1) SEC สหรัฐฯ เสนอกฎคัสโตดี้คริปโตใหม่เมื่อ 1 ต.ค. 2569 ภายใต้ Investment Advisers Act และ Investment Company Act
2) เปิดทางให้บริษัทที่ปรึกษาการลงทุน (RIA) และกองทุนถือเหรียญคริปโตเอง (self-custody) ได้ในกรณีไม่มี custodian ที่ได้รับอนุญาตรองรับเหรียญนั้น ต้องประเมินซ้ำทุกไตรมาส
3) เพิ่ม state trust company เป็น custodian ที่ได้รับอนุญาตด้วย — เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ 60 วัน ยังไม่ใช่กฎสุดท้าย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เสนอร่างกฎใหม่เรื่องการเก็บรักษาทรัพย์สินคริปโต (custody) สำหรับบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนที่จดทะเบียน (Registered Investment Advisers) และกองทุนภายใต้การกำกับดูแล เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถือเป็นการปรับปรุงกฎคัสโตดี้ครั้งใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดคริปโตที่เติบโตเป็นสินทรัพย์มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์
📑 สารบัญ
กฎใหม่เปลี่ยนอะไรบ้าง
ตามประกาศทางการของ SEC (sec.gov) ข้อเสนอนี้ปรับปรุงกฎภายใต้ Investment Advisers Act of 1940 และ Investment Company Act of 1940 ที่เดิมออกแบบมาสำหรับสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างหุ้นและพันธบัตร ไม่เคยถูกปรับให้รองรับคริปโตมาก่อน พอล แอตกินส์ (Paul S. Atkins) ประธาน SEC ระบุในแถลงการณ์ว่า “ตลาดคริปโตเติบโตจากของแปลกใหม่มาเป็นสินทรัพย์มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ที่นักลงทุนต้องการเข้าถึง แต่กฎระเบียบของเรายังตามไม่ทัน”
สาระสำคัญที่เปลี่ยนคือ SEC เพิ่ม “state trust company” (บริษัททรัสต์ที่จดทะเบียนระดับรัฐ) เข้าไปในนิยามของ “qualified custodian” (ผู้รับฝากทรัพย์สินที่ได้รับอนุญาต) สำหรับทรัพย์สินคริปโตโดยเฉพาะ จากเดิมที่จำกัดอยู่แค่ธนาคารกลางหรือธนาคารระดับรัฐ ตามรายงานของ CryptoPotato และ Bitcoin Magazine นอกจากนี้ broker-dealer ที่อยู่ภายใต้การกำกับก็สามารถทำหน้าที่ custodian คริปโตได้เช่นกัน โดยไม่ต้องเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติเหมือนเงื่อนไขเดิม
ถือเหรียญเองได้ไหม มีเงื่อนไขอะไรบ้าง
ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการเปิดทางให้บริษัทที่ปรึกษาการลงทุน “ถือเหรียญเอง” (self-custody) ได้ — แต่ตามรายงานของ LedgerInsights นี่ไม่ใช่ทางเลือกอิสระ เป็นเพียง “ทางเลือกสำรอง” (fallback) ที่ใช้ได้เฉพาะเมื่อไม่มี custodian ที่ได้รับอนุญาตรองรับเหรียญนั้นๆ เท่านั้น และบริษัทต้องประเมินสถานการณ์นี้ซ้ำ “อย่างน้อยทุกไตรมาส” หาก custodian ที่เหมาะสมพร้อมให้บริการในภายหลัง ต้องโอนทรัพย์สินไปทันทีที่ทำได้
| เงื่อนไข | รายละเอียด |
|---|---|
| ใช้ได้เมื่อไหร่ | ไม่มี qualified custodian รองรับเหรียญนั้นเท่านั้น |
| ประเมินซ้ำ | อย่างน้อยทุกไตรมาส |
| การอนุมัติธุรกรรม | ต้องมีคนร่วมอนุมัติอย่างน้อย 2 คน ห้ามคนเดียวสั่งโอนได้ |
| ที่อยู่กระเป๋า | แยกเฉพาะรายลูกค้าแต่ละราย |
| รายงานลูกค้า | ส่ง statement อย่างน้อยทุกไตรมาส |
| ตรวจสอบไซเบอร์ | ทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง |
ทำไมต้องออกกฎนี้ตอนนี้
ข้อเสนอนี้มาในจังหวะที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายคริปโตระดับรัฐบาลกลางที่รอมานาน ถูกวุฒิสภาสหรัฐฯ บล็อกไปเมื่อเดือนก่อนหน้า (ก.ย. 2569) ตามรายงานของ Bitcoin Magazine ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC เดินหน้าออกกฎเองโดยไม่รอฝ่ายนิติบัญญัติ แอตกินส์ย้ำว่านี่ไม่ใช่ “ความเคลื่อนไหวโดดเดี่ยว” แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางกำกับดูแลคริปโตที่ต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้ออกแนวปฏิบัติเรื่อง tokenized securities มาแล้วเมื่อต้นปี
ข้อเสนอฉบับนี้ยังมาแทนที่ “Safeguarding Rule” ฉบับปี 2566 สมัยประธาน SEC คนก่อนหน้า ที่ถูกถอนไปเมื่อปี 2568 หลังโดนวิจารณ์หนักว่าเข้มงวดเกินไปจนอาจทำให้บริษัทสหรัฐฯ ลงทุนในบริษัทคริปโตสหรัฐฯ ไม่ได้ ตามรายงานของ Decrypt
มุมนักลงทุนไทย
กฎนี้กำกับเฉพาะบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนและกองทุนที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ไม่มีผลบังคับโดยตรงกับนักลงทุนไทยหรือกระดานเทรดในไทย แต่มีนัยสำคัญทางอ้อม 2 ด้าน — ด้านแรก หากกฎผ่านจริง จะทำให้กองทุนสหรัฐฯ ที่คนไทยเข้าถึงได้ผ่านช่องทางสากล (เช่น ETF หรือกองทุนรวมที่ไปลงทุนใน ETF ต่างประเทศ) มีความชัดเจนเรื่องการเก็บรักษาทรัพย์สินมากขึ้น ลดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ด้านที่สอง ก.ล.ต. ไทยเองยังไม่มีกรอบกฎหมายเฉพาะสำหรับ “self-custody” ของบริษัทหลักทรัพย์/กองทุนแบบที่ SEC สหรัฐฯ กำลังร่าง ปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยต้องฝากทรัพย์สินลูกค้าไว้กับผู้ดูแลทรัพย์สิน (custodian) ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ไม่มีทางเลือกถือเองแบบมีเงื่อนไขเหมือนที่เสนอในสหรัฐฯ
สรุปขั้นตอนต่อไป
เปิดรับฟังความเห็น 60 วัน
นับจากวันประกาศใน Federal Register
SEC ทบทวน + ร่างแก้ไข
ตามความเห็นที่ได้รับจากสาธารณะและอุตสาหกรรม
โหวตรับกฎจริง
คาดเร็วสุดครึ่งแรกปี 2570 (ยังไม่มีกำหนดแน่นอน)
คำถามที่พบบ่อย
กฎนี้บังคับใช้แล้วหรือยัง?
ยังไม่บังคับใช้ เป็นเพียงร่างข้อเสนอที่เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ 60 วัน ยังต้องผ่านการทบทวนและโหวตรับก่อนมีผลจริง
บุคคลทั่วไปที่ถือ BTC/ETH ในกระเป๋าตัวเองได้รับผลกระทบไหม?
ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง กฎนี้กำกับเฉพาะบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนและกองทุนที่จดทะเบียนกับ SEC เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการถือครองคริปโตส่วนบุคคล
“self-custody” ในกฎนี้ต่างจากการถือกระเป๋าเย็นเองอย่างไร?
กรรมาธิการ Hester Peirce เรียกมันว่า “shelf custody” แทน เพื่อแยกให้ชัดว่าเป็นการที่บริษัทสถาบันเก็บทรัพย์สินไว้ภายในระบบของตัวเองภายใต้เงื่อนไขเข้มงวด ไม่ใช่การถือกระเป๋า self-hosted wallet ส่วนบุคคลแบบที่นักลงทุนทั่วไปทำกัน
ที่มา: SEC.gov, CryptoPotato, Bitcoin Magazine




















