TRM Labs และ Chainalysis สองบริษัทวิเคราะห์ธุรกรรมบล็อกเชนชั้นนำของโลก ยืนยันแยกกันด้วยความมั่นใจสูงว่ากลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ “TraderTraitor” คือผู้อยู่เบื้องหลังการแฮก Binance มูลค่า 6.36 พันล้านดอลลาร์เมื่อ 29 ตุลาคม 2569 โดยหลักฐานที่หนักที่สุดคือเงินที่ขโมยไปไหลไปรวมกับเงินจากเคสแฮก Bitget เมื่อเดือนก่อน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเกาหลีเหนือมาก่อนแล้ว
1) TRM Labs และ Chainalysis ยืนยันแยกกันว่า TraderTraitor กลุ่มแฮกเกอร์ในเครือข่าย Lazarus ของเกาหลีเหนือ อยู่หลังแฮก Binance 6.36 พันล้านดอลลาร์
2) หลักฐานหลัก: เงินที่ขโมยจาก Binance ไหลไปรวมกับเงินจากเคส Bitget 387 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนก่อน ซึ่งยืนยันว่าเป็นเกาหลีเหนือไปแล้ว
3) อายัดได้แล้วราว 2.7-2.8 พันล้านดอลลาร์ แต่แฮกเกอร์ยังถือครองทรัพย์สินกว่า 2.4 พันล้านดอลลาร์ (ETH กว่า 420,000 เหรียญ และ BTC 18,270 เหรียญ) ที่ผู้ออกเหรียญแตะไม่ถึง
📑 สารบัญ
หลักฐานที่ชี้ไปเกาหลีเหนือ
TRM Labs ระบุด้วยความมั่นใจสูง (high confidence) โดยอ้างอิงข่าวกรองทั้งแบบ on-chain และ off-chain ว่ารูปแบบการโจมตีตรงกับแพทเทิร์นที่เกาหลีเหนือใช้มาก่อน — กระเป๋าปฏิบัติการ (operator wallet) รับเงินก้อนเล็กจาก Tornado Cash ก่อนลงมือจริงกว่า 36 ชั่วโมง มีการทดสอบโค้ดบนกระเป๋าทดลองก่อนใช้งานจริง และลายเซ็นมอบอำนาจถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าเป็นชุดก่อนยิงพร้อมกัน ซึ่งตรงกับแพทเทิร์นเคส Bybit มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อกุมภาพันธ์ 2568 ที่ FBI สรุปว่าเป็น TraderTraitor และเคส KelpDAO เมื่อเมษายน 2569
Chainalysis ให้หลักฐานที่หนักแน่นกว่านั้น โดยนักวิเคราะห์สังเกตเห็น “แบบเรียลไทม์” ว่าเงินที่ขโมยจาก Binance ไหลไปปนกัน (commingle) กับเงินจากเคสแฮก Bitget มูลค่า 387 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนก่อน ซึ่งเคสนั้นถูกยืนยันว่าเป็นเกาหลีเหนือไปแล้ว การพบเงินจากสองเหตุการณ์ไหลมารวมกันบนกระเป๋าเดียวกันบนเชน ถือเป็นหลักฐาน on-chain ที่หนักแน่นกว่าการเทียบแค่ลายมือการโจมตีเพียงอย่างเดียว Chainalysis ประกาศข้อสรุปนี้เมื่อ 30 ตุลาคม เวลา 00:30 น. (ตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ)
เปิดวิธีแฮกข้ามเชนด้วย EIP-7702
แฮกเกอร์ไม่ได้แค่เจาะกระเป๋าเดียว แต่เข้าถึงระบบเซ็นอนุมัติธุรกรรม (signing infrastructure) ของ Binance ในหลายเชนพร้อมกัน บน Ethereum ผู้โจมตีใช้ฟีเจอร์ EIP-7702 จากอัปเกรด Pectra เมื่อพฤษภาคม 2568 ที่ให้กระเป๋าธรรมดามอบอำนาจให้สมาร์ทคอนแทร็กต์รันโค้ดแทนตัวเองได้ โดยเตรียมลายเซ็นมอบอำนาจไว้ล่วงหน้า 50 ชุด ครอบคลุมค่า nonce ต่อเนื่อง 50 ค่า เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีลายเซ็นอย่างน้อยหนึ่งชุดที่ยังใช้งานได้ตอนยิงจริง
ขณะเดียวกัน กระเป๋าของ Binance บนอีก 9 เชน ได้แก่ Bitcoin, XRP Ledger, Tron, Solana, Arbitrum, Avalanche, Optimism, Base และ Polygon ก็โอนเงินออกด้วยการเซ็นธุรกรรมแบบปกติในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน TRM ชี้ว่านี่คือสัญญาณว่าแฮกเกอร์ไม่ได้แค่ฟิชชิ่งกระเป๋าเดียวบน Ethereum แต่เข้าถึงระบบเซ็นอนุมัติธุรกรรมในวงกว้างกว่านั้น ซึ่ง Binance ยังไม่เปิดเผยสาเหตุที่แน่ชัด (root cause) ต่อสาธารณะ
อายัดได้แค่ไหน เหลือเท่าไหร่
| ผู้อายัด | จำนวนที่อายัดได้ |
|---|---|
| Tether | ราว 1.77 พันล้าน USDT |
| Circle | ราว 825 ล้าน USDC |
| Ripple | 40.5 ล้าน RLUSD |
| World Liberty Financial | 27.8 ล้าน USD1 |
| Arbitrum Security Council | 8,426 ETH + 74.6 ล้าน ARB (ราว 30 ล้านดอลลาร์) |
| รวมทั้งหมด | ราว 2.7-2.8 พันล้านดอลลาร์ |
มุมนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนไทยที่ไม่ได้ฝากสินทรัพย์ไว้บน Binance โดยตรง ผลกระทบหลักยังเป็นเรื่องความเชื่อมั่นของตลาดโดยรวมที่สั่นคลอน ราคา Bitcoin ที่หลุด 79,000 ดอลลาร์ไปตั้งแต่ข่าวแฮกออกมา สะท้อนว่านักลงทุนยังกังวลเรื่องความปลอดภัยของกระดานเทรดรายใหญ่ แม้ Binance จะยืนยันว่าเงินผู้ใช้ปลอดภัยและจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดก็ตาม สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือติดตามความคืบหน้าการสอบสวนอย่างใกล้ชิด และไม่ควรฝากสินทรัพย์จำนวนมากไว้บนกระดานเดียวต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไม่ว่ากระดานนั้นจะใหญ่แค่ไหนก็ตาม เพราะเคสนี้พิสูจน์ว่าแม้แต่เอ็กซ์เชนจ์อันดับหนึ่งของโลกก็ยังถูกเจาะระบบเซ็นอนุมัติธุรกรรมได้
คำถามที่พบบ่อย
TraderTraitor คือใคร?
TraderTraitor คือชื่อที่หน่วยงานสหรัฐฯ ใช้เรียกกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือที่อยู่ในเครือข่าย Lazarus Group มีประวัติขโมยคริปโตเพื่อระดมทุนให้โครงการอาวุธของรัฐบาลเกาหลีเหนือ และเคยถูก FBI ชี้ว่าอยู่เบื้องหลังแฮก Bybit มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อกุมภาพันธ์ 2568
หลักฐานที่เชื่อมโยงกับ Bitget คืออะไร?
Chainalysis ตรวจพบว่าเงินที่ขโมยจาก Binance ไหลไปรวมกับเงินจากเคสแฮก Bitget มูลค่า 387 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนก่อน ซึ่งยืนยันว่าเป็นเกาหลีเหนือไปแล้ว บนกระเป๋าเดียวกันบนเชน การพบเงินสองเหตุการณ์มาปนกันแบบนี้ถือเป็นหลักฐาน on-chain ที่หนักแน่นกว่าการเทียบแพทเทิร์นการโจมตีเพียงอย่างเดียว
เงินที่แฮกเกอร์ขโมยไปตอนนี้อยู่ที่ไหน?
ราว 2.4 พันล้านดอลลาร์ (ETH กว่า 420,000 เหรียญ และ BTC 18,270 เหรียญ) ยังอยู่ในมือแฮกเกอร์ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผู้ออกเหรียญกลางอายัดได้ ส่วนที่เป็นสเตเบิลคอยน์อย่าง USDT, USDC และ RLUSD ถูก Tether, Circle และ Ripple อายัดไปแล้วรวมกว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์
ที่มา: TRM Labs และ Chainalysis





















