บิตคอยน์ (BTC) ร่วงหลุดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ EMA 200 วันที่ระดับ 76,459 ดอลลาร์ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งตรงกับวันเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ พอดี นักวิเคราะห์จาก FXStreet เตือนว่าหากแนวรับนี้หลุดอย่างชัดเจน บิตคอยน์อาจซ้ำรอย “คำสาปกลางเทอม” ที่ทำให้ราคาร่วงไปแตะจุดต่ำสุดรอบปีในอดีตทุกครั้ง
1) บิตคอยน์ร่วงหลุดเส้น EMA 200 วันที่ 76,459 ดอลลาร์ ล่าสุดเทรดอยู่ราว 76,980-77,000 ดอลลาร์ ลดลงกว่า 3% ในรอบ 7 วัน
2) ETF Bitcoin สหรัฐฯ ไหลออกต่อเนื่องเป็นวันที่สอง รวม 2 วันล่าสุด (30 ต.ค. + 2 พ.ย.) ไหลออกกว่า 1,041 ล้านดอลลาร์
3) วันนี้ตรงกับวันเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ — ในอดีต 3 ครั้งหลังสุดของการเลือกตั้งกลางเทอมตรงกับจุดต่ำสุดของบิตคอยน์ในรอบปีนั้นทุกครั้ง
📑 สารบัญ
ราคาร่วงเท่าไหร่ หลุดแนวรับไหน
ข้อมูลจาก CoinGecko ขณะเขียนข่าว (18:00 น. เวลาไทย) บิตคอยน์เทรดอยู่ที่ประมาณ 76,980 ดอลลาร์ ลดลง 1.17% ในช่วง 24 ชั่วโมง และลดลง 3.52% ในรอบ 7 วัน โดยจุดสูงสุด-ต่ำสุดของวันอยู่ที่ 78,120 และ 76,303 ดอลลาร์ตามลำดับ ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน crypto.news รายงานว่าราคาเคยร่วงลงไปแตะ 76,455.56 ดอลลาร์ ลดลง 2.19% ขยายช่วงร่วงในรอบ 7 วันเป็น 3.59%
| เหรียญ | ราคาล่าสุด | 24 ชม. | 7 วัน |
|---|---|---|---|
| Bitcoin (BTC) | 76,980 ดอลลาร์ | -1.17% | -3.52% |
| Ethereum (ETH) | 2,268 ดอลลาร์ | -0.73% | -1.97% |
| Solana (SOL) | 92.3 ดอลลาร์ | -1.94% | -7.54% |
ที่มา: CoinGecko ข้อมูล ณ วันที่ 3 พ.ย. 2569 เวลา 18:00 น. ไทย
จุดที่นักวิเคราะห์จับตาคือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ EMA 200 วันที่ 76,459 ดอลลาร์ ซึ่ง FXStreet ระบุว่าเป็น “ตัวชี้วัดสุดท้าย” ว่าบิตคอยน์จะหลุดจากคำสาปกลางเทอมได้หรือไม่ — ถ้าแนวรับนี้หลุดอย่างชัดเจน ราคามีโอกาสร่วงต่อไปทดสอบจุดต่ำสุดของปีที่ 57,800 ดอลลาร์ หรือต่ำกว่านั้น ด้าน crypto.news รายงานว่าแนวรับถัดไปอยู่ที่ 75,000 ดอลลาร์ และเส้นค่าเฉลี่ย 50 สัปดาห์ที่ประมาณ 75,602 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 78,000 และ 79,500 ดอลลาร์
แรงกดดันอีกส่วนมาจากการลิควิเดตสถานะเทรดเก็งกำไร โดย CoinGlass รายงานผ่าน crypto.news ว่ามีการลิควิเดตสถานะบิตคอยน์เกือบ 88.83 ล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นสถานะ Long (ถือยาวรอราคาขึ้น) ที่โดนบีบออกจากตลาด ซ้ำเติมด้วยแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและชิป AI ของสหรัฐฯ ที่ร่วงลงพร้อมกัน ทำให้ตลาดคริปโตโดยรวมปรับตัวลง 1.92% ใน 24 ชั่วโมง — Solana ร่วงราว 3%, BNB หลุดระดับ 700 ดอลลาร์ และ HYPE ของ Hyperliquid ร่วงราว 5%
ETF ไหลออกต่อเนื่องเป็นวันที่สอง
กองทุน ETF Bitcoin สปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่องเป็นวันทำการที่สอง หลังจากไหลออกหนัก 643.2 ล้านดอลลาร์เมื่อ 30 ต.ค. (วันทำการแรกหลังข่าวแฮก Binance) ล่าสุดวันที่ 2 พ.ย. มีเงินไหลออกสุทธิเพิ่มอีก 398.6 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Decrypt และ crypto.news
| วันที่ | เงินไหลออกสุทธิ ETF Bitcoin สหรัฐฯ |
|---|---|
| 30 ต.ค. 2569 | -643.2 ล้านดอลลาร์ |
| 2 พ.ย. 2569 | -398.6 ล้านดอลลาร์ |
ที่มา: Decrypt / SoSoValue (ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดวันที่ 1 พ.ย. จึงไม่มีข้อมูลซื้อขาย ETF วันนั้น)
- IBIT ของ BlackRock ไหลออกเดี่ยว 405.3 ล้านดอลลาร์ — มากกว่ายอดไหลออกสุทธิรวมทั้งหมดเสียอีก
- FBTC ของ Fidelity กลับไหลเข้า 6.68 ล้านดอลลาร์ ช่วยหักกลบยอดไหลออกส่วนหนึ่ง
- ETF Ethereum สปอตก็ไหลออกเพิ่มอีก 140 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวกัน
ปัจจุบันกองทุน ETF Bitcoin สปอตในสหรัฐฯ ทั้งหมดมีสินทรัพย์สุทธิรวมประมาณ 99,800 ล้านดอลลาร์ (ข้อมูล Decrypt) โดยยอดไหลเข้าสะสมตั้งแต่เปิดกองทุนเดือน ม.ค. 2567 ยังเป็นบวกกว่า 57,000 ล้านดอลลาร์ แต่ลดลงจากจุดสูงสุด 152,000 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือน ก.ค. 2568 ตามข้อมูลของ FXStreet ซึ่งสะท้อนว่าแรงหนุนจากสถาบันที่เคยดันราคาขึ้นในรอบที่แล้วกำลังอ่อนแรงลง
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เกี่ยวอะไรกับราคาบิตคอยน์
วันที่ 3 พ.ย. 2569 เป็นวันเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่ชาวอเมริกันไปลงคะแนนเลือก ส.ส./ส.ว. เพื่อกำหนดเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ซึ่งมีผลโดยตรงต่อทิศทางกฎหมายคริปโตและกฎเกณฑ์สเตเบิลคอยน์ในอนาคต โดยข้อมูลจากตลาดคาดการณ์ Kalshi ให้โอกาส 94% ที่พรรคเดโมแครตจะได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และ 74% ในวุฒิสภา ตามรายงานของ FXStreet
สิ่งที่นักลงทุนคริปโตจับตาเป็นพิเศษคือ “คำสาปกลางเทอม” — FXStreet ชี้ว่าการเลือกตั้งกลางเทอม 3 ครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ ตรงกับช่วงที่บิตคอยน์แตะจุดต่ำสุดของตลาดหมีในรอบนั้นพอดี: ปี 2565 (2022) ราคาร่วงไปแตะจุดต่ำสุด 15,476 ดอลลาร์ ภายใน 13 วันหลังเลือกตั้ง ปี 2561 (2018) แตะจุดต่ำสุด 3,156 ดอลลาร์ ภายใน 39 วัน และปี 2557 (2014) แตะจุดต่ำสุด 171 ดอลลาร์ ภายใน 71 วัน
| ปีเลือกตั้งกลางเทอม | ผลตอบแทน พ.ย. | ผลตอบแทน ธ.ค. | รวมไตรมาส 4 |
|---|---|---|---|
| 2557 (2014) | +11% | -15% | -17% (รวม 3 เดือนสุดท้ายปี) |
| 2561 (2018) | -36% | -6% | -43% |
| 2565 (2022) | -16% | -3% | -14% |
ที่มา: CoinGlass ข้อมูลที่ FXStreet อ้างอิง (เดือน พ.ย. โดยเฉลี่ยทางประวัติศาสตร์บิตคอยน์ทำผลตอบแทนบวก 34% แต่ปีเลือกตั้งกลางเทอมมักสวนทาง)
มุมนักลงทุนไทย
ราคาบิตคอยน์บนกระดานเทรดไทยอ้างอิงราคาตลาดโลกเป็นหลัก ความผันผวนจากข่าวการเมืองสหรัฐฯ และแรงไหลออกของ ETF แบบนี้จึงกระทบราคาในไทยแบบทันที แม้นักลงทุนไทยจะไม่สามารถซื้อ ETF Bitcoin ของสหรัฐฯ ผ่านกระดานในประเทศได้โดยตรง เพราะสำนักงาน ก.ล.ต. ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ให้ซื้อขาย แต่นักเทรดไทยที่ใช้มาร์จิ้นหรือฟิวเจอร์สบนกระดานต่างประเทศควรระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ เพราะข้อมูลลิควิเดตล่าสุดชี้ว่าฝั่ง Long ถูกบีบออกจากตลาดมากกว่าฝั่ง Short อย่างมีนัยสำคัญ การถือสถานะเก็งกำไรโดยไม่มีจุดตัดขาดทุนในวันที่ตลาดผันผวนสูงแบบวันเลือกตั้งนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ
คำถามที่พบบ่อย
บิตคอยน์หลุดเส้น EMA 200 วัน แปลว่าอะไร?
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ EMA 200 วัน เป็นเส้นแนวโน้มระยะยาวที่นักวิเคราะห์ใช้ดูทิศทางตลาดในภาพกว้าง การที่ราคาหลุดลงต่ำกว่าเส้นนี้ (ปัจจุบันอยู่ที่ 76,459 ดอลลาร์) มักถูกตีความว่าแนวโน้มระยะยาวกำลังอ่อนแรงลง และเป็นระดับที่นักวิเคราะห์จับตาเป็นพิเศษในสัปดาห์นี้
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เกี่ยวอะไรกับราคาคริปโต?
สภาคองเกรสที่ได้เสียงข้างมากจากการเลือกตั้งกลางเทอมมีอำนาจออกกฎหมายคริปโตและกฎเกณฑ์สเตเบิลคอยน์ นักลงทุนสถาบันจึงมักลดความเสี่ยงก่อนรู้ผลเลือกตั้งที่ชัดเจน ในอดีตการเลือกตั้งกลางเทอม 3 ครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ ตรงกับช่วงที่บิตคอยน์แตะจุดต่ำสุดของตลาดหมีในรอบนั้นทุกครั้ง
บิตคอยน์จะร่วงไปแตะจุดต่ำสุดของปีที่ 57,800 ดอลลาร์หรือไม่?
ยังไม่มีใครยืนยันได้ FXStreet ระบุว่าหากเส้น EMA 200 วันที่ 76,459 ดอลลาร์หลุดลงอย่างชัดเจน ความเสี่ยงที่จะไปทดสอบจุดต่ำสุดของปีที่ 57,800 ดอลลาร์จะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าแนวรับนี้ยืนได้ และเงินไหลเข้า ETF กลับมา ก็มีโอกาสที่รอบนี้จะไม่ซ้ำรอยคำสาปกลางเทอมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ที่มา: crypto.news, FXStreet, ข้อมูลราคาจาก CoinGecko และ Decrypt




















