Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันศุกร์, สิงหาคม 14, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าว Bitcoinด่วน! MSCI จ่อเตะ Strategy และ Metaplanet ออกจากดัชนีหุ้นโลก — ชี้ชะตา 16 ต.ค.

ด่วน! MSCI จ่อเตะ Strategy และ Metaplanet ออกจากดัชนีหุ้นโลก — ชี้ชะตา 16 ต.ค.

MEXC — 2,600+ เหรียญ

MSCI ผู้จัดทำดัชนีหุ้นที่มีเม็ดเงินทั่วโลกอ้างอิงหลายล้านล้านดอลลาร์ เปิดรับฟังความเห็นข้อเสนอใหม่ที่จะคัด “บริษัทที่ไม่มีธุรกิจดำเนินงานจริง” ออกจากดัชนี Global Investable Market Indexes โดยถ้าใช้เกณฑ์นี้กับข้อมูลปัจจุบัน Strategy (MSTR) ของไมเคิล เซย์เลอร์ ที่ถือบิตคอยน์ 840,447 BTC และ Metaplanet ของญี่ปุ่นที่ถือ 43,000 BTC จะหลุดจากดัชนี ACWI IMI ทันที เปิดรับความเห็นถึง 30 ก.ย. ประกาศผล 16 ต.ค. และมีผลเร็วสุดในรอบทบทวนดัชนีเดือน พ.ย. นี้

MSCI เสนออะไร

MSCI เปิด consultation หรือกระบวนการรับฟังความเห็นจากผู้ร่วมตลาด เพื่อเสนอนิยามใหม่ของคำว่า “non-operating company” หรือบริษัทที่ไม่มีการดำเนินธุรกิจจริง และเสนอให้คัดบริษัทกลุ่มนี้ออกจากดัชนี MSCI Global Investable Market Indexes ทั้งหมด

MSCI นิยามบริษัทกลุ่มนี้ว่าเป็นบริษัทที่ “สร้างมูลค่าด้วยการสะสมและถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ในการดำเนินงาน” มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานน้อยมาก และต้องพึ่งพาการระดมทุนจากภายนอกเพื่อเติบโต

Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก
📌 จุดที่ต่างจากรอบก่อน: คราวนี้ MSCI ไม่ได้เขียนคำว่า “คริปโต” หรือ “Digital Asset Treasury” ลงในเกณฑ์เลย แต่ใช้ตัวเลขทางการเงินล้วน ๆ ผลคือเกณฑ์นี้กว้างกว่าเดิม และครอบคลุมบริษัทที่ถือสินทรัพย์เดี่ยวทุกประเภท ไม่ใช่แค่บิตคอยน์

เกณฑ์คัดออก 2 ชั้น ที่ทำให้ Strategy ร่วง

ข้อเสนอของ MSCI ใช้การคัดกรอง 2 ชั้นแบบเรียงลำดับ ดังนี้

1

Core Screen — ด่านผ่านฟรี

ถ้าบริษัทมีสินทรัพย์ที่ใช้ดำเนินงานจริง (operating assets) เกิน 50% ของสินทรัพย์รวม ถือว่าผ่านทันที ไม่ต้องดูอะไรต่อ

2

Exclusion Screen — ด่านตัดสิน

บริษัทที่ไม่ผ่านด่านแรก จะถูกวัดด้วยอัตราส่วนทางการเงิน 5 ตัว ถ้า ตกตั้งแต่ 4 ใน 5 ตัว จะถูกตัดสิทธิ์ออกจากดัชนี

อัตราส่วน 5 ตัวที่ MSCI ใช้วัดในด่านที่สอง ได้แก่

อัตราส่วน วัดอะไร บริษัทถือบิตคอยน์มักตกเพราะ
Operating asset intensity สัดส่วนสินทรัพย์ที่ใช้ทำธุรกิจจริง สินทรัพย์เกือบทั้งหมดคือเหรียญที่นอนอยู่เฉย ๆ
Expense intensity ระดับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน แทบไม่มีต้นทุนดำเนินงาน เพราะไม่ได้ผลิตอะไร
Cash flow กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เหรียญที่ถือไม่สร้างกระแสเงินสด
Fair value intensity สัดส่วนสินทรัพย์ที่ตีมูลค่าตามราคาตลาด มูลค่าบริษัทขึ้นลงตามราคาเหรียญเกือบ 100%
Capital dependence การพึ่งพาเงินทุนจากภายนอก ซื้อเหรียญเพิ่มด้วยการออกหุ้นและหุ้นกู้ตลอด

เมื่อ MSCI ทดลองใช้เกณฑ์นี้ย้อนหลังกับข้อมูลเดือน พ.ค. 2026 บนดัชนี MSCI ACWI IMI ผลคือมี 3 บริษัทที่จะถูกถอดออก

💀 Strategy (MSTR)

ถือบิตคอยน์ 840,447 BTC มูลค่าราว 53.18 พันล้านดอลลาร์ — บริษัทถือบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดในโลก

💀 Metaplanet (3350)

ถือบิตคอยน์ราว 43,000 BTC มูลค่าเกิน 2 พันล้านดอลลาร์ — รายใหญ่สุดในเอเชีย

⚠️ Yellow Cake

บริษัทถือแร่ยูเรเนียม — หลักฐานว่าเกณฑ์นี้ไม่ได้เล็งแค่คริปโต

ทำไมหลุดดัชนีถึงน่ากลัวกว่าที่คิด

หลายคนอาจมองว่าการหลุดดัชนีเป็นแค่เรื่องสัญลักษณ์ แต่ในทางปฏิบัติมันคือแรงขายที่เกิดขึ้นแบบอัตโนมัติ

เม็ดเงินระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลกลงทุนผ่านกองทุนดัชนีและ ETF ที่อ้างอิงดัชนี MSCI กองทุนเหล่านี้ไม่ได้ตัดสินใจซื้อขายเอง แต่ทำตามองค์ประกอบของดัชนีแบบเครื่องจักร

💡 เมื่อหุ้นถูกเพิ่มเข้าดัชนี กองทุน passive ถูกบังคับให้ซื้อ และเมื่อหุ้นถูกถอดออก กองทุนก็ ถูกบังคับให้ขาย โดยไม่สนใจว่าราคาถูกหรือแพง ไม่สนใจว่าพื้นฐานดีหรือไม่ดี

ที่น่ากังวลกว่าคือกลไกลูกโซ่ของบริษัทกลุ่มนี้ เพราะโมเดลธุรกิจของ Strategy และ Metaplanet คือการออกหุ้นหรือหุ้นกู้เพื่อนำเงินไปซื้อบิตคอยน์เพิ่ม ถ้าราคาหุ้นถูกกดจากแรงขายของกองทุนดัชนี ต้นทุนการระดมทุนจะสูงขึ้น และความสามารถในการซื้อบิตคอยน์เพิ่มก็จะลดลงตามไปด้วย

สิ่งที่นักลงทุนไทยควรเช็ค:

  • ถ้าถือกองทุนรวมต่างประเทศหรือ DR ที่อ้างอิงดัชนี MSCI ACWI ให้ดูว่ามี MSTR อยู่ในพอร์ตหรือไม่
  • ถ้าเทรดหุ้น MSTR หรือ 3350 โดยตรง ให้ทำปฏิทินไว้ที่ 30 ก.ย. และ 16 ต.ค.
  • อย่าสับสนระหว่างราคาบิตคอยน์กับราคาหุ้นบริษัทถือบิตคอยน์ — ข่าวนี้กระทบตัวหุ้นเป็นหลัก ไม่ได้กระทบบิตคอยน์โดยตรง

ไม่ใช่ครั้งแรก — บทเรียนจากรอบที่แล้ว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ MSCI ขยับเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ MSCI เคยเสนอให้คัดบริษัทกลุ่ม Digital Asset Treasury Company หรือ DATCO ออกจากดัชนีโดยตรง แต่สุดท้ายได้ถอนข้อเสนอนั้นออกไปเมื่อเดือน ก.พ. 2026 หลังเจอแรงต้านจากผู้ร่วมตลาดและผลกระทบต่อราคาหุ้นในกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ตอนถอนข้อเสนอ MSCI ระบุชัดว่าจะกลับมาทำ consultation ในกรอบที่กว้างขึ้นเรื่องบริษัทที่ไม่มีการดำเนินงานจริง ซึ่งก็คือข้อเสนอที่ออกมาในรอบนี้

🚩 จุดต่างสำคัญที่ทำให้รอบนี้ยากกว่าเดิม

รอบที่แล้วฝ่ายค้านโต้ได้ว่า MSCI เลือกปฏิบัติกับคริปโตโดยเฉพาะ แต่รอบนี้ MSCI เปลี่ยนมาใช้อัตราส่วนทางการเงินล้วน ๆ และมีบริษัทนอกวงการคริปโตอย่าง Yellow Cake ติดร่างแหด้วย ทำให้ข้อโต้แย้งเรื่องการเลือกปฏิบัติใช้ไม่ได้เหมือนเดิม

สิ่งที่ต้องดู: ฝั่ง Strategy ได้ออกมาตอบโต้ข้อเสนอนี้แล้ว การต่อสู้จะเกิดขึ้นในช่วง consultation ก่อน 30 ก.ย. ไม่ใช่หลังประกาศผล

ไทม์ไลน์ที่ต้องจับตา

วันที่ เหตุการณ์ ความสำคัญ
30 ก.ย. 2026 ปิดรับความเห็น consultation ช่วงที่บริษัทและนักลงทุนสถาบันล็อบบี้ได้
16 ต.ค. 2026 MSCI ประกาศผลการตัดสินใจ วันชี้ชะตา — ตลาดจะตอบสนองแรงที่สุดวันนี้
พ.ย. 2026 รอบทบทวนดัชนี (Index Review) วันที่แรงขายจริงจากกองทุน passive จะเกิดขึ้น

สรุป 4 ประเด็นสำคัญ

1

เกณฑ์ใหม่ไม่เอ่ยคำว่าคริปโต

MSCI ใช้อัตราส่วนทางการเงิน 5 ตัวแทนการระบุประเภทสินทรัพย์ ทำให้โต้แย้งเรื่องเลือกปฏิบัติได้ยากขึ้น

2

Strategy และ Metaplanet เข้าข่าย

ทดสอบย้อนหลังกับข้อมูล พ.ค. 2026 ทั้งสองบริษัทหลุดจากดัชนี ACWI IMI พร้อม Yellow Cake

3

แรงขายเป็นแบบอัตโนมัติ

กองทุน passive ที่อ้างอิง MSCI ต้องขายตามกฎ ไม่ได้ขายเพราะมองว่าพื้นฐานแย่

4

ยังไม่จบ ยังพลิกได้

นี่เป็นแค่ข้อเสนอ MSCI เคยถอนข้อเสนอคล้ายกันมาแล้วเมื่อ ก.พ. 2026 ต้องรอ 16 ต.ค.

📌 ประเด็นที่ลึกกว่านั้นคือ ข่าวนี้กำลังบังคับให้ตลาดตอบคำถามว่า “บริษัทที่ถือบิตคอยน์เป็นหลัก ควรถูกนับเป็นหุ้นหรือเป็นกองทุน” ซึ่งเป็นคำถามเชิงโครงสร้างที่จะกำหนดอนาคตของโมเดล Bitcoin Treasury ทั้งวงการ
⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปร
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต