Coinbase ประกาศมาตรการปฏิบัติตามกฎ MiCA (Markets in Crypto-Assets) ของสหภาพยุโรป โดยกำหนดเส้นตายวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ให้ผู้ใช้รายย่อยในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ถอนเหรียญ stablecoin ที่ไม่ผ่านการรับรองออกจากระบบ หากถอนไม่ทันยอดคงเหลือจะถูกแปลงเป็น USDC หรือสินทรัพย์ที่รองรับโดยอัตโนมัติตามราคาตลาด ณ ขณะนั้น
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้น — 14 เหรียญที่โดนผลกระทบ
ตามประกาศแจ้งลูกค้าของ Coinbase ที่รายงานโดย CryptoSlate และ CoinPedia ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ใช้รายย่อยในเขต EEA จะไม่สามารถซื้อ ขาย หรือแปลงเหรียญ 14 รายการนี้ได้อีก — เหลือแค่ “ถอนออก” ไปยัง wallet ภายนอกเป็นทางเลือกเดียว ส่วนยอดที่เหลืออยู่ในระบบหลังเส้นตายจะถูกแปลงเป็น USDC ให้อัตโนมัติตามราคาตลาด
| เหรียญที่ถูกจำกัด | ผู้ออกเหรียญ / ประเภท |
|---|---|
| USDT | Tether — stablecoin ดอลลาร์รายใหญ่สุด |
| PYUSD | PayPal |
| USD1 | World Liberty Financial |
| DAI | MakerDAO / Sky |
| PAX, GUSD, BUST, UST, RAI, MUSD, USDS | stablecoin ดอลลาร์อื่นๆ |
| GYEN | อ้างอิงเยนญี่ปุ่น |
| TGBP | อ้างอิงปอนด์สเตอร์ลิง |
| PAXG | อ้างอิงทองคำ |
- ถอนออกไป wallet ภายนอกหรือ exchange อื่นก่อนเส้นตาย
- ถ้าไม่ถอน ระบบแปลงเป็น USDC ให้อัตโนมัติตามราคาตลาด ณ เวลานั้น
- เหรียญที่ฝากเข้ามาใหม่ “หลัง” เส้นตาย จะไม่ถูกบันทึกเข้าบัญชีเลย และ Coinbase ไม่การันตีว่าจะช่วยกู้คืนให้
ทำไม Coinbase ต้องทำแบบนี้
ต้นตอมาจากกฎ MiCA ของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้ผู้ออก stablecoin ต้องขอใบอนุญาตกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ ช่วงเวลาผ่อนผัน (transitional period) สิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยไม่มีการต่ออายุ ทำให้ platform ที่ได้รับใบอนุญาต MiCA อย่าง Coinbase (ผ่านนิติบุคคล Coinbase Luxembourg S.A. ที่กำกับโดย CSSF) ไม่สามารถให้บริการเหรียญที่ผู้ออกยังไม่ผ่านการรับรองได้อีกต่อไป
แรงกดดันเพิ่มขึ้นอีกชั้นจากความเห็นของหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ยุโรป (ESMA) เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่ขยายขอบเขตจากแค่การซื้อขาย ไปครอบคลุมถึงบริการเก็บรักษาสินทรัพย์ (custody) และการโอนด้วย พร้อมให้หน่วยงานกำกับระดับประเทศจัดการความเสี่ยงที่เหลือให้จบภายใน 8 มกราคม 2570 เป็นเส้นตายสุดท้าย — เส้นตาย 30 ต.ค. ของ Coinbase จึงมาก่อนเส้นตายบังคับของ ESMA เกือบ 3 เดือน
มุมไทย — คนไทยที่ถือเหรียญเหล่านี้ต้องทำอะไร
กฎ MiCA บังคับใช้เฉพาะผู้ใช้ที่ลงทะเบียนในเขต EEA เท่านั้น นักลงทุนไทยที่เทรดผ่านกระดานในประเทศอย่าง Bitkub หรือ Binance TH ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ไทย ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง จากมาตรการนี้ แต่สิ่งที่ควรระวังคือกลุ่มคนไทยจำนวนไม่น้อยที่เปิดบัญชี Coinbase สากล (ไม่ใช่ Coinbase Thailand) ไว้ใช้งานเอง หากระบบตรวจพบว่าบัญชีลงทะเบียนอยู่ในโซนยุโรปจากการเคยอยู่ต่างประเทศ ก็อาจโดนมาตรการนี้ไปด้วย ควรเข้าไปเช็กยอดคงเหลือและสถานะบัญชีให้ชัดเจน
ในมุมกว้างกว่านั้น นี่คือสัญญาณว่าเทรนด์การกำกับดูแล stablecoin ทั่วโลกกำลังเข้มขึ้นต่อเนื่อง หลัง GENIUS Act ของสหรัฐฯ ที่ OCC เพิ่งออกกฎคุมผู้ออก stablecoin ไปเมื่อปลายเดือนนี้ — ทิศทางที่ ก.ล.ต. ไทยและธนาคารแห่งประเทศไทยก็ติดตามอยู่ใกล้ชิด เพื่อวางกรอบดูแล stablecoin ของไทยในอนาคต
คำถามที่พบบ่อย
❓ ถือ USDT ใน Coinbase ยุโรปแล้วไม่ทำอะไรเลยจะเป็นอย่างไร
ระบบจะแปลงยอดคงเหลือเป็น USDC ให้อัตโนมัติตามราคาตลาด ณ ขณะที่ทำการแปลง ไม่ได้ถูกยึดหรือสูญหาย แต่คุณเลือกจังหวะแปลงเองไม่ได้
❓ คนไทยที่ใช้ Bitkub หรือ Binance TH ต้องทำอะไรไหม
ไม่ต้อง — กฎ MiCA คุมแค่ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนในเขต EEA เท่านั้น กระดานไทยไม่อยู่ภายใต้กฎนี้
❓ ทำไม USDC ไม่โดนจำกัดเหมือน USDT
เพราะผู้ออก USDC คือ Circle ได้ขอใบอนุญาตและผ่านการรับรองตามกฎ MiCA ในยุโรปแล้ว ขณะที่ผู้ออกเหรียญอีก 14 รายการยังไม่ผ่านการรับรองในกรอบเวลาที่กำหนด
ที่มา: CryptoSlate, CoinPedia, Coinbase (ประกาศทางการ)





















