1. บิตคอยน์ร่วงจากกว่า 80,000 ดอลลาร์ ลงไปแตะต่ำสุด 75,568 ดอลลาร์ วันที่ 5 พ.ย. 2569 ลบกำไรหลังเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯจนหมด
2. ตลาดคริปโตลิควิเดตรวมกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมง กระทบนักเทรดกว่า 201,000 คน 89% เป็นสาย Long
3. ต้นเหตุคือหุ้นเทคสหรัฐฯร่วงหนัก Nasdaq -4.9% เข้าโซนปรับฐาน จากความกังวลงบลงทุน AI หลังพรรคเดโมแครตกวาดที่นั่งเลือกตั้งกลางเทอม
ตลาดคริปโตเจอแรงเทขายหนักอีกรอบ หลัง บิตคอยน์ (Bitcoin) ร่วงหลุดแนว 76,000 ดอลลาร์ ลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 75,568 ดอลลาร์ ก่อนดีดกลับมาเล็กน้อย ลบกำไรที่เพิ่งทำได้หลังผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯจนหมด ขณะที่ยอดลิควิเดตทั่วตลาดคริปโตพุ่งทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมง ต้นตอมาจากแรงเทขายในตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯที่ปรับตัวลงรุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน
📑 สารบัญ
บิตคอยน์ร่วงแรงแค่ไหน
ตามรายงานของ CryptoSlate บิตคอยน์แตะจุดต่ำสุดในวันที่ 5 พ.ย. 2569 ที่ 75,568 ดอลลาร์ ก่อนดีดตัวกลับมาที่ราว 76,830 ดอลลาร์ คิดเป็นการร่วงลงประมาณ 6% ภายในวันเดียว ส่วนอีเทอเรียม (Ethereum) ร่วงหนักกว่าที่ราว 7% ล่าสุด ณ เวลาที่เขียนข่าว ราคาตลาดจาก CoinGecko อยู่ที่ประมาณนี้:
| เหรียญ | ราคา (ดอลลาร์) | เปลี่ยนแปลง 24 ชม. |
|---|---|---|
| Bitcoin (BTC) | ~76,200 | -5.3% |
| Ethereum (ETH) | ~2,242 | -7.3% |
| Solana (SOL) | ~90.1 | -5.7% |
การร่วงครั้งนี้ลบกำไรที่บิตคอยน์เพิ่งทำได้เมื่อวันที่ 4 พ.ย. หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ จนราคาดีดขึ้นไปทะลุ 80,000 ดอลลาร์ได้ชั่วครู่ — กลายเป็นการกลับตัวในรอบไม่ถึง 48 ชั่วโมง
ลิควิเดตพันล้าน กระทบใครบ้าง
ข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่าใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีการลิควิเดตโพสิชันเลเวอเรจทั่วตลาดคริปโตรวมกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ กระทบนักเทรดมากกว่า 201,000 คน โดยสัดส่วนราว 89% หรือประมาณ 926.8 ล้านดอลลาร์เป็นฝั่ง Long (ถือยาวรอราคาขึ้น) เทียบกับฝั่ง Short ที่ถูกลิควิเดตเพียง 118.2 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่านักเทรดส่วนใหญ่ยังถือสถานะ “เก็งขึ้น” อยู่หนาแน่นก่อนราคาจะทรุด
แยกตามเหรียญ บิตคอยน์ถูกลิควิเดตมากสุดที่ 264.2 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยอีเทอเรียม 165.3 ล้านดอลลาร์ และโซลานา 33.5 ล้านดอลลาร์ ส่วนออเดอร์เดี่ยวที่ใหญ่สุดคือโพสิชัน Long ETH มูลค่า 10.94 ล้านดอลลาร์บนกระดาน Binance
- เกิดกับนักเทรดที่เปิดสถานะ Futures แบบมีเลเวอเรจ (ยืมเงินเทรด)
- เมื่อราคาวิ่งผิดทาง ถึงจุดที่หลักประกันไม่พอ ระบบจะปิดสถานะอัตโนมัติ
- ไม่กระทบคนถือเหรียญสปอตธรรมดา (ซื้อด้วยเงินตัวเอง ไม่กู้ยืม)
ทำไมหุ้นเทคสหรัฐฯร่วงหนัก
ต้นตอของแรงเทขายรอบนี้มาจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่ใช่ปัจจัยในวงการคริปโตเอง ดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 4.9% เข้าสู่โซนปรับฐาน (correction) คือต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือน ต.ค. ไปแล้วกว่า 10% ส่วนดัชนี S&P 500 ลดลง 3.2% และ Dow Jones ร่วงกว่า 1,100 จุด บริษัทวิเคราะห์ The Kobeissi Letter ประเมินว่ามูลค่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ หายไปรวมประมาณ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว ขณะที่ดัชนีความกลัว VIX พุ่งขึ้นกว่า 70%
จุดเปลี่ยนคือผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่พรรคเดโมแครตกวาดที่นั่งชนะแบบถล่มทลาย ตลาดตีความช่วงแรกว่าเป็นผลบวก แต่ไม่นานนักลงทุนก็เริ่มกังวลว่าการเปลี่ยนขั้วอำนาจอาจนำไปสู่การคุมเข้มกฎระเบียบที่กระทบแผนลงทุนศูนย์ข้อมูล (data center) ของอุตสาหกรรม AI ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักที่หนุนมูลค่าหุ้นสหรัฐฯมาตลอดปีนี้ ข้อมูลจาก Ballotpedia ระบุว่า 46 จาก 47 มาตรการระดับท้องถิ่นที่เกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลซึ่งมีการลงมติทั่วสหรัฐฯในปี 2569 ออกมาในทิศทางสนับสนุนการควบคุมที่เข้มขึ้น หุ้น Nvidia เองก็หลุดระดับ 200 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือน ส.ค.
มุมนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนไทยที่ถือคริปโตผ่านกระดานในประเทศ ความร่วงของราคาครั้งนี้มาจากปัจจัยมหภาคต่างประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ข่าวลบเฉพาะในตลาดคริปโต ดังนั้นควรติดตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคและ AI เพราะความสัมพันธ์ (correlation) ระหว่างบิตคอยน์กับ Nasdaq ยังสูงในช่วงนี้ ผู้ที่ใช้ Futures แบบมีเลเวอเรจบนกระดานไทยควรเพิ่มความระมัดระวังเรื่องอัตราหลักประกัน เพราะความผันผวนระดับนี้สามารถกระตุ้นการ Margin Call ได้เร็วกว่าปกติ ส่วนผู้ถือสปอตระยะยาวยังไม่ได้รับผลกระทบเชิงโครงสร้าง เพียงแต่ต้องรับมือกับความผันผวนของราคาในระยะสั้น
คำถามที่พบบ่อย
บิตคอยน์ร่วงหลุด 76,000 ดอลลาร์เพราะอะไร
สาเหตุหลักมาจากแรงเทขายในตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ หลังนักลงทุนกังวลว่าผลเลือกตั้งกลางเทอมที่พรรคเดโมแครตกวาดที่นั่งอาจนำไปสู่กฎระเบียบที่เข้มขึ้นต่อการลงทุนศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ Nasdaq ร่วง 4.9% และฉุดบิตคอยน์ซึ่งเคลื่อนไหวสอดคล้องกับหุ้นเทคร่วงตามไปด้วย
ยอดลิควิเดต 1,000 ล้านดอลลาร์ หมายความว่าอย่างไร
หมายถึงมูลค่ารวมของสถานะ Futures แบบมีเลเวอเรจที่ถูกระบบปิดอัตโนมัติทั่วตลาดคริปโตในรอบ 24 ชั่วโมง เพราะราคาวิ่งผิดทางจนหลักประกันไม่พอ ไม่ได้หมายถึงมูลค่าตลาดคริปโตที่หายไปจริงทั้งหมด แต่เป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาร่วงเร็วและรุนแรงขึ้น
ราคาจะกลับไปเหนือ 80,000 ดอลลาร์อีกเมื่อไหร่
ยังไม่มีใครตอบได้แน่นอน ต้องติดตามว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯจะทรงตัวได้หรือไม่ และตลาดจะตีความนโยบายจากผลเลือกตั้งกลางเทอมอย่างไรต่อ รวมถึงการหมดอายุของสัญญาออปชันบิตคอยน์มูลค่ากว่า 2,650 ล้านดอลลาร์บน Deribit ในวันที่ 6 พ.ย. ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจมีผลต่อความผันผวนระยะสั้นเพิ่มเติม
ที่มา: CryptoSlate, Crypto Briefing




















