ตารางนี้เป็นกฎของ Bitkub ที่ระบุไว้ในหน้าสนับสนุนทางการ — Binance TH ยืนยันหลักการเดียวกันคือใช้ Passkey ยืนยันได้ทั้งล็อกอินและถอนเงิน แต่ไม่ได้เผยตารางเงื่อนไขละเอียดแบบเดียวกันต่อสาธารณะ)

ทำอุปกรณ์หาย หรือจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ ทำยังไง

นี่คือจุดที่พลาดแล้วเจ็บหนักที่สุด เพราะถ้าลบ Passkey ไม่ถูกวิธีอาจเข้าบัญชีตัวเองไม่ได้ชั่วคราว:

🔑 Bitkub — วิธีที่ 1: ลบเองจากอุปกรณ์เดิม

Settings → Security → Passkey Setting → แตะไอคอนถังขยะข้าง Passkey ที่จะลบ → “Delete” → ยืนยันตัวตนด้วย Passkey บนอุปกรณ์เดิมที่สร้างไว้ → กด “OK” ยืนยันอีกครั้ง ต้องใช้เครื่องเดิมหรือ iCloud/Google Password Manager บัญชีเดิมเท่านั้น

⚠️ Bitkub — วิธีที่ 2: อุปกรณ์เดิมหายแล้ว

ต้องยื่นคำร้องผ่านระบบยืนยันตัวตน Persona ของ Bitkub โดยเลือกหัวข้อ “No longer use passkey” เป็นการยืนยันตัวตนทางอ้อมเพื่อให้ทีมงานปลดล็อกให้

🔑 Binance TH — ลบ Passkey

Security → Passkeys → ไอคอน “Delete” → ยืนยันด้วยสแกนใบหน้า → ยืนยันซ้ำด้วย 2FA ที่ตั้งไว้ (อีเมล/SMS/Google Authenticator) → ลบสำเร็จ

💡 ก่อนเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่ ล้างแอปแล้วติดตั้งใหม่ หรือออกจากระบบ iCloud/Google เดิม — ควรเช็คก่อนว่ามีวิธียืนยันตัวตนสำรองอื่นที่ใช้งานได้อยู่ (2FA app, อีเมลที่เข้าถึงได้) เผื่อ Passkey เดิมใช้ไม่ได้ทันทีหลังเปลี่ยนอุปกรณ์

ปัญหาที่เจอบ่อยตอนติดตั้ง + วิธีแก้

Bitkub เผยแพร่รายการ error ที่พบบ่อยพร้อมวิธีแก้ไว้ในหน้าสนับสนุนทางการ สรุปให้ตามนี้:

ปัญหาที่เจอ วิธีแก้
Error 10500 (iOS) เปิด iCloud Keychain: Settings → Password → Password Options → เปิดสวิตช์ “Autofill Passwords and Passkeys” และ “iCloud Keychain”
Error 10500 (Android) ตรวจสอบว่าเลือกบัญชีอีเมลเดียวกับที่ใช้ตอนติดตั้ง Passkey ครั้งแรก
Error 500 อัปเดตแอปเป็นเวอร์ชัน 3.31.1 ขึ้นไป → อัปเดตระบบปฏิบัติการ → รีสตาร์ทเครื่อง → ลบแอปแล้วลงใหม่ → รีเซ็ตการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต → (iOS) เปิด iCloud Keychain ตามข้อบน
โลโก้โหลดค้างตอนติดตั้ง เช็คว่ามีบัญชีอีเมลเกิน 7 บัญชีอยู่ในเครื่องหรือไม่ ถ้ามีให้ลบเหลือไม่เกิน 5 บัญชีแล้วลองใหม่
ใช้กุญแจฮาร์ดแวร์ (เช่น Yubikey) บนแอปไม่ได้ ปัจจุบันแอป Bitkub ยังไม่รองรับกุญแจฮาร์ดแวร์ ให้ไปใช้งานผ่านเว็บไซต์แทน

กับดักที่คนพลาดบ่อย

🚩 1. เปิดบนเครื่องสาธารณะหรือเครื่องที่ใช้ร่วมกับคนอื่น

Passkey ผูกกับฮาร์ดแวร์อุปกรณ์โดยตรง ถ้าเป็นเครื่องที่คนอื่นปลดล็อกได้ (เช่น คอมออฟฟิศ, มือถือที่ใช้ลายนิ้วมือร่วมกันในครอบครัว) เท่ากับเปิดช่องให้คนนั้นเข้าถอนเงินจากบัญชีเราได้ด้วย

✅ วิธีแก้: ตั้ง Passkey บนอุปกรณ์ส่วนตัวที่ล็อกด้วยไบโอเมตริกซ์/PIN ของเราคนเดียวเท่านั้น

🚩 2. เข้าใจผิดว่าเปิด Passkey แล้วจะล็อกอินไม่ได้ด้วยรหัสผ่านอีก

ฝั่ง Bitkub การล็อกอินเข้าระบบยังเลือกใช้อีเมล+รหัสผ่านแบบเดิมได้คู่กับ Passkey — สิ่งที่ถูกล็อกให้ใช้ได้แค่ Passkey อย่างเดียวคือขั้นตอนยืนยันการถอนเงินเท่านั้น

✅ วิธีแก้: อ่านให้ชัดว่าข้อจำกัด “ใช้ได้แค่วิธีเดียว” ใช้กับขั้นตอนถอนเงิน ไม่ใช่การล็อกอินทั่วไป

🚩 3. เปลี่ยนเครื่อง/ล้างแอปโดยไม่เตรียมทางสำรอง

ถ้า Passkey ไม่ได้ sync ผ่าน iCloud Keychain หรือ Google Password Manager และเราลบแอปหรือเปลี่ยนเครื่องกะทันหัน อาจเจอสถานการณ์เข้าบัญชีถอนเงินไม่ได้ชั่วคราว

✅ วิธีแก้: ก่อนเปลี่ยนเครื่อง ตรวจสอบว่า iCloud/Google account ที่ sync Passkey ยังใช้งานอยู่ และมีวิธียืนยันตัวตนสำรองอื่นพร้อมใช้

🚩 4. ตั้ง Passkey บนบัญชีที่ยังไม่ผ่านการยืนยันตัวตน (Bitkub)

บัญชี Tier 0 ที่ยังไม่ทำ KYC จะเปิดใช้งาน Passkey ไม่ได้เลย ต้องผ่านการยืนยันตัวตนก่อน

✅ วิธีแก้: ทำ KYC ยืนยันตัวตนให้ครบก่อน แล้วค่อยกลับมาตั้งค่า Passkey

🚩 5. มีอีเมลหลายบัญชีเกินไปในเครื่อง (Bitkub)

ถ้ามีอีเมลมากกว่า 7 บัญชีตั้งอยู่ในอุปกรณ์ Bitkub แจ้งว่าจะทำให้หน้าติดตั้ง Passkey โหลดค้างได้

✅ วิธีแก้: ลบอีเมลที่ไม่ได้ใช้ให้เหลือไม่เกิน 5 บัญชีก่อนติดตั้ง

🚩 6. คิดว่า Passkey กันทุกอย่างได้ 100%

Passkey กันฟิชชิ่งแบบหลอกกรอกรหัส/OTP ได้ดีมาก เพราะผูกกับโดเมนจริงเท่านั้น แต่ไม่ได้กันมัลแวร์ที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์เราเองหรือการที่มีคนอื่นถืออุปกรณ์เราไปปลดล็อกตรงๆ

✅ วิธีแก้: ยังต้องดูแลความปลอดภัยของอุปกรณ์ตามปกติ (ล็อกหน้าจอ, อัปเดตระบบ, ไม่ติดตั้งแอปแปลกปลอม) ควบคู่กับการใช้ Passkey

เช็กลิสต์ก่อนเปิดใช้งาน Passkey

  • อัปเดตแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุดที่รองรับ Passkey แล้ว (Bitkub 3.31.1+ / Binance TH iOS 1.14.0+, Android 1.14.2+)
  • บัญชีผ่านการยืนยันตัวตน (KYC) แล้ว
  • เปิด 2FA อย่างน้อย 1 วิธีไว้เป็นทางสำรอง ก่อนเริ่มตั้ง Passkey
  • ใช้อุปกรณ์ส่วนตัวที่ไม่มีใครอื่นปลดล็อกได้
  • เช็คว่า iCloud Keychain (iOS) หรือ Google Password Manager (Android) เปิดใช้งานอยู่ เพื่อให้ Passkey sync ข้ามอุปกรณ์ได้
  • ลบอีเมลที่ไม่ใช้ในเครื่องให้เหลือไม่เกิน 5 บัญชี (ฝั่ง Bitkub)
  • ทำความเข้าใจว่าเปิด Passkey แล้วการถอนเงินจะล็อกให้ใช้ Passkey อย่างเดียว
  • จดวิธีกู้คืนไว้ล่วงหน้า เผื่อทำอุปกรณ์หาย (Bitkub ใช้ Persona / Binance TH ใช้ 2FA สำรอง)
  • ถ้ามีหลายอุปกรณ์ ตั้งชื่อ Passkey ให้แยกแยะง่าย
  • ทดสอบล็อกอินด้วย Passkey อีกครั้งหลังตั้งเสร็จ ก่อนลบวิธียืนยันตัวตนแบบเดิมทิ้ง

คำถามที่พบบ่อย

เปิด Passkey แล้วยังใช้รหัสผ่านล็อกอินได้อยู่ไหม

ได้ (เฉพาะ Bitkub ที่ระบุไว้ชัด) การล็อกอินยังเลือกใช้อีเมล+รหัสผ่านแบบเดิมคู่กับ Passkey ได้ตามปกติ สิ่งที่ถูกจำกัดให้ใช้ได้แค่ Passkey อย่างเดียวคือขั้นตอนยืนยันการถอนเงิน (คริปโตและเงินบาท) เท่านั้น

ลบแอปแล้วลงใหม่ Passkey จะหายไหม

ขึ้นอยู่กับว่า Passkey นั้น sync กับ iCloud Keychain หรือ Google Password Manager หรือไม่ ถ้า sync อยู่ จะดึงกลับมาได้เองเมื่อลงแอปใหม่แล้วล็อกอิน iCloud/Google เดิม ถ้าไม่ได้ sync จะหายไปพร้อมการลบแอป ต้องสร้าง Passkey ใหม่

สร้าง Passkey จากมือถือ แล้วใช้ล็อกอินเว็บจากคอมได้ไหม

ได้ ทั้ง Bitkub และ Binance TH ใช้วิธีเดียวกันคือสแกน QR Code ที่ขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยมือถือเครื่องที่สร้าง Passkey ไว้ แล้วทำตามขั้นตอนบนมือถือให้เสร็จ

Passkey ใช้งานได้สูงสุดกี่อุปกรณ์ต่อบัญชี

Bitkub กำหนดชัดว่าสูงสุด 10 Passkey ต่อบัญชี ส่วน Binance TH ไม่ได้เผยแพร่จำนวนสูงสุดในประกาศทางการที่ตรวจสอบได้ ณ วันที่เขียนบทความนี้

ถ้ามือถือที่ตั้ง Passkey หายต้องทำอะไรก่อน

รีบเปลี่ยนไปใช้วิธียืนยันตัวตนสำรอง (ถ้ามี) เพื่อเข้าบัญชีปลดล็อกถอนเงินให้ได้ก่อน จากนั้นลบ Passkey เดิมออก — Bitkub ต้องยื่นคำร้องผ่าน Persona เลือกหัวข้อ “No longer use passkey” ส่วน Binance TH ต้องใช้ 2FA ที่ตั้งไว้ยืนยันตัวตนก่อนลบ Passkey เก่าได้

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปรBinance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียม
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด