Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 13, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตกองทุน ETFด่วน! Goldman Sachs ทุ่มซื้อ NEOS 2.25 พันล้านดอลลาร์ — ลัดคิวชิงตลาด ETF บิตคอยน์จ่ายปันผล

ด่วน! Goldman Sachs ทุ่มซื้อ NEOS 2.25 พันล้านดอลลาร์ — ลัดคิวชิงตลาด ETF บิตคอยน์จ่ายปันผล

MEXC — 2,600+ เหรียญ

โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ประกาศเข้าซื้อ NEOS Investments บริษัทจัดการกองทุนสาย “ETF ปันผล” ด้วยมูลค่าสูงสุด 2.25 พันล้านดอลลาร์ ดีลนี้ทำให้ยักษ์ใหญ่วอลล์สตรีทได้ BTCI กองทุนบิตคอยน์แบบจ่ายปันผลมูลค่าราว 1.1 พันล้านดอลลาร์มาครองทันที ทั้งที่เมื่อเดือนเมษายนเพิ่งยื่นขอเปิดกองของตัวเอง — สัญญาณชัดว่าธนาคารระดับโลกไม่อยากรอสร้างเองอีกต่อไป

ดีล 2.25 พันล้านดอลลาร์ มีอะไรบ้าง

โกลด์แมน แซคส์ ตกลงเข้าซื้อ NEOS Investments ในรูปแบบเงินสดผสมหุ้น (cash-and-equity) มูลค่ารวมสูงสุด 2.25 พันล้านดอลลาร์ โดยส่วนหนึ่งของมูลค่าผูกกับเป้าหมายด้านผลงานและการให้บริการหลังปิดดีล คาดว่าธุรกรรมจะเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาสแรกของปี 2027 หากผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

NEOS ไม่ใช่บริษัทคริปโตโดยกำเนิด แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญกองทุน ETF สาย “ออปชันสร้างรายได้” (options-based income ETF) ที่บริหารสินทรัพย์รวมราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์ กระจายใน 19 กองทุน โดยมี BTCI เป็นเรือธงฝั่งคริปโต

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX
รายการ รายละเอียด
ผู้ซื้อ Goldman Sachs Asset Management
ผู้ถูกซื้อ NEOS Investments
มูลค่าดีล สูงสุด 2.25 พันล้านดอลลาร์ (เงินสด + หุ้น)
สินทรัพย์ที่ได้มา ราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ใน 19 กองทุน
กองเรือธงคริปโต BTCI ประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์
กำหนดปิดดีล ไตรมาส 1 ปี 2027
ผลหลังดีล ETF ในมือโกลด์แมนทะลุ 1.3 แสนล้านดอลลาร์

ตัวเลขสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด — เมื่อรวมพอร์ตแล้ว โกลด์แมนจะขยับขึ้นเป็นผู้จัดการกองทุน ETF แบบ active อันดับ 8 ของโลกทันที ส่วนสองผู้ร่วมก่อตั้ง NEOS คือ Garrett Paolella และ Troy Cates จะย้ายเข้ามาเป็นหุ้นส่วนใน Goldman Sachs Asset Management หลังปิดดีล

📌 น่าสังเกตว่า เดวิด โซโลมอน (David Solomon) ซีอีโอโกลด์แมน พูดถึงดีลนี้ในกรอบกว้างๆ ว่าเป็นกลยุทธ์ “income and outcome” ไม่ได้ชูประเด็นคริปโตเป็นพระเอก — สะท้อนว่าธนาคารมองบิตคอยน์เป็นแค่หนึ่งใน asset class ปกติแล้ว ไม่ใช่การเดิมพันพิเศษอีกต่อไป

BTCI คืออะไร ปันผล 27% มาจากไหน

BTCI เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2024 จุดขายคือ “ถือแล้วได้กระแสเงินสดทุกเดือน” จากบิตคอยน์ ซึ่งปกติเป็นสินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ยหรือปันผลใดๆ เลย

กลไกคือกลยุทธ์ covered call — กองทุนไม่ได้ถือบิตคอยน์โดยตรง แต่ถือสถานะผ่านผลิตภัณฑ์ ETP ที่อ้างอิงบิตคอยน์ แล้วทยอย ขายสิทธิ์ซื้อ (call option) ให้นักลงทุนรายอื่นทุกเดือน ค่าพรีเมียมที่เก็บได้จากการขายออปชันนั้นถูกนำมาจ่ายเป็นรายได้กลับสู่ผู้ถือหน่วย คิดเป็นอัตราผลตอบแทนราว 27% ต่อปี

✅ สิ่งที่ได้

กระแสเงินสดสม่ำเสมอทุกเดือน แม้ราคาบิตคอยน์จะนิ่งหรือแกว่งตัวออกข้าง ซึ่งเป็นช่วงที่คนถือ BTC เปล่าๆ ไม่ได้อะไรเลย

⚠️ สิ่งที่ต้องแลก

เมื่อบิตคอยน์พุ่งแรง กำไรส่วนที่เกินราคาใช้สิทธิ์จะถูกตัดไป ผู้ถือกองทุนจึงวิ่งตามราคาขาขึ้นไม่ทัน และยังต้องรับความเสี่ยงขาลงเต็มๆ

ความเสี่ยงข้อนี้ไม่ใช่ทฤษฎี — ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มูลค่าหน่วยลงทุนของ BTCI ปรับตัวลงราว 42.55% เคลื่อนไหวในกรอบ 52 สัปดาห์ระหว่าง 28.40 ถึง 65.87 ดอลลาร์ ขณะที่ค่าธรรมเนียมการจัดการอยู่ที่ 0.99% ต่อปี ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับกองทุนบิตคอยน์สปอตทั่วไป

💡 อย่าสับสนระหว่าง “ปันผล 27%” กับ “กำไร 27%” — ตัวเลขปันผลคือรายได้จากค่าพรีเมียมออปชัน ไม่ได้การันตีว่าเงินต้นจะไม่ลด กรณี BTCI คือได้ปันผลสูงแต่มูลค่าหน่วยลงทุนติดลบหนักในปีเดียวกัน

ทำไมโกลด์แมนเลือก “ซื้อ” แทน “สร้าง”

จุดที่ทำให้ดีลนี้น่าสนใจคือ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โกลด์แมนเพิ่งยื่นเอกสารขอจัดตั้งกองทุน Bitcoin Premium ETF ของตัวเอง แต่สุดท้ายกลับเลือกจ่ายเงินก้อนโตซื้อทีมที่ทำสำเร็จแล้วแทน

เหตุผลตรงไปตรงมาคือ ความเร็ว การเปิดกองทุนใหม่ต้องผ่านกระบวนการอนุมัติ แล้วยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการสะสมสินทรัพย์จากศูนย์ให้ถึงระดับพันล้าน ขณะที่การซื้อ NEOS ให้ทั้งใบอนุญาต ทีมงาน ประวัติผลตอบแทน และฐานสินทรัพย์ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในคราวเดียว

Eric Balchunas นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg สรุปตรรกะนี้สั้นๆ ว่า “กระโดดข้ามคู่แข่งไปเลย ดีกว่าตามเขาไปติดๆ ไหม?” ขณะที่ Matthew Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise มองภาพใหญ่กว่านั้นว่า ดีลนี้ “แสดงให้เห็นว่าบิตคอยน์เป็นส่วนหนึ่งของโลกการเงินไปแล้ว”

สนามรบใหม่ — ETF คริปโตจ่ายปันผล

ตลาด ETF สายรายได้จากตราสารอนุพันธ์ (derivative income ETF) เติบโตจนมีขนาดราว 1.8 แสนล้านดอลลาร์ และขยายตัวเฉลี่ยเกิน 70% ต่อปีนับตั้งแต่ปี 2021 คริปโตกลายเป็นหนึ่งในหมวดที่ร้อนแรงที่สุดของกลุ่มนี้

คู่แข่งตรงของ BTCI คือกองทุน BITA ของ BlackRock ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2026

เปรียบเทียบ BTCI (NEOS → โกลด์แมน) BITA (BlackRock)
เปิดตัว ตุลาคม 2024 มิถุนายน 2026
สินทรัพย์ ราว 1.1 พันล้านดอลลาร์ กองใหม่ ยังสะสมอยู่
เป้าผลตอบแทน ราว 27% ต่อปี 15–25% ต่อปี
ค่าธรรมเนียม 0.99% 0.65%

ศึกนี้จึงเป็นการชนกันระหว่าง “ปันผลสูงกว่าแต่ค่าธรรมเนียมแพงกว่า” กับ “ปันผลต่ำกว่าแต่ต้นทุนถูกกว่าและมีแบรนด์ BlackRock หนุนหลัง” ซึ่งเป็นรูปแบบการแข่งขันเดียวกับที่เคยเกิดในสมรภูมิ ETF บิตคอยน์สปอตเมื่อปี 2024

สิ่งที่ควรดูต่อ:

  • ดีลจะผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับทันไตรมาส 1 ปี 2027 หรือไม่
  • โกลด์แมนจะลดค่าธรรมเนียม BTCI ลงมาสู้ BITA หรือเปล่า
  • ธนาคารใหญ่รายอื่นจะเดินเกมซื้อกิจการตามหรือไม่

สรุป 4 ข้อที่นักลงทุนไทยควรรู้

1

วอลล์สตรีทซื้อทางลัดแล้ว

โกลด์แมนยอมจ่าย 2.25 พันล้านดอลลาร์เพื่อข้ามขั้นตอนสร้างกองทุนคริปโตเอง แปลว่าธนาคารใหญ่มองว่าเวลามีค่ากว่าเงิน

2

บิตคอยน์กลายเป็นสินทรัพย์ปกติ

ดีลถูกนำเสนอในฐานะกลยุทธ์สร้างรายได้ทั่วไป ไม่ใช่การเดิมพันคริปโต — สัญญาณของการยอมรับเชิงโครงสร้าง

3

ปันผลสูงไม่เท่ากับปลอดภัย

BTCI จ่ายราว 27% ต่อปี แต่มูลค่าหน่วยลงทุนติดลบกว่า 42% ในรอบปี ต้องดูผลตอบแทนรวม ไม่ใช่ตัวเลขปันผลอย่างเดียว

4

สงครามค่าธรรมเนียมกำลังมา

เมื่อโกลด์แมนชน BlackRock ในสนามเดียวกัน ผู้ได้ประโยชน์ระยะยาวคือนักลงทุนที่จะเจอค่าธรรมเนียมถูกลง

ด้านราคาบิตคอยน์ล่าสุดเคลื่อนไหวบริเวณ 63,700 ดอลลาร์ ทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลงในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่ตลาดกำลังจับตาการส่งสัญญาณนโยบายของเฟดเป็นปัจจัยถัดไป

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต