หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าวต่างประเทศสหรัฐฯ รับตัวแฮกเกอร์ Nomad Bridge จากอิสราเอล เจอข้อหาฟอกเงิน

สหรัฐฯ รับตัวแฮกเกอร์ Nomad Bridge จากอิสราเอล เจอข้อหาฟอกเงิน

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใครOKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร
📌 สรุป 3 บรรทัด:
1. สหรัฐฯ รับตัวอเล็กซานเดอร์ บล็อก (เดิมชื่อกูเรวิช) แฮกเกอร์ที่ขโมยคริปโต 2.89 ล้านดอลลาร์จาก Nomad Bridge ปี 2022 จากอิสราเอลมาขึ้นศาลแล้ว
2. เจอข้อหาฉ้อโกงคอมพิวเตอร์และฟอกเงิน โทษสูงสุดรวมกันถึง 20 ปี
3. คดีนี้เกิดในสัปดาห์เดียวกับ Binance โดนแฮกครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ตอกย้ำว่าความปลอดภัยบริดจ์คริปโตยังเป็นจุดอ่อนใหญ่

วงการคริปโตยังไม่ทันหายตกใจจากข่าว Binance โดนแฮกเงินหาย 6.3 พันล้านดอลลาร์เมื่อสัปดาห์นี้ ก็มีข่าวคดีแฮกเกอร์เก่าโผล่มาอีกระลอก กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ประกาศว่าได้รับตัว อเล็กซานเดอร์ บล็อก (Alexander Block) ชื่อเดิมอเล็กซานเดอร์ กูเรวิช (Alexander Gurevich) สัญชาติอิสราเอล-รัสเซีย จากอิสราเอลมาขึ้นศาลที่สหรัฐฯ แล้ว ในข้อหาแฮกบริดจ์ข้ามเชน Nomad Bridge เมื่อปี 2022 ขโมยคริปโตไปกว่า 2.89 ล้านดอลลาร์ ก่อนช่องโหว่เดียวกันจะถูกคนอื่นแห่เข้าไปดูดเงินต่อจนสูญรวมกว่า 186 ล้านดอลลาร์

Bitcoin
ราคา Bitcoin (BTC) วันนี้ บิตคอยน์
฿2,610,684.81▲0.36%
ราคา Bitkub ฿2,608,666.80 (พรีเมียม -0.08%)
สูง/ต่ำ 24 ชม. ฿2,651,791.32 / ฿2,574,231.87
ดูกราฟและข้อมูลเต็ม →
ข้อมูลจาก SiamBitcoin Cap · อัปเดต 08:25

เกิดอะไรขึ้น: ไทม์ไลน์คดี 4 ปี

ย้อนไปวันที่ 1 สิงหาคม 2022 บล็อก (ตอนนั้นยังใช้ชื่อกูเรวิช) ใช้ช่องโหว่ใน smart contract ของ Nomad Bridge ทำธุรกรรม exploit 4 ครั้ง โอน 103 WBTC และ 300 WETH ออกจากกระเป๋าของ Nomad ไปยังกระเป๋าตัวเอง มูลค่าตอนนั้นประมาณ 2,894,390 ดอลลาร์ ตามเอกสารฟ้องของ DOJ จากนั้นเจ้าตัวแปลงเป็นคริปโตสกุลอื่นต่อเนื่องหลายรอบเพื่อปิดเส้นทางเงิน

ปัญหาคือธุรกรรมของบล็อกไปเปิดให้เห็นช่องโหว่ต่อสาธารณะ ทำให้ภายในไม่กี่ชั่วโมงมีผู้ใช้รายอื่นแห่เข้าไปใช้ช่องโหว่เดียวกันดูดเงินออกจากกระเป๋า Nomad ต่อ รวมความเสียหายทั้งหมดพุ่งเกิน 186 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นหนึ่งในเคส DeFi hack ที่ใหญ่ที่สุดของปี 2022

Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก
วันที่ เหตุการณ์
ส.ค. 2022 Exploit เกิดขึ้น บล็อกขโมย 2.89 ล้านดอลลาร์ ก่อนเงินไหลออกรวม 186 ล้านดอลลาร์
ส.ค. 2023 คณะลูกขุนใหญ่ประจำเขตเหนือรัฐแคลิฟอร์เนียฟ้อง 3 กลุ่มข้อหา
พ.ค. 2025 ถูกจับที่สนามบิน Ben Gurion อิสราเอล ขณะเตรียมบินไปรัสเซีย หลังเปลี่ยนชื่อ-ทำพาสปอร์ตใหม่
ต.ค. 2026 ศาลสูงอิสราเอลปัดอุทธรณ์ ส่งตัวไปขึ้นศาลสหรัฐฯ
✅ ประเด็นที่ศาลอิสราเอลชี้ชัด: การใช้ช่องโหว่ของ smart contract ก็ถือเป็นการบุกรุกระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ธุรกรรมจะเกิดบนบล็อกเชนสาธารณะที่ใครก็เห็นได้ และการที่ธุรกรรมโปร่งใสก็ไม่ได้แปลว่าไม่เข้าข่ายฟอกเงิน

ข้อกล่าวหาและโทษที่ต้องเจอ

บล็อกขึ้นศาลครั้งแรกในเขตเหนือรัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว ตามฟ้องของ DOJ เจอ 3 กลุ่มข้อหาหลัก โทษสูงสุดรวมกันหลายสิบปี:

1

ทำลายคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการคุ้มครอง

โทษสูงสุด 10 ปี + ปรับ 250,000 ดอลลาร์

2

ขนย้ายทรัพย์สินที่ถูกขโมยข้ามรัฐ

โทษสูงสุด 10 ปี + ปรับ 250,000 ดอลลาร์

3

ฟอกเงิน

โทษสูงสุด 20 ปี + ปรับ 250,000 ดอลลาร์ ข้อหาหนักสุด

คดีนี้ FBI เป็นผู้สืบสวน โดยมีรองอัยการสูงสุดฝ่ายอาญา A. Tysen Duva และอัยการเขต Craig H. Missakian เป็นผู้แถลง ทั้งนี้ การฟ้องเป็นเพียงข้อกล่าวหา บล็อกยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะพิพากษา

ทำไมเรื่องนี้ย้ำว่าบริดจ์ยังเสี่ยง

ข่าวนี้มาในจังหวะที่ยังพูดถึงกันไม่หยุดเรื่อง Binance โดนแฮกเงินหาย 6.3 พันล้านดอลลาร์เมื่อ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุ โปรโตคอล DeFi อย่าง AAVE ต้องรีบ freeze ตลาด v3-v4 ทั้ง 16 เชนชั่วคราว เพราะแฮกเกอร์เอาเงินจาก Binance ไปฝากเข้า AAVE แปลง USDT เป็น WETH เพื่อตัดเส้นทางที่ Tether/Circle จะอายัดได้ สะท้อนว่าแม้เวลาผ่านไป 4 ปีจากเคส Nomad ความเสี่ยงเรื่อง cross-chain bridge และ smart contract ก็ยังเป็นเป้าโจมตีหลักของวงการคริปโตไม่เปลี่ยน

💡 Nomad Bridge ปี 2022 และ Binance ปี 2026 สะท้อนภาพเดียวกัน ยิ่งเงินไหลผ่านจุดเชื่อมระหว่างเชนมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นเป้าโจมตีที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับแฮกเกอร์

มุมมองนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทยที่เทรดผ่านกระดานไทยหรือกระดานต่างประเทศ คดีนี้เป็นตัวอย่างว่าการแฮกบริดจ์ไม่ใช่ “เงินหายแล้วจบ” แต่สุดท้ายมีโอกาสตามตัวผู้กระทำได้ แม้ต้องใช้เวลาหลายปีและประสานงานข้ามประเทศผ่าน FBI กับหน่วยงานอิสราเอล ในไทยเองสำนักงาน ก.ล.ต. และตำรวจไซเบอร์ก็ใช้แนวทางคล้ายกันในการตามรอยธุรกรรมคริปโตที่เกี่ยวกับการฉ้อโกง โดยอ้างอิง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ควบคู่กฎหมายฟอกเงิน สิ่งที่นักลงทุนไทยควรระมัดระวังคือการใช้บริดจ์ข้ามเชน (cross-chain bridge) ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย (audit) อย่างเข้มงวด เพราะยังเป็นจุดที่แฮกเกอร์เจาะได้บ่อยที่สุดในวงการ DeFi

คำถามที่พบบ่อย

Q: Nomad Bridge คืออะไร?

A: เป็นโปรโตคอลที่ใช้โอนคริปโตข้ามเครือข่ายบล็อกเชนต่างๆ (cross-chain bridge) เคยถูกแฮกครั้งใหญ่เมื่อ ส.ค. 2022 สูญเงินกว่า 186 ล้านดอลลาร์

Q: ทำไมบล็อกถึงถูกจับได้หลังโดนฟ้องไปนาน?

A: เจ้าตัวเปลี่ยนชื่อและทำพาสปอร์ตใหม่หลบหนี กว่าจะถูกจับได้ที่สนามบินในอิสราเอลตอนเตรียมบินไปรัสเซียก็ผ่านไปเกือบ 2 ปีจากวันฟ้อง จากนั้นต้องใช้เวลาสู้คดีอุทธรณ์การส่งตัวในศาลอิสราเอลอีกกว่า 1 ปี

Q: เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับข่าว Binance โดนแฮก?

A: ไม่ใช่คดีเดียวกัน แต่เกิดในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน และตอกย้ำประเด็นเดียวกันคือความปลอดภัยของจุดเชื่อมต่อ/กระเป๋าคริปโตขนาดใหญ่ยังเป็นเป้าหมายหลักที่แฮกเกอร์เจาะได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ที่มา: U.S. Department of Justice, Decrypt

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข่าวเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
P2PB2B — Exchange เหรียญใหม่Crypto.com — แอปคริปโต + บัตร Visa
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด