รัฐบาลรัสเซียลงนามคำสั่งห้ามขุดคริปโตในกรุงมอสโก แคว้นมอสโก และหลายอำเภอในแคว้นเคิร์สก์ มีผลตั้งแต่ 15 สิงหาคม 2569 ยาวไปจนถึงสิ้นปี 2575 รวมเกือบ 7 ปีเต็ม เหตุผลคือระบบไฟฟ้าในเขตเมืองหลวงเริ่มรับไม่ไหว โดยดาต้าเซ็นเตอร์ขุดเหมืองในพื้นที่นี้มีอยู่ 65 แห่ง กินไฟรวมกัน 734 เมกะวัตต์ ถือเป็นการกลับลำครั้งใหญ่หลังรัสเซียเพิ่งประกาศให้การขุดคริปโตถูกกฎหมายเมื่อสิงหาคม 2567
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้น: คำสั่งเลขที่ 936
นายกรัฐมนตรี มิคาอิล มิชูสติน (Mikhail Mishustin) ลงนามในมติรัฐบาลเลขที่ 936 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 สั่งห้ามกิจกรรมขุดคริปโตเคอร์เรนซีในพื้นที่กรุงมอสโกและแคว้นใกล้เคียง
คำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15 สิงหาคม 2569 และคงอยู่จนถึง 31 ธันวาคม 2575 รวมระยะเวลากว่า 6 ปี 4 เดือน เดิมทีรัฐบาลวางแผนให้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 แต่ได้เลื่อนออกมาเพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัว
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| เอกสาร | มติรัฐบาลเลขที่ 936 |
| ผู้ลงนาม | นายกฯ มิคาอิล มิชูสติน |
| วันลงนาม | 25 กรกฎาคม 2569 |
| เริ่มมีผล | 15 สิงหาคม 2569 |
| สิ้นสุด | 31 ธันวาคม 2575 |
| ดาต้าเซ็นเตอร์ที่กระทบ | 65 แห่ง |
| กำลังไฟรวม | 734 เมกะวัตต์ |
พื้นที่ไหนโดนบ้าง
คำสั่งครอบคลุม 3 กลุ่มพื้นที่หลัก
🏙️ กรุงมอสโก
เมืองหลวงและศูนย์กลางเศรษฐกิจของรัสเซีย ห้ามขุดทั้งหมด
🏭 แคว้นมอสโก
พื้นที่รอบเมืองหลวง มีดาต้าเซ็นเตอร์ 19 แห่ง กำลังไฟ 233 เมกะวัตต์
⚡ แคว้นเคิร์สก์ (บางส่วน)
ครอบคลุมหลายอำเภอ เช่น Belovsky, Glushkovsky, Rylsky, Sudzhansky รวมถึงเขตเมือง Lgov
ทำไมรัสเซียถึงแบน — ปัญหาไฟไม่พอ
กระทรวงพลังงานรัสเซียระบุว่า การเชื่อมต่อฟาร์มขุดคริปโตขนาดใหญ่เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าในภูมิภาค “เสี่ยงทำให้เกิดภาวะไฟฟ้าขาดแคลน ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง”
คณะกรรมการรัฐบาลจึงเสนอให้แบน เพื่อสงวนกำลังไฟไว้ให้ครัวเรือน ภาคธุรกิจ และให้ความสำคัญกับ “การเชื่อมต่อสถานพยาบาล สถานศึกษา และโครงการก่อสร้างที่กำลังดำเนินอยู่เป็นลำดับแรก”
ไม่ใช่ครั้งแรก: ไทม์ไลน์การแบนของรัสเซีย
การแบนรอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่รัสเซียค่อยๆ บีบพื้นที่การขุดให้แคบลงเรื่อยๆ ทั้งที่เพิ่งเปิดไฟเขียวไปไม่นาน
| ช่วงเวลา | เหตุการณ์ |
|---|---|
| ส.ค. 2567 | รัสเซียออกกฎหมายรับรองการขุดคริปโตอย่างถูกกฎหมาย |
| ธ.ค. 2567 | ประกาศแบน 10 ภูมิภาค (ดาเกสถาน อินกูเชเตีย เชชเนีย นอร์ทออสซีเชีย ฯลฯ) มีผล 1 ม.ค. 2568 |
| ก.ค. 2569 | ลงนามมติเลขที่ 936 ขยายการแบนสู่มอสโกและเคิร์สก์ |
| 15 ส.ค. 2569 | คำสั่งเริ่มมีผลบังคับใช้ |
| 31 ธ.ค. 2575 | กำหนดสิ้นสุดการแบน |
การแบนรอบธันวาคม 2567 ครอบคลุมภูมิภาคคอเคซัสเหนือและดินแดนที่รัสเซียควบคุมในยูเครน ได้แก่ โดเนตสก์ ลูฮันสก์ ซาปอริซเซีย และเคอร์ซอน โดยเน้นพื้นที่ที่ไฟฟ้าตึงตัวอยู่แล้วเป็นทุนเดิม
ผลกระทบต่อ Hashrate โลก
รัสเซียเป็นประเทศที่มีสัดส่วน Hashrate บิตคอยน์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา โดยข้อมูลไตรมาส 3 ปี 2569 ประเมินไว้ราว 17.2% ของ Hashrate ทั้งหมด (บางสำนักประเมินอยู่ในช่วง 13–17%)
- 734 เมกะวัตต์ที่หายไป คิดเป็นสัดส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกำลังขุดทั้งประเทศ — ผลกระทบต่อ Hashrate โลกน่าจะจำกัด
- ผู้ประกอบการมีแนวโน้มย้ายเครื่องขุดไปไซบีเรียและภูมิภาคที่ไฟเหลือ ไม่ใช่เลิกขุด
- ต้นทุนย้ายฐานและค่าไฟที่สูงขึ้นอาจกดดันมาร์จิ้นของนักขุดรัสเซียในระยะสั้น
- หากค่า Difficulty ไม่ปรับลด นักขุดรายเล็กที่ต้นทุนสูงจะเจ็บก่อน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลกว่าตัวเลขระยะสั้น คือ ความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย เพราะรัสเซียใช้เวลาไม่ถึง 2 ปีในการเปลี่ยนจาก “รับรองให้ถูกกฎหมาย” มาเป็น “ทยอยแบนทีละภูมิภาค” ซึ่งทำให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขุดเหมืองระยะยาวในรัสเซียมีความเสี่ยงสูงขึ้นมาก
สรุปประเด็นสำคัญ
แบนยาว 7 ปี
มติเลขที่ 936 ห้ามขุดคริปโตในมอสโก แคว้นมอสโก และบางอำเภอในเคิร์สก์ ตั้งแต่ 15 ส.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2575
65 ดาต้าเซ็นเตอร์ดับ
กำลังไฟรวม 734 เมกะวัตต์ต้องหยุดใช้งาน โดยเฉพาะแคว้นมอสโก 19 แห่ง 233 เมกะวัตต์
เหตุผลคือไฟไม่พอ
รัฐบาลต้องการสงวนกำลังไฟให้ครัวเรือนและสถานที่สาธารณะ อ้างผลสำเร็จจากไซบีเรียที่ลดภาระได้ 300 เมกะวัตต์
กลับลำจากปี 2567
รัสเซียเพิ่งรับรองการขุดถูกกฎหมายเมื่อ ส.ค. 2567 แต่ใช้เวลาไม่ถึง 2 ปีก็เริ่มทยอยแบนรายภูมิภาค
Hashrate โลกกระทบจำกัด
รัสเซียถือ Hashrate ราว 17.2% อันดับ 2 ของโลก แต่นักขุดน่าจะย้ายไปไซบีเรียมากกว่าเลิกขุด








