1) Citi ปรับเป้าราคาบิตคอยน์ 12 เดือนขึ้นเป็น 113,000 ดอลลาร์ จากเดิม 82,000 ดอลลาร์ และปรับเป้าอีเธอเรียมขึ้นเป็น 3,028 ดอลลาร์ จากเดิม 2,240 ดอลลาร์
2) เหตุผลหลักคือกิจกรรมตลาดคริปโตแข็งแกร่งขึ้น เศรษฐกิจมหภาคเอื้อมากขึ้น และเงิน ETF ไหลกลับเข้าต่อเนื่อง 9 วันทำการติดต่อกัน
3) Citi คาดเงินไหลเข้าสินทรัพย์คริปโตรวมอีก 5,000 ล้านดอลลาร์ใน 12 เดือนข้างหน้า แต่เป้าใหม่ยังต่ำกว่าสถิติสูงสุดเดิมของบิตคอยน์ราว 10%
ธนาคาร Citigroup (Citi) ปรับเพิ่มเป้าราคาบิตคอยน์ในกรอบ 12 เดือนข้างหน้าเป็น 113,000 ดอลลาร์ จากเดิมที่เคยตั้งไว้ 82,000 ดอลลาร์ พร้อมปรับเป้าอีเธอเรียมขึ้นเป็น 3,028 ดอลลาร์ จากเดิม 2,240 ดอลลาร์ ตามรายงานของ Reuters ที่ Decrypt และ CoinDesk นำมาเผยแพร่ต่อเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยระบุว่าธนาคารมองเห็นสัญญาณกิจกรรมตลาดคริปโตที่แข็งแกร่งขึ้น บรรยากาศเศรษฐกิจมหภาคที่เอื้อมากขึ้น และการกลับมาของเงินไหลเข้ากองทุน ETF เป็นปัจจัยหนุนหลัก
📑 สารบัญ
Citi ปรับเป้าราคาขึ้นเท่าไหร่
ตามโน้ตวิเคราะห์ของ Citi ที่ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 ธนาคารปรับเป้าราคาบิตคอยน์ในกรอบ 12 เดือนขึ้นเป็น 113,000 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเป้าเดิม 82,000 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นการปรับขึ้นราว 38% ส่วนอีเธอเรียมปรับเป้าขึ้นเป็น 3,028 ดอลลาร์ จากเดิม 2,240 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 35% เทียบกับราคาซื้อขายจริงช่วงที่รายงานออกมา (ราว 83,900-86,000 ดอลลาร์สำหรับบิตคอยน์ และราว 2,700 ดอลลาร์สำหรับอีเธอเรียม) เป้าใหม่ของ Citi เปิดโอกาสให้ราคามี upside อีกราว 31-35%
| รายการ | เป้าเดิม | เป้าใหม่ | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| บิตคอยน์ (BTC) | 82,000 ดอลลาร์ | 113,000 ดอลลาร์ | +38% |
| อีเธอเรียม (ETH) | 2,240 ดอลลาร์ | 3,028 ดอลลาร์ | +35% |
ทำไม Citi ถึงกลับมามองบวก
Citi ระบุในโน้ตว่าเหตุผลหลักที่ปรับเป้าขึ้นมาจาก 3 ปัจจัย คือกิจกรรมซื้อขายในตลาดคริปโตที่แข็งแกร่งขึ้น บรรยากาศเศรษฐกิจมหภาคที่เอื้อมากขึ้น และการกลับมาของเงินไหลเข้ากองทุน ETF หลังจากซบเซามานาน ธนาคารคาดว่าเงินไหลเข้าสินทรัพย์คริปโตจะกลับมาในจังหวะที่ช้าลงแต่มั่นคงกว่าเดิม จากที่ปรึกษาการเงินและโบรกเกอร์ที่ค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนถือครองบิตคอยน์ในพอร์ต โดยประเมินว่าจะมีเงินไหลเข้ารวมราว 5,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
ในด้านตัวเลขผลตอบแทน บิตคอยน์พุ่งขึ้นเกือบ 40% และอีเธอเรียมขึ้นราว 68% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ตัวเลขขาดทุนสะสมตั้งแต่ต้นปี (YTD) ของทั้งคู่ลดเหลือเพียงราว 4% สำหรับบิตคอยน์ และราว 9% สำหรับอีเธอเรียม จากที่เคยติดลบหนักกว่านี้มากในช่วงกลางปี จุดเปลี่ยนสำคัญย้อนไปถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเป็นอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ต่อครั้ง ซึ่งช่วยกดดอลลาร์อ่อนค่าและหนุนราคาสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตให้ฟื้นตัว
ด้านกฎหมาย แม้ร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่จะวางกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลจะไม่ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 15 กันยายน แต่ Citi มองว่าการที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ (ก.ล.ต. หรือ SEC) ออกประกาศกฎเกณฑ์ใหม่หลายฉบับตามมา ช่วยลดความกังวลเชิงลบที่ตลาดมีต่อความล้มเหลวของร่างกฎหมายได้บางส่วน
เงิน ETF ไหลเข้าจริงแค่ไหน
ตัวเลขจาก SoSoValue ที่ Decrypt อ้างอิง ระบุว่ากองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าต่อเนื่อง 9 วันทำการติดต่อกัน รวมมูลค่าประมาณ 3,080 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน ใกล้เคียงกับสถิติ 9 วันติดต่อกันในเดือนสิงหาคม ส่วนสัปดาห์ที่จบวันที่ 25 กันยายน เพียงสัปดาห์เดียวดึงเงินเข้าได้ถึง 2,400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ทำให้กองทุนเหล่านี้กลับมาเป็นบวกสำหรับทั้งปีได้สำเร็จ
- ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา (นับถึงสิ้นเดือนกันยายน) กองทุน Spot Bitcoin ETF ยังมีเงินไหลออกสุทธิเล็กน้อย โดยมีเดือนที่ติดลบถึง 6 เดือน และไหลออกหนักสุดถึง 4,510 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายนเดือนเดียว
- ตั้งแต่ต้นปี 2569 เงินไหลเข้าสะสมอยู่ที่ราว 880 ล้านดอลลาร์เท่านั้น เทียบกับปี 2568 ทั้งปีที่ไหลเข้าถึง 21,370 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าโมเมนตัมเพิ่งเริ่มฟื้น ยังไม่ถึงจุดพีคเดิม
- ความเร็วของเงินไหลเข้าล่าสุดเริ่มชะลอลงบ้าง โดยวันที่ 29 กันยายน มีเงินไหลเข้าเพียง 66 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าช่วงพีคของสัปดาห์ก่อนหน้ามาก
แม้เป้าหมายใหม่จะดูสดใส แต่ระดับ 113,000 ดอลลาร์ ยังต่ำกว่าสถิติสูงสุดตลอดกาลของบิตคอยน์ที่เคยทำไว้ราว 126,200 ดอลลาร์ เมื่อเดือนตุลาคม 2568 อยู่ประมาณ 10% สะท้อนว่า Citi เองก็ยังไม่ได้มองว่าตลาดจะกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ภายในกรอบเวลา 12 เดือนนี้
มุมมองนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนไทย ราคาบิตคอยน์ล่าสุดขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 86,300 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินบาทประมาณ 2.89 ล้านบาทต่อเหรียญ (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนจาก CoinGecko) การที่สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Citi ออกมาปรับเป้าราคาขึ้นต่อเนื่อง มักถูกจับตาในฐานะสัญญาณความเชื่อมั่นสถาบัน แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ “เป้าราคา” ของแบงก์ต่างชาติเป็นเพียงประมาณการ ไม่ใช่การรับประกัน — Citi เองเพิ่งปรับเป้าตัวเลขเดิมลงถึง 2 ครั้งในปีนี้มาก่อน ก่อนจะกลับมาปรับขึ้นรอบนี้ สำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายผ่านกระดานในประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงาน ก.ล.ต. ไทย ควรติดตามทิศทางเงินไหลเข้า-ออกของกองทุน ETF สหรัฐฯ เป็นตัวชี้วัดโมเมนตัมระยะสั้น มากกว่าเชื่อตัวเลขเป้าหมายรายปีตัวเดียว เพราะราคาจริงยังผันผวนตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ รายสัปดาห์ เช่น ตัวเลขการจ้างงาน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังทรงตัวสูงอยู่
คำถามที่พบบ่อย
เป้าราคา 113,000 ดอลลาร์ของ Citi คือราคาที่บิตคอยน์จะไปถึงแน่นอนหรือไม่?
ไม่ใช่ เป้าราคานี้เป็นเพียงประมาณการของนักวิเคราะห์ Citi ภายในกรอบเวลา 12 เดือน อิงจากแบบจำลองและสมมติฐานเงินไหลเข้า ETF ซึ่ง Citi เองเคยปรับเป้าผิดทิศทางมาแล้วถึง 2 ครั้งในปีนี้ก่อนจะกลับมาปรับขึ้นรอบนี้
ทำไมเป้าของอีเธอเรียมถึงปรับขึ้นเปอร์เซ็นต์ใกล้เคียงกับบิตคอยน์?
Citi ให้เหตุผลเดียวกันทั้งคู่คือเงิน ETF ไหลกลับเข้าและบรรยากาศตลาดที่ดีขึ้น โดยอีเธอเรียมปรับขึ้นจาก 2,240 เป็น 3,028 ดอลลาร์ (+35%) ใกล้เคียงกับบิตคอยน์ที่ปรับขึ้น 38% สะท้อนว่า Citi มองทั้งคู่เป็นกลุ่มสินทรัพย์เดียวกันในมุมเงินไหลเข้าสถาบัน
เงินไหลเข้า ETF ที่ว่า “กลับมาแล้ว” หมายความว่าปีนี้เป็นบวกทั้งปีหรือยัง?
ยังไม่ชัดเจน ข้อมูลล่าสุดระบุว่าเงินไหลเข้าสะสมตั้งแต่ต้นปี 2569 อยู่ที่ราว 880 ล้านดอลลาร์เท่านั้น เทียบกับปี 2568 ที่ไหลเข้าสูงถึง 21,370 ล้านดอลลาร์ แปลว่าโมเมนตัมเพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากช่วงไหลออกหนักกลางปี ยังห่างจากจุดพีคเดิมมาก









![[Ep.1279] Vanguard กองทุนอันดับ 2 ของโลก ลีส BTC ETH SOL XRP ETF กองทุนอื่นให้ลูกค้าได้ช้อปปิ้งแล้ว](https://i.ytimg.com/vi/8SHtXD52b6U/hqdefault.jpg)









