ยักษ์ใหญ่การเงินเกาหลีใต้ Mirae Asset Financial Group ประกาศแผนสร้างธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่า 150 ล้านล้านวอน (ราว 1.09 แสนล้านดอลลาร์) โดยมี Digital X — เว็บเทรดคริปโต Korbit เดิมที่เพิ่งถูกซื้อกิจการ — เป็นศูนย์กลาง ตั้งเป้าทำกำไรภายในปี 2027 และดึงฐานลูกค้าที่ถือสินทรัพย์รวมกันกว่า 1.5 พันล้านล้านวอนเข้าสู่โลกคริปโต
เกิดอะไรขึ้น
วันนี้ (27 สิงหาคม 2026) ในงานพบปะพนักงานที่กรุงโซล ปาร์ค ฮยอนจู (Park Hyeon-joo) ผู้ก่อตั้งและประธาน Mirae Asset ได้เปิดวิสัยทัศน์ใหม่ของกลุ่มบริษัทว่าจะผลักดันสินทรัพย์ดิจิทัลขึ้นเป็นเครื่องยนต์การเติบโตตัวถัดไป
เป้าหมายที่วางไว้คือขยายธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้แตะ 150 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 1.09 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำได้โดยอาศัย “ของที่มีอยู่แล้ว” นั่นคือฐานสินทรัพย์ลูกค้าของกลุ่มที่มีอยู่ราว 1.5 พันล้านล้านวอน (ราว 1.09 ล้านล้านดอลลาร์)
ปาร์คระบุชัดว่า “เป้าหมายแรกของเราคือทำให้ Digital X กลายเป็นเสาหลักของ Mirae Asset 3.0” พร้อมวางภาพระยะยาวเป็น “แพลตฟอร์มระดับโลกที่ผสานสินทรัพย์ดั้งเดิมเข้ากับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมี Digital X อยู่ตรงกลาง”
Digital X คืออะไร มาจากไหน
Digital X ไม่ใช่บริษัทที่ตั้งใหม่ แต่คือ Korbit — หนึ่งในเว็บเทรดคริปโตที่เก่าแก่ที่สุดของเกาหลีใต้ ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา บริษัทลูกในเครืออย่าง Mirae Asset Consulting ได้เข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 97.15% แล้วเปลี่ยนชื่อบริษัทผู้ดำเนินการเป็น Digital X
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| บริษัทแม่ | Mirae Asset Financial Group (เกาหลีใต้) |
| ผู้เข้าซื้อ | Mirae Asset Consulting (บริษัทในเครือที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน) |
| สัดส่วนหุ้น | 97.15% ใน Korbit (ดีลปิดเดือนกรกฎาคม 2026) |
| ชื่อใหม่ | Digital X |
| เป้าทำกำไร | ภายในปี 2027 |
| เงินเพิ่มทุนที่พิจารณา | สูงสุด 3 แสนล้านวอน (ราว 218 ล้านดอลลาร์) ช่วงไตรมาส 1/2027 |
เงินเพิ่มทุนก้อนหลังนี้ไม่ได้จ่ายแน่นอน — Mirae Asset ระบุว่า ขึ้นอยู่กับผลประกอบการ ว่าจะเดินตามแผนหรือไม่ ถือเป็นการวางเงื่อนไขให้ทีมบริหาร Digital X ต้องพิสูจน์ตัวเองก่อน
4 ธุรกิจหลักที่จะลุย
เทรดคริปโต
ธุรกิจเดิมของ Korbit — เว็บเทรดที่มีใบอนุญาตในเกาหลีใต้ ใช้เป็นฐานลูกค้าและใบอนุญาตตั้งต้น
สเตเบิลคอยน์
พัฒนาสเตเบิลคอยน์ของตัวเอง สอดรับกับกระแสสเตเบิลคอยน์สกุลวอนที่รัฐบาลเกาหลีกำลังร่างกฎอยู่
RWA และ STO
สินทรัพย์โลกจริงบนบล็อกเชน + การเสนอขายโทเคนหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นสนามที่บริษัทหลักทรัพย์ได้เปรียบ
โทเคนสินค้าโภคภัณฑ์
ทองคำ เงิน และ ไฟฟ้า — เอาสินค้าที่ซื้อขายยากมาแปลงเป็นโทเคนให้ซื้อเศษส่วนได้
- RWA (Real World Asset) — การเอาสินทรัพย์ในโลกจริง เช่น ตราสารหนี้ อสังหาฯ ทองคำ มาออกเป็นโทเคนบนบล็อกเชน
- STO (Security Token Offering) — การระดมทุนด้วยโทเคนที่มีสถานะเป็น “หลักทรัพย์” ตามกฎหมาย ต่างจาก ICO ตรงที่อยู่ใต้การกำกับดูแล
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “บริษัทใหญ่ซื้อเว็บเทรด” แต่เป็นสัญญาณว่า สถาบันการเงินดั้งเดิมของเอเชียเริ่มมองคริปโตเป็นธุรกิจหลัก ไม่ใช่ของเล่นข้างเคียง
จังหวะยังสอดคล้องกับทิศทางนโยบายของเกาหลีใต้พอดี — เมื่อไม่กี่วันก่อนเกาหลีใต้เพิ่งปลดล็อกให้บริษัทกว่า 3,500 แห่งเปิดบัญชีคริปโตได้ และเดินหน้ารับรองหุ้นโทเคนตามกฎหมาย ซึ่งเท่ากับเปิดทางให้ธุรกิจ RWA และ STO ที่ Digital X วางแผนไว้มีที่ยืนจริง
สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นที่น่าจับตาคือถ้าโมเดล “บริษัทหลักทรัพย์ซื้อเว็บเทรดคริปโตแล้วต่อยอดเป็น RWA/STO” ทำได้จริงในเกาหลี ก็มีโอกาสสูงที่จะเห็นดีลลักษณะเดียวกันในตลาดเอเชียอื่น ๆ ตามมา
สรุป
- Mirae Asset ตั้งเป้าธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 150 ล้านล้านวอน (ราว 1.09 แสนล้านดอลลาร์)
- Digital X = Korbit เดิม ที่ถูกซื้อหุ้น 97.15% เมื่อกรกฎาคม 2026
- ลุย 4 ด้าน: เทรดคริปโต, สเตเบิลคอยน์, RWA/STO, โทเคนทองคำ-เงิน-ไฟฟ้า
- ตั้งเป้าทำกำไรปี 2027 พร้อมพิจารณาเพิ่มทุนอีกไม่เกิน 218 ล้านดอลลาร์
- อาศัยฐานสินทรัพย์ลูกค้ากลุ่มที่มีอยู่ราว 1.5 พันล้านล้านวอนเป็นแต้มต่อ
ณ เวลาที่รายงาน บิตคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ราว 79,700 ดอลลาร์ และอีเธอเรียมราว 2,530 ดอลลาร์
ที่มา: The Block · The Korea Times








