Pavel Durov ประกาศ 21 กรกฎาคม 2026 ว่าจะฝังกระเป๋าคริปโตแบบคุมกุญแจเอง (non-custodial) เข้าไปใน Telegram ทุกเวอร์ชัน เรียกว่าการปล่อยกระเป๋าแบบนี้ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ — เริ่มทยอยเปิดให้ผู้ใช้บางกลุ่มจริงตั้งแต่ 31 สิงหาคม 2026 แต่ยังไม่ครบทุกคน บทความนี้สรุปว่า Gram Wallet คืออะไร ตอนนี้ใครใช้ได้บ้าง จะเช็คสิทธิ์และสร้างกระเป๋าคุมกุญแจเองยังไงให้ปลอดภัย พร้อมเตือนกับดักใหญ่ที่สุด — แอป “Gram Wallet” ปลอมที่ไม่ใช่ของ Telegram แต่ดันโหลดได้จริงจาก App Store
📑 สารบัญ
- Gram Wallet คืออะไร ต่างจาก DeFi Account และ Walt ยังไง
- เช็คว่าได้สิทธิ์ Gram Wallet แล้วหรือยัง
- สร้างกระเป๋าคุมกุญแจเอง ใช้ได้แน่นอนตอนนี้ (DeFi Account)
- ระวัง! แอป “Gram Wallet” ปลอมในสโตร์ ไม่ใช่ของ Telegram
- วิธีฝากเหรียญเข้ากระเป๋าจากเว็บเทรดไทย
- กฎหมายไทยที่ต้องรู้ก่อนใช้งานจริง
- กับดักที่คนพลาดบ่อย + เช็กลิสต์
Gram Wallet คืออะไร ต่างจาก DeFi Account และ Walt ยังไง
ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกก่อน เพราะ Telegram มี “กระเป๋า” อยู่ในระบบพร้อมกันหลายชื่อ และชื่อเพิ่งเปลี่ยนกันยกใหญ่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2026 นี้เอง สับสนง่ายมาก
| ชื่อ | ประเภท | ใครถือกุญแจ | สถานะตอนนี้ |
|---|---|---|---|
| Gram Wallet (ตัวใหม่) | Non-custodial ฝังในแอป Telegram โดยตรง | ผู้ใช้ 100% | ทยอยเปิดตั้งแต่ 31 ส.ค. 2026 — ยังไม่ครบทุกบัญชี |
| DeFi Account (เดิมชื่อ TON Space) | Non-custodial อยู่ใน mini app “Wallet” | ผู้ใช้ 100% (24 คำ BIP-39) | ใช้ได้แล้วตอนนี้ เปิดมาตั้งแต่ปลายปี 2023 |
| Walt (เดิมชื่อ “Wallet in Telegram” / @wallet) | Custodial — บริษัทถือกุญแจแทน | บริษัท TG Wallet Inc. | ใช้ได้ แต่ ไทยอยู่ในลิสต์ประเทศที่ใช้ไม่ได้ |
ที่มาของชื่อ GRAM ก็มาจากเหรียญ Toncoin (TON) เดิม ที่รีแบรนด์กลับไปใช้ชื่อดั้งเดิมเมื่อ 15 มิถุนายน 2026 หลังชุมชนโหวตเห็นชอบ 81% — เปลี่ยนแค่ชื่อ/สัญลักษณ์/โลโก้ เหรียญที่ถืออยู่ไม่ต้องทำอะไร ไม่มีการสวอป บล็อกเชนเบื้องหลังยังชื่อ TON เหมือนเดิม ถ้าใครเห็นข้อความชวน “สวอป TON เป็น GRAM” หรือ “กดเปิดใช้งาน GRAM” — นั่นคือมิจฉาชีพ เพราะการเปลี่ยนชื่อเกิดขึ้นอัตโนมัติ ไม่ต้องกดอะไรเลย
เช็คว่าได้สิทธิ์ Gram Wallet แล้วหรือยัง
Durov ยืนยันเองเมื่อ 31 สิงหาคม 2026 ว่า Gram Wallet “พร้อมแล้ว” แต่เปิดให้แค่ “ผู้ใช้กลุ่มจำกัด” ก่อน แล้วค่อยขยายวงกว้างขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ถัดไป — ไม่ได้เปิดพร้อมกันทีเดียวทั้ง 1 พันล้านบัญชี และไม่มีตัวเลขทางการว่ากลุ่มแรกมีกี่คน
- อัปเดต Telegram เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนเสมอ (ผ่าน App Store / Play Store)
- เข้า Telegram Settings (ไอคอนเฟือง หรือเมนู 3 ขีดมุมซ้ายบน) — ถ้าได้สิทธิ์แล้วจะเห็นเมนู Gram Wallet ปรากฏเป็นค่าเริ่มต้น
- ถ้ายังไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าบัญชีมีปัญหา — แค่ยังไม่ถึงคิว รอได้เลย ไม่ต้องไปหาแอปอื่นมาแทน
- ระหว่างรอ ใช้ DeFi Account แทนได้ทันที (อ่านขั้นตอนหัวข้อถัดไป) เพราะเป็นกระเป๋าคุมกุญแจเองเหมือนกัน ใช้ได้แล้ววันนี้
สร้างกระเป๋าคุมกุญแจเอง ใช้ได้แน่นอนตอนนี้ (DeFi Account)
ระหว่างรอคิว Gram Wallet ตัวใหม่ ไม่จำเป็นต้องรอเฉยๆ เพราะ Telegram มีกระเป๋าคุมกุญแจเองที่เปิดใช้งานได้แล้ววันนี้อยู่ในแอป “Wallet” (อันเดียวกับที่มี Walt อยู่ข้างใน) เรียกส่วนนี้ว่า DeFi Account ใช้มาตรฐาน BIP-39 คำสำรอง 24 คำ ทำตามนี้:
เปิดแอป Wallet
พิมพ์ “Wallet” ในช่องค้นหา Telegram หรือเข้า t.me/wallet เลือกยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน
เลื่อนหาส่วน DeFi Account
เลื่อนลงในหน้าหลักของ Crypto Wallet จนเจอบล็อก “DeFi Account” แล้วแตะเข้าไป
กด Create New Wallet
ระบบจะสร้างที่อยู่บนเชน TON ให้ทันที — ที่อยู่นี้เปลี่ยนไม่ได้ ตั้งครั้งเดียวถาวร
เลือกวิธีสำรอง
Manual backup (จดคำสำรอง 24 คำเก็บเอง — ปลอดภัยสุด) หรือ Email backup (สะดวกกว่าแต่ต้องพ่วงอีเมล)
จดคำสำรอง 24 คำ
เขียนลงกระดาษ/แผ่นโลหะ เรียงลำดับให้ถูก ห้ามแคปหน้าจอ ห้ามพิมพ์เก็บในโน้ตหรือแชท
ยืนยันคำสำรอง
ระบบจะให้เลือกคำบางคำกลับมาเรียงใหม่ เพื่อเช็คว่าจดถูกจริง
เปิด DeFi Account
เสร็จแล้วกด “Open DeFi Account” เพื่อเริ่มใช้งานที่อยู่ TON ของตัวเอง
(แนะนำ) เปิด Email Recovery เสริม
Settings > Backup & Recovery Phrase > Enable Email Recovery — เผื่อทำคำสำรองหายแต่ยังเข้า Telegram บัญชีเดิมได้
ระวัง! แอป “Gram Wallet” ปลอมในสโตร์ ไม่ใช่ของ Telegram
นี่คือจุดที่อันตรายที่สุดของกระแสนี้ — ระหว่างที่ Telegram ทยอยเปิด Gram Wallet ของจริงแบบฝังในแอป มีแอปชื่อ “Gram Wallet” แยกต่างหากวางขายอยู่บน App Store และ Play Store จริง (พัฒนาโดยบริษัทภายนอกชื่อ Anyway Labs FZCO) หน้าตาโปรโมทว่า “built natively for Telegram users” ใช้เอนจินเดียวกับ MyTonWallet
🚩 ทำไมถึงเสี่ยง
แอปนี้ไม่ใช่ของปลอมแบบมัลแวร์โจ่งแจ้ง แต่เป็นแอปกระเป๋าจากบริษัทที่ 3 ที่ตั้งชื่อชนกับฟีเจอร์ของ Telegram พอดิบพอดี ช่วงที่คนกำลังเห่อข่าว Gram Wallet ของ Telegram คนจำนวนมากจะพิมพ์ค้นหา “Gram Wallet” แล้วโหลดแอปนี้มาใช้โดยเข้าใจผิดว่าคือตัวเดียวกับที่ Durov ประกาศ ทั้งที่จริงๆ เป็นกระเป๋าคนละเจ้า คนละทีมพัฒนา คนละความน่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ยังมีรูปแบบฟิชชิ่งอีกแบบที่เจอบนเครือข่าย TON ช่วงนี้ — จู่ๆ มีรายการ “ส่งออก” (send) โผล่ในประวัติธุรกรรม พร้อมข้อความ comment แนบลิงก์เว็บแปลกๆ ทั้งที่เราไม่ได้ทำธุรกรรมนั้นเอง เป้าหมายคือหลอกให้กดลิงก์แล้วกรอกคำสำรองในเว็บปลอม แค่ได้รับธุรกรรมแบบนี้เฉยๆ ไม่กระทบความปลอดภัย อันตรายเริ่มต้นก็ต่อเมื่อกดลิงก์แล้วกรอกข้อมูลเท่านั้น — เห็นแล้วเมินได้เลย ไม่ต้องกดอะไร
- คำสำรอง 24 คำ ห้ามพิมพ์ในเว็บไหนทั้งสิ้น ไม่ว่าเว็บนั้นจะอ้างว่าเป็น “ยืนยันตัวตน” “ปลดล็อก” หรือ “รับของรางวัล”
- ทีมซัพพอร์ตของ Wallet/DeFi Account จะไม่ทักหาก่อน และไม่มีทางขอคำสำรองจากผู้ใช้เด็ดขาด
- ถ้าพลาดกรอกคำสำรองไปแล้ว ให้สร้างกระเป๋าใหม่ทันทีแล้วโยกเงินทั้งหมดออกจากกระเป๋าเก่า อย่ารอ
วิธีฝากเหรียญเข้ากระเป๋าจากเว็บเทรดไทย
ฝั่งเว็บเทรดไทย Bitkub และ Binance TH เปลี่ยนจากรองรับ TON มาเป็นรองรับ GRAM เรียบร้อยแล้วตั้งแต่กลางปี 2026 (คนละเรื่องกับ Gram Wallet ในแอป Telegram — อันนี้คือชื่อเหรียญที่ซื้อขายบนกระดาน) ฝากเข้ากระเป๋าคุมกุญแจเองได้ตามขั้นตอนปกติ:
- เปิดกระเป๋า DeFi Account (หรือ Gram Wallet ถ้าได้สิทธิ์แล้ว) คัดลอกที่อยู่กระเป๋าบนเครือข่าย TON
- เข้าเว็บเทรด เลือกถอน GRAM (หรือชื่อเดิม TON ถ้าจอยังไม่อัปเดต) เลือกเครือข่าย TON ให้ตรงกัน
- วางที่อยู่ปลายทางที่คัดลอกมา เช็คอักษรตัวแรก-ตัวท้ายให้ตรงกับที่คัดลอกจริง
- ถอนทดสอบจำนวนเล็กน้อยก่อนครั้งแรกเสมอ รอยืนยันบนเชนแล้วค่อยถอนก้อนใหญ่
- ถ้าเลือกเครือข่ายผิด (เช่นเลือก ERC-20 แทน TON) เหรียญอาจหายถาวร — เว็บเทรดส่วนใหญ่กู้คืนให้ไม่ได้
กฎหมายไทยที่ต้องรู้ก่อนใช้งานจริง
การเปิดกระเป๋าคุมกุญแจเองเพื่อถือเหรียญ ไม่ผิดกฎหมายไทย แต่มี 2 เรื่องที่ต้องรู้ไว้ก่อนใช้งานจริงจัง:
⚠️ ห้ามใช้จ่ายซื้อของ
ก.ล.ต. + ธปท. + กระทรวงการคลัง มีมติร่วมห้ามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยทำระบบ/ชักชวน/เปิดกระเป๋าให้ร้านค้ารับชำระด้วยคริปโตเป็นสื่อกลางชำระเงิน กฎนี้คุมฝั่งผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ได้ห้ามการถือหรือโอนกันเองระหว่างบุคคล แต่แปลว่าอย่าไปหาช่องทางใช้ GRAM ในกระเป๋าจ่ายค่าสินค้าในไทยแบบเป็นระบบ เพราะไม่มีใครให้บริการถูกกฎหมาย
⚠️ Travel Rule กำลังจะมา
27 กุมภาพันธ์ 2027 กฎ Travel Rule จะบังคับให้เว็บเทรดไทยตรวจสอบความเป็นเจ้าของกระเป๋าคุมกุญแจเองสำหรับการโอนมูลค่าเกิน 30,000 บาท ตอนนี้ยังไม่มีเว็บเทรดไหนประกาศขั้นตอนที่แน่ชัด แต่เตรียมตัวไว้ก่อนได้ (อ่านรายละเอียดในลิงก์ท้ายบทความ)
กับดักที่คนพลาดบ่อย + เช็กลิสต์
| กับดัก | ผลที่ตามมา | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|
| โหลดแอป “Gram Wallet” จากสโตร์เพราะเห่อข่าว | ฝากเงินเข้ากระเป๋าคนละเจ้ากับ Telegram โดยไม่รู้ตัว | ใช้เฉพาะเมนูในแอป Telegram หรือ DeFi Account เท่านั้น |
| เชื่อข้อความชวน “สวอป TON เป็น GRAM” | โดนพาไปเว็บปลอม กรอกคำสำรองให้แฮกเกอร์ | การรีแบรนด์เกิดอัตโนมัติ ไม่ต้องกดอะไรเลย เพิกเฉยข้อความแบบนี้ |
| กดลิงก์ในธุรกรรมแปลกที่โผล่มาเอง | เสี่ยงเข้าเว็บฟิชชิ่งขโมยคำสำรอง | ได้รับธุรกรรมแปลกเฉยๆ ไม่อันตราย แค่ห้ามกดลิงก์ในนั้น |
| ปิดแอป Telegram แล้วคิดว่า DeFi Account หาย | ตกใจเปล่า เสียเวลาหาทางกู้คืนทั้งที่ไม่จำเป็น | เงินยังอยู่บนเชนเสมอ แค่ล็อกอิน Telegram บัญชีเดิมใหม่ก็เห็น หรือใช้คำสำรอง/อีเมลกู้คืนได้ |
| ไม่เปิด Email Recovery เพราะขี้เกียจ | คำสำรองหายแผ่นเดียว = เงินหายถาวร ไม่มีทางกู้คืน | เปิด Email Recovery เป็นชั้นสำรอง แต่ยังต้องเก็บคำสำรอง 24 คำแยกไว้เสมอ |
| ถอนจากเว็บเทรดเลือกเครือข่ายผิด | เหรียญหายถาวร กู้คืนไม่ได้ส่วนใหญ่ | เลือกเครือข่าย TON ให้ตรงทุกครั้ง ถอนทดสอบก้อนเล็กก่อนเสมอ |
✅ เช็กลิสต์ก่อนเริ่มใช้ Gram Wallet / DeFi Account
- อัปเดต Telegram เป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้ว
- เช็คแล้วว่าเมนู Gram Wallet ในแอปมาหรือยัง (ถ้ายังใช้ DeFi Account แทนได้)
- ไม่ได้โหลดแอปแยกจากสโตร์ที่ชื่อ “Gram Wallet”
- จดคำสำรอง 24 คำลงกระดาษ/โลหะ เก็บออฟไลน์เรียบร้อย
- เปิด Email Recovery เป็นชั้นสำรองแล้ว
- ไม่เคยพิมพ์คำสำรองในเว็บไหนเลย
- รู้แล้วว่าเห็นธุรกรรมแปลกพร้อมลิงก์ = เพิกเฉย ไม่กด
- ทดสอบถอนจากเว็บเทรดด้วยจำนวนเล็กน้อยก่อนครั้งแรก





















