Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันอังคาร, สิงหาคม 18, 2026
หน้าแรกกิจกรรมExchangeวิธีเทรดบน DEX ครั้งแรกให้ไม่โดนกิน 2026 — ตั้ง Slippage คุม MEV เลี่ยงเหรียญกับดัก ทำเป็นใน 15...

วิธีเทรดบน DEX ครั้งแรกให้ไม่โดนกิน 2026 — ตั้ง Slippage คุม MEV เลี่ยงเหรียญกับดัก ทำเป็นใน 15 นาที

HTX (Huobi) — เก๋าเกมคริปโต

คนที่เพิ่งย้ายจากเว็บเทรดมาเล่น DEX ครั้งแรก มักเจออาการเดียวกันหมด คือกดสวอปแล้วได้เหรียญกลับมาน้อยกว่าตัวเลขที่เห็นบนหน้าจอ บางคนโดนหนักถึงขั้นหายไปหลายเปอร์เซ็นต์ในไม้เดียว แล้วก็สรุปเอาเองว่า “DEX มันแพง” ทั้งที่ความจริงคือคุณโดนกิน และมันมีวิธีป้องกันที่ทำได้ฟรีภายในไม่กี่นาที บทความนี้ไม่ได้สอนว่า DEX คืออะไร แต่สอนว่า จะกดสวอปยังไงไม่ให้ถูกดูดเงินระหว่างทาง ตั้งแต่ตั้งค่า Slippage ให้ถูก ปิดช่องบอทแซนด์วิช ไปจนถึงคัดเหรียญกับดักที่ซื้อได้แต่ขายไม่ออก

4 ตัวที่กินเงินคุณระหว่างกดสวอป

เวลาสวอปบน DEX ตัวเลขที่หายไประหว่าง “ราคาที่เห็นตอนใส่จำนวน” กับ “จำนวนที่เข้ากระเป๋าจริง” ไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว มันมาจากสี่ทางพร้อมกัน และแต่ละทางแก้คนละวิธี ถ้าไม่แยกให้ออก คุณจะไปแก้ผิดจุด

ตัวที่กิน เกิดจากอะไร คุมได้ไหม แก้ยังไง
Price Impact ไม้ของคุณใหญ่เทียบกับสภาพคล่องในพูล ราคาเลยขยับเพราะตัวคุณเอง คุมได้ แบ่งไม้ให้เล็กลง หรือย้ายไปพูลที่ลึกกว่า
ราคาขยับระหว่างรอยืนยัน ตลาดวิ่งในช่วงวินาทีที่ธุรกรรมยังไม่ถูกบรรจุลงบล็อก คุมได้บางส่วน ตั้งเพดาน Slippage และเลี่ยงช่วงตลาดผันผวนแรง
บอทแซนด์วิช (MEV) บอทเห็นธุรกรรมคุณในที่สาธารณะก่อนถูกยืนยัน แล้วขนาบหน้าหลัง คุมได้เกือบหมด ส่งธุรกรรมผ่านช่องทางส่วนตัว และบีบ Slippage ให้แคบ
ค่าธรรมเนียมพูลและค่าแก๊ส ค่าธรรมเนียมของ DEX บวกค่าธรรมเนียมเครือข่าย คุมได้บางส่วน เลือกเครือข่ายค่าแก๊สถูก และเลี่ยงช่วงเครือข่ายแน่น
💡 สังเกตว่าสามในสี่ตัวนี้แก้ได้ด้วยการ ตั้งค่า ไม่ใช่ด้วยการเก่งขึ้น นั่นแปลว่ามือใหม่ที่ตั้งค่าเป็นจะเจ็บน้อยกว่าคนเทรดมานานแต่ปล่อยค่าเริ่มต้นไว้เฉย ๆ

Slippage กับ Price Impact ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ตรงนี้คือจุดที่คนสับสนมากที่สุด และเป็นเหตุผลที่หลายคนตั้งค่าผิดทาง ให้จำสั้น ๆ ว่า

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX
1

Price Impact คือสิ่งที่ไม้ของคุณทำกับพูล

เป็นส่วนที่คำนวณล่วงหน้าได้ เพราะมันมาจากสูตรของ AMM ตรง ๆ ยิ่งไม้ใหญ่เทียบกับสภาพคล่อง ราคายิ่งเบี้ยว ตัวนี้ ตั้งค่ายังไงก็ไม่หาย ต้องลดขนาดไม้หรือเปลี่ยนพูลเท่านั้น

2

Slippage Tolerance คือเพดานที่คุณยอมรับได้

มันไม่ใช่ค่าที่คุณจะโดน แต่คือ ขีดจำกัดว่าแย่ที่สุดคุณยอมแค่ไหน ถ้าผลจริงแย่กว่าเพดาน ธุรกรรมจะถูกยกเลิกแทนที่จะยอมให้ผ่าน

3

ช่อง Minimum Received คือคำตอบสุดท้าย

ก่อนกดยืนยัน ให้เลื่อนลงไปดูตัวเลขจำนวนขั้นต่ำที่จะได้รับ นั่นคือกรณีเลวร้ายที่สุดที่คุณกำลังเซ็นยอมรับ ถ้าตัวเลขนั้นรับไม่ได้ ห้ามกด

Uniswap อธิบายผลของการตั้งเพดานกว้างเกินไว้ชัดเจนด้วยตัวอย่างง่าย ๆ คือ ถ้าคุณเทรดเพื่อรับ 10,000 USDC แล้วตั้งเพดานไว้ที่ 6% คุณกำลังยอมรับความเป็นไปได้ที่จะได้มูลค่ากลับมาน้อยกว่าที่คิดถึงราว 600 USDC

วิธีจำแบบไม่ต้องท่อง: Price Impact คือค่าที่ระบบบอกคุณ ส่วน Slippage คือค่าที่คุณบอกระบบ ถ้าเห็น Price Impact สูงผิดปกติ อย่าไปแก้ด้วยการเพิ่ม Slippage เพราะนั่นคือการยอมเจ็บมากขึ้น ไม่ใช่การแก้ปัญหา

ตั้ง Slippage เท่าไหร่ถึงจะพอดี

บนแอปเว็บของ Uniswap ค่าเริ่มต้นจะเป็นโหมดอัตโนมัติ ซึ่งระบบจะเลือกเพดานให้เอง โดยปกติอยู่ระหว่าง 0.1% ถึง 5% ตามค่าแก๊สที่เป็นอยู่จริงและขนาดไม้ของคุณ เพื่อให้สวอปผ่านโดยไม่ต้องเสียราคามากเกินจำเป็น ถ้าคุณยังไม่ชำนาญ ปล่อยอัตโนมัติไว้ก่อนคือคำตอบที่ดีที่สุด แต่ถ้าจะตั้งเอง นี่คือกรอบที่ใช้ได้จริง

ประเภทคู่เหรียญ เพดานที่เหมาะสม เหตุผล
คู่เหรียญมั่นคงในพูลลึก 0.05% ถึง 0.1% ราคาแทบไม่ขยับ ตั้งแคบได้โดยไม่เสี่ยงธุรกรรมล้ม
เหรียญหลักสภาพคล่องสูง 0.1% ถึง 0.5% แคบพอจะทำให้บอทแซนด์วิชไม่คุ้มที่จะเข้ามาเล่นด้วย
เหรียญกลาง สภาพคล่องปานกลาง 0.5% ถึง 1% สมดุลระหว่างราคาที่ได้กับโอกาสที่ธุรกรรมจะผ่าน
เหรียญใหม่ พูลตื้น 1% ขึ้นไปตามความจำเป็น สภาพคล่องน้อย ราคาขยับง่าย ถ้าตั้งแคบเกินจะไม่ผ่านสักที
เกิน 5% หลีกเลี่ยง เท่ากับติดป้ายบอกบอทว่าตรงนี้มีเงินให้กินและกินได้เยอะ

🔍 ทำไมตั้งแคบเกินก็ไม่ดี

เพดานที่แคบเกินไปจะทำให้ธุรกรรมค้างหรือล้ม และบนเครือข่ายอย่าง Ethereum คุณยังต้องจ่ายค่าแก๊สแม้ธุรกรรมจะล้ม ดังนั้นการไล่ลดเพดานลงเรื่อย ๆ จนสวอปไม่ผ่านสิบครั้งติด ก็คือการเสียเงินอีกแบบหนึ่ง

วิธีจูนที่ถูกต้อง: เริ่มจากแคบก่อนเสมอ ถ้าล้มค่อยขยับขึ้นทีละน้อย อย่าเริ่มจากกว้างแล้วค่อยลด เพราะระหว่างที่กว้างอยู่นั่นแหละคือช่วงที่คุณโดนกิน

บอทแซนด์วิชทำงานยังไง และทำไมมันเลือกคุณ

ธุรกรรมบนเชนสาธารณะส่วนใหญ่ ก่อนจะถูกบรรจุลงบล็อก มันจะไปนั่งรออยู่ในพื้นที่พักที่ใคร ๆ ก็มองเห็น บอทจึงอ่านได้ล่วงหน้าว่าคุณกำลังจะซื้ออะไร จำนวนเท่าไร และที่สำคัญที่สุดคือ คุณยอมให้ราคาแย่ลงได้ถึงกี่เปอร์เซ็นต์

1

บอทซื้อตัดหน้า

พอเห็นไม้ซื้อของคุณ บอทจะยิงคำสั่งซื้อแทรกเข้าไปก่อน ดันราคาในพูลให้สูงขึ้น

2

ไม้ของคุณผ่านที่ราคาแย่ลง

คำสั่งของคุณถูกประมวลผลต่อจากบอท จึงได้เหรียญน้อยลง แต่ยังผ่านเพราะยังไม่ชนเพดาน Slippage ที่คุณตั้งไว้กว้าง

3

บอทขายทำกำไรทันที

บอทขายออกในบล็อกเดียวกัน เก็บส่วนต่างที่คุณเป็นคนจ่ายไป จบเกมภายในไม่กี่วินาที โดยคุณไม่รู้ตัวเลย

📌 กุญแจสำคัญคือ กำไรสูงสุดของบอทถูกจำกัดด้วยเพดาน Slippage ของคุณ ถ้าคุณตั้งไว้ 10% บอทมีพื้นที่ทำกำไร 10% ถ้าคุณตั้งไว้ 0.3% พื้นที่นั้นแคบจนหักลบค่าแก๊สแล้วไม่คุ้มจะเข้ามายุ่ง นี่คือเหตุผลที่การบีบเพดานให้แคบคือมาตรการกันแซนด์วิชที่ถูกที่สุดและได้ผลทันที

คุม MEV ของจริง ต้องเปลี่ยนทางเดินของธุรกรรม

การบีบ Slippage ช่วยได้มาก แต่วิธีที่ตัดปัญหาที่ต้นตอคือ อย่าให้บอทเห็นธุรกรรมของคุณตั้งแต่แรก ทำได้ด้วยการส่งธุรกรรมผ่านช่องทางส่วนตัวแทนพื้นที่พักสาธารณะ ซึ่งมีบริการฟรีให้ใช้อยู่แล้วบนฝั่ง Ethereum

บริการ ที่อยู่ RPC จุดเด่น
Flashbots Protect rpc.flashbots.net/fast ส่งผ่านพื้นที่พักส่วนตัว กันตัดหน้าและแซนด์วิช และธุรกรรมจะถูกบรรจุลงบล็อกก็ต่อเมื่อไม่ล้มเท่านั้น จึงไม่ต้องจ่ายค่าแก๊สให้ไม้ที่ล้ม พร้อมคืนส่วนแบ่ง MEV และคืนค่าธรรมเนียมบางส่วน
MEV Blocker (ปลายทาง fast) rpc.mevblocker.io/fast ค่าเริ่มต้น เน้นเข้าบล็อกเร็วพร้อมหาส่วนแบ่งคืนให้ผู้ใช้
MEV Blocker (ปลายทาง noreverts) rpc.mevblocker.io/noreverts เพิ่มการกันธุรกรรมล้มเข้าไปด้วย เหมาะกับคนที่เจอไม้ล้มบ่อย
MEV Blocker (ปลายทาง fullprivacy) rpc.mevblocker.io/fullprivacy ความเป็นส่วนตัวสูงสุด แลกกับการไม่ได้รับส่วนแบ่งคืน

💰 จุดที่หลายคนไม่รู้ คือมันคืนเงินให้ด้วย

MEV Blocker ระบุว่าเมื่อเกิดโอกาสทำกำไรจากการต่อท้ายธุรกรรมของคุณ ผู้ใช้จะได้รับส่วนแบ่ง 90% ของกำไรนั้น และจ่ายคืนเข้าบัญชีที่ส่งธุรกรรมทันทีในบล็อกเดียวกัน ส่วน Flashbots Protect ก็มีทั้งการคืนส่วนแบ่ง MEV และการคืนค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกรรมที่จ่ายค่าลำดับความสำคัญสูง

แปลว่า จากเดิมที่คุณเป็นฝ่ายถูกกิน เปลี่ยนเป็นได้ส่วนแบ่งกลับมา โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการอะไรเพิ่ม แค่เปลี่ยนที่อยู่ RPC ในกระเป๋าครั้งเดียว

อีกทางหนึ่งคือใช้เครื่องมือที่มีการป้องกันฝังมาให้แล้ว Uniswap ระบุว่ากระเป๋าของตัวเองเปิดการป้องกันการสวอปอัตโนมัติไว้สำหรับธุรกรรมบน Ethereum Mainnet ทุกรายการ โดยส่งผ่านช่องทางส่วนตัวเพื่อกันแซนด์วิชและการตัดหน้า ส่วนระบบแบบ UniswapX จะเปลี่ยนวิธีคิดไปอีกขั้น คือคุณส่ง “ความตั้งใจจะเทรด” เข้าไปให้เครือข่ายผู้รับงานส่วนตัวแข่งกันเสนอราคาที่ดีที่สุด แทนที่จะโยนธุรกรรมดิบเข้าพื้นที่สาธารณะให้บอทอ่าน

วิธีเพิ่ม RPC กัน MEV ในกระเป๋า ทีละขั้น

1

เปิดเมนูเครือข่ายในกระเป๋า

กดที่ชื่อเครือข่ายด้านบนซ้ายของกระเป๋า แล้วเลือกเมนูสำหรับเพิ่มเครือข่ายเอง ไม่ต้องกลัวว่าจะทับของเดิม เพราะเราจะเพิ่มเป็นรายการใหม่

2

กรอกข้อมูลเครือข่าย

ตั้งชื่อให้จำง่าย เช่น Ethereum แบบกัน MEV ใส่ที่อยู่ RPC ที่เลือกไว้จากตารางด้านบน ใส่รหัสเชนเป็น 1 สำหรับ Ethereum Mainnet และใส่สัญลักษณ์สกุลเงินเป็น ETH

3

ระบุที่อยู่รับส่วนแบ่งคืน (ถ้าใช้ MEV Blocker)

สามารถต่อท้ายที่อยู่ RPC ด้วยพารามิเตอร์ refundRecipient เพื่อกำหนดว่าจะให้ส่วนแบ่งคืนเข้าที่อยู่ไหน และ softcancel เพื่อใช้การส่งธุรกรรมมูลค่าศูนย์หาตัวเองเป็นการยกเลิกไม้ที่ค้างอยู่

4

สลับมาใช้เครือข่ายใหม่ก่อนสวอปทุกครั้ง

บันทึกแล้วเลือกเครือข่ายที่เพิ่งสร้าง จากนั้นค่อยเข้าเว็บ DEX ตามปกติ ยอดเงินและที่อยู่กระเป๋าเหมือนเดิมทุกอย่าง เปลี่ยนแค่เส้นทางที่ธุรกรรมเดินเท่านั้น

5

ทดสอบด้วยไม้เล็กก่อน

สวอปจำนวนน้อย ๆ หนึ่งครั้งเพื่อดูว่าผ่านจริง แล้วค่อยใช้กับไม้ใหญ่ อย่าเปลี่ยน RPC แล้วยิงไม้ก้อนโตทันทีในครั้งแรก

💡 ข้อควรรู้คือ RPC แบบส่วนตัวอาจทำให้ธุรกรรมเข้าบล็อกช้ากว่าปกติเล็กน้อยในบางจังหวะ เพราะมันไม่ได้กระจายให้ทุกคนเห็น ถ้าคุณกำลังไล่ราคาแบบวินาทีต่อวินาที ให้ชั่งใจดู แต่สำหรับการสวอปทั่วไป การช้าไปไม่กี่วินาทีคุ้มกว่าการโดนกินหลายเปอร์เซ็นต์แน่นอน

ฝั่ง Solana ต้องตั้งคนละแบบ

บน Solana ไม่มีเรื่องเปลี่ยน RPC ในกระเป๋าแบบเดียวกับ Ethereum แต่มีทางเลือกในตัวแอปที่ตรงกว่า และจุดที่ต้องระวังคือ โหมดที่ให้อิสระมากที่สุดกลับไม่มีการป้องกัน MEV ให้

โหมดบน Jupiter คุมอะไรได้ มีการกัน MEV ไหม เหมาะกับใคร
Ultra ระบบเลือกเพดาน Slippage และค่าธรรมเนียมให้อัตโนมัติ มี คนทั่วไปและมือใหม่ ควรใช้ตัวนี้
Manual ตั้ง Slippage การกระจายธุรกรรม ความเร็ว และค่าธรรมเนียมเองทั้งหมด ไม่มี คนที่รู้ว่ากำลังทำอะไรและยอมรับความเสี่ยงเอง

🔍 เบื้องหลังโหมด Ultra

Jupiter ใช้ระบบประเมิน Slippage แบบเรียลไทม์ที่เรียกว่า RTSE ซึ่งดูทั้งประเภทของเหรียญ ข้อมูล Slippage ย้อนหลังและแบบเรียลไทม์ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และอัตราการล้มของธุรกรรม เพื่อเลือกเพดานที่สมดุลระหว่างโอกาสสำเร็จกับราคาที่ได้

ส่วนการกัน MEV ใช้เครื่องยนต์ส่งธุรกรรมของตัวเองชื่อ Jupiter Beam ซึ่งเอกสารระบุว่าทำให้ธุรกรรมลงบล็อกภายใน 0 ถึง 1 บล็อก หรือประมาณ 50 ถึง 400 มิลลิวินาที จากเดิมที่ใช้ 1 ถึง 3 บล็อก และธุรกรรมจะเป็นความลับจนกว่าจะถูกประมวลผลจริงบนเชน ทำให้บอทที่สแกนพื้นที่สาธารณะมองไม่เห็น

ถ้าจะใช้โหมด Manual จริง ๆ ให้เลือกส่งธุรกรรมผ่าน Jito พร้อมทิป หรือเลือกแบบส่งทั้งสองทาง เพื่อให้ได้การประมวลผลที่มีการกัน MEV กลับคืนมาบ้าง และอย่าลืมว่าโหมดนี้ไม่มีค่าธรรมเนียมของ Jupiter แต่ก็ไม่มีเกราะให้ด้วย

คัดเหรียญกับดักก่อนกดซื้อ

อีกครึ่งหนึ่งของการ “โดนกิน” ไม่ได้มาจากบอท แต่มาจากตัวเหรียญเอง เหรียญกับดักที่พบบ่อยที่สุดคือแบบที่ ซื้อได้แต่ขายไม่ออก หรือแบบที่ตั้งภาษีการขายไว้สูงลิ่วจนขายแล้วเหลือเศษ ตรวจก่อนซื้อใช้เวลาไม่ถึงสองนาที

1

ยิงเช็กด้วยเครื่องมือสองตัวเสมอ

เครื่องมือที่ใช้กันแพร่หลายในปีนี้คือ Rugcheck, GoPlus Security, Honeypot.is, TokenSniffer และ Quick Intel ให้เลือกใช้อย่างน้อยสองตัวคู่กัน ถ้าตัวใดตัวหนึ่งขึ้นธงว่าเป็นกับดักหรือมีภาษีขายผิดปกติ ให้หยุดทันที

2

ดูสิทธิ์ของเจ้าของสัญญา

มองหาสิ่งที่ให้เจ้าของสั่งได้ฝ่ายเดียว เช่น บัญชีดำที่ห้ามบางคนขาย ประตูหลัง หรือความสามารถปั๊มเหรียญเพิ่มไม่จำกัด เจอข้อใดข้อหนึ่งก็ถือว่าตกรอบ

3

ดูสภาพคล่องและการกระจายผู้ถือ

พูลที่ตื้นมากแปลว่าไม้เล็ก ๆ ก็ทำราคาเบี้ยวได้ และถ้ากระเป๋าไม่กี่ใบถือรวมกันเป็นสัดส่วนใหญ่ วันที่เขาขายคือวันที่คุณติดดอย

4

ซ้อมขายด้วยจำนวนจิ๋วก่อนเสมอ

ซื้อจำนวนน้อยที่สุดที่ทำได้ แล้ว ลองขายกลับทันที ถ้าขายไม่ผ่านหรือเหลือน้อยผิดปกติ แปลว่าเจอกับดักแล้ว และคุณเพิ่งเสียแค่เศษเงินแทนที่จะเสียทั้งก้อน

📌 อย่าลืมว่าการสวอปเหรียญใหม่มักต้องกดอนุมัติสิทธิ์ให้สัญญาก่อน ซึ่งสิทธิ์นั้นค้างอยู่ในกระเป๋าคุณตลอดจนกว่าจะเพิกถอน ถ้ายังไม่เคยเคลียร์ ให้ไปตามอ่านวิธีตรวจและเพิกถอนสิทธิ์ที่เราเขียนไว้แล้ว แล้วกวาดของค้างออกให้หมดก่อนเริ่มเล่น DEX จริงจัง

ลำดับการสวอปครั้งแรก 8 ขั้น

1

ตรวจว่าอยู่ถูกเว็บและถูกเชน

เข้าจากบุ๊กมาร์กของตัวเองเท่านั้น อย่าค้นจากหน้าเสิร์ชแล้วกดผลบนสุด และเช็กให้ชัดว่าเครือข่ายที่เลือกอยู่ตรงกับเหรียญที่จะแลก

2

ตรวจที่อยู่สัญญาของเหรียญ

เหรียญชื่อซ้ำมีเป็นสิบ ให้ก๊อปที่อยู่สัญญามาจากแหล่งทางการของโปรเจกต์หรือหน้าข้อมูลที่เชื่อถือได้ อย่าเลือกจากรายชื่อในช่องค้นหาโดยดูแค่ชื่อกับไอคอน

3

เช็กเหรียญด้วยเครื่องมือความปลอดภัย

ยิงผ่านสองเครื่องมือตามหัวข้อที่แล้ว ถ้ามีธงแดงให้จบตรงนี้ ประหยัดกว่ามาเสียใจตอนขายไม่ออก

4

สลับมาใช้ RPC ที่กัน MEV

ฝั่ง Ethereum ให้สลับเครือข่ายที่ตั้งไว้ ฝั่ง Solana ให้ตรวจว่ากำลังอยู่ในโหมดที่มีการป้องกันให้

5

ใส่จำนวนแล้วดู Price Impact ก่อน

ถ้าตัวเลขนี้สูงผิดปกติ ให้ลดจำนวนลงจนอยู่ในระดับที่รับได้ อย่าแก้ด้วยการเพิ่มเพดาน Slippage เด็ดขาด

6

ตั้งเพดาน Slippage จากแคบไปกว้าง

ใช้โหมดอัตโนมัติได้เลยถ้าไม่มั่นใจ หรือตั้งตามตารางด้านบน แล้วค่อยขยับขึ้นทีละน้อยถ้าธุรกรรมไม่ผ่าน

7

อ่านจำนวนขั้นต่ำที่จะได้รับ

นี่คือขั้นตอนที่คนข้ามมากที่สุด ให้ดูตัวเลขนี้เป็นตัวตัดสินใจสุดท้าย ถ้ากรณีเลวร้ายสุดยังรับได้ ค่อยกด

8

ตรวจผลจริงบนตัวสำรวจเชน

หลังธุรกรรมสำเร็จ ให้เปิดดูรายการจริงว่าได้เหรียญเข้ามาเท่าไร เทียบกับที่คาดไว้ ถ้าห่างกันมากผิดปกติหลายครั้งติด แปลว่าการตั้งค่ายังมีจุดรั่ว

7 กับดักที่มือใหม่พลาดบ่อยที่สุด

กับดัก ผลที่ตามมา วิธีเลี่ยง
ธุรกรรมไม่ผ่าน เลยดันเพดานขึ้นเป็นสิบเปอร์เซ็นต์ ธุรกรรมผ่าน แต่โดนแซนด์วิชกินเต็มเพดานที่เพิ่งเปิดให้ หาสาเหตุจริงก่อน มักเป็นเพราะไม้ใหญ่เกินพูล ให้ลดขนาดไม้แทน
เข้าใจว่า Price Impact แก้ได้ด้วย Slippage ยอมจ่ายแพงขึ้นโดยที่ปัญหาเดิมยังอยู่ ลดจำนวน แบ่งไม้ หรือย้ายไปพูลที่ลึกกว่า
สวอปผ่านพื้นที่สาธารณะด้วยไม้ก้อนโต กลายเป็นเป้าที่บอทคุ้มค่าจะเข้ามาเล่นด้วยที่สุด ใช้ RPC ส่วนตัว หรือโหมดที่มีการป้องกันฝังมาให้
เลือกเหรียญจากชื่อและไอคอนในช่องค้นหา ซื้อเหรียญปลอมที่ตั้งชื่อเลียนแบบ ขายไม่ออก ยึดที่อยู่สัญญาจากแหล่งทางการเท่านั้น
ไม่เคยลองขายกลับ รู้ตัวว่าเป็นกับดักตอนใส่เงินก้อนใหญ่ไปแล้ว ซื้อจิ๋วแล้วขายกลับทันทีทุกครั้งกับเหรียญใหม่
อนุมัติสิทธิ์แบบไม่จำกัดแล้วปล่อยค้าง สัญญาที่เคยอนุมัติยังดึงเหรียญได้แม้เลิกใช้ไปนานแล้ว จำกัดจำนวนที่อนุมัติ และเพิกถอนสิทธิ์เก่าเป็นระยะ
เทรดตอนตลาดผันผวนแรงและเครือข่ายแน่น ราคาวิ่งระหว่างรอยืนยัน ค่าแก๊สแพง และล้มบ่อย ถ้าไม่จำเป็น ให้รอช่วงที่ตลาดนิ่งกว่านี้

เช็กลิสต์ก่อนกดยืนยันทุกครั้ง

  • เข้าเว็บ DEX จากบุ๊กมาร์กของตัวเอง ไม่ได้กดจากผลค้นหาหรือลิงก์ในแชท
  • เครือข่ายที่เลือกอยู่ตรงกับเหรียญที่จะแลกจริง
  • ที่อยู่สัญญาของเหรียญตรงกับแหล่งทางการ ตรวจครบทุกตัวอักษร
  • ยิงเช็กเหรียญผ่านเครื่องมือความปลอดภัยแล้วอย่างน้อยสองตัว
  • ซื้อจิ๋วแล้วลองขายกลับผ่านแล้ว ถ้าเป็นเหรียญที่ไม่คุ้นเคย
  • สลับมาใช้ RPC ที่กัน MEV หรืออยู่ในโหมดที่มีการป้องกันแล้ว
  • ดู Price Impact แล้ว และอยู่ในระดับที่รับได้โดยไม่ต้องดันเพดาน
  • เพดาน Slippage ตั้งจากแคบก่อน ไม่ได้เริ่มจากตัวเลขสูง ๆ
  • อ่านจำนวนขั้นต่ำที่จะได้รับแล้ว และยอมรับกรณีเลวร้ายสุดได้
  • มีเหรียญหลักของเชนเหลือพอจ่ายค่าแก๊สสำหรับขาขายด้วย
  • ไม่ได้อนุมัติสิทธิ์แบบไม่จำกัดโดยไม่จำเป็น
  • หลังสวอปเสร็จ เปิดตัวสำรวจเชนดูผลจริงแล้ว
💡 ข้อที่คนลืมมากที่สุดคือข้อว่าด้วยค่าแก๊สขาขาย หลายคนเทเหรียญหลักของเชนไปซื้อจนหมดเกลี้ยง แล้วพบว่าตอนอยากขายกลับไม่มีค่าธรรมเนียมจ่าย ต้องไปหาโอนเข้ามาใหม่ระหว่างที่ราคากำลังร่วง ให้กันไว้เสมอ

สรุป

1

เงินที่หายไม่ได้หายที่เดียว

แยกให้ออกว่าเป็น Price Impact จากขนาดไม้ ราคาที่ขยับระหว่างรอ บอทแซนด์วิช หรือค่าธรรมเนียม เพราะแต่ละตัวแก้คนละทาง

2

เพดาน Slippage คือขนาดของเหยื่อที่คุณห้อยให้บอท

ตั้งจากแคบไปกว้างเสมอ อย่าเริ่มจากเลขสูงเพื่อความสบายใจ เพราะนั่นคือการเปิดพื้นที่ทำกำไรให้คนอื่นด้วยเงินคุณ

3

เปลี่ยน RPC ครั้งเดียว ได้ผลตลอดไป

ส่งธุรกรรมผ่านช่องทางส่วนตัวทำให้บอทมองไม่เห็นตั้งแต่แรก ฟรี ใช้เวลาตั้งไม่ถึงสองนาที และบางบริการยังคืนส่วนแบ่งกลับมาให้ด้วย

4

ฝั่ง Solana ให้อยู่ในโหมดที่มีเกราะ

โหมดที่ให้คุมเองทุกอย่างไม่ได้มีการป้องกัน MEV มาให้ ถ้าไม่ได้เชี่ยวชาญจริง อยู่ในโหมดอัตโนมัติที่มีเกราะจะปลอดภัยกว่ามาก

5

ซ้อมขายก่อนเสมอ

เหรียญที่ซื้อได้แต่ขายไม่ออกคือกับดักที่พบบ่อยที่สุดบน DEX และการซื้อจิ๋วแล้วขายกลับคือการทดสอบที่ถูกที่สุดในโลก

DEX ไม่ได้แพงกว่าเว็บเทรดโดยธรรมชาติ แต่มันโยนหน้าที่ป้องกันตัวมาให้คุณทั้งหมด ไม่มีฝ่ายบริการลูกค้า ไม่มีปุ่มยกเลิก ไม่มีใครคืนเงินให้ ข้อดีคือเครื่องมือป้องกันทั้งหมดที่พูดถึงวันนี้เป็นของฟรี และตั้งครั้งเดียวใช้ได้ตลอด ลองไล่ทำตามเช็กลิสต์กับไม้เล็ก ๆ สักไม้วันนี้ แล้วคุณจะเห็นความต่างตั้งแต่ครั้งแรก

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การเทรดบน DEX ไม่มีตัวกลางดูแลและไม่มีช่องทางเรียกเงินคืนเมื่อเกิดความเสียหาย เมนูและค่าเริ่มต้นของแต่ละแพลตฟอร์มเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ให้ยึดเอกสารทางการล่าสุดของผู้ให้บริการที่คุณใช้เป็นหลัก การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปร
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

Binance — Exchange อันดับ 1 ของโลก
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต