Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันอาทิตย์, สิงหาคม 2, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าว Bitcoinด่วน! Strategy ขาดทุน 8.2 พันล้านดอลลาร์ไตรมาส 2 — ประกาศขายบิตคอยน์ต่อ ยุติสูตรเทเงินระดมทุนซื้อ BTC ทั้งหมด

ด่วน! Strategy ขาดทุน 8.2 พันล้านดอลลาร์ไตรมาส 2 — ประกาศขายบิตคอยน์ต่อ ยุติสูตรเทเงินระดมทุนซื้อ BTC ทั้งหมด

MEXC — 2,600+ เหรียญ

บริษัท Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) ของ Michael Saylor รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ขาดทุนมหาศาล 8.22 พันล้านดอลลาร์ พลิกจากกำไร 14 พันล้านดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้า หลังราคาบิตคอยน์ร่วงต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัท และที่สั่นสะเทือนวงการยิ่งกว่าคือ ผู้บริหารประกาศชัดว่าจะ ขายบิตคอยน์ต่อไปแบบฉวยจังหวะ พร้อมยุติสูตรเดิมที่เคยเทเงินระดมทุนทั้งหมดเข้าซื้อ BTC

ขาดทุน 8.22 พันล้านดอลลาร์ เกิดจากอะไร

Strategy เปิดเผยผลขาดทุนจากสินทรัพย์ดิจิทัลในไตรมาส 2 ปี 2026 รวม 8.32 พันล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ (unrealized loss) 8.31 พันล้านดอลลาร์ และขาดทุนที่รับรู้แล้วอีกส่วนหนึ่ง เมื่อรวมเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ 400.7 ล้านดอลลาร์เข้าไปด้วย ทำให้ผลขาดทุนที่ตกกับผู้ถือหุ้นสามัญพุ่งไปถึง 8.62 พันล้านดอลลาร์

สาเหตุหลักคือราคาบิตคอยน์ที่ร่วงลงราว 14% ในไตรมาส จนหลุดต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยที่ Strategy สะสมไว้ ภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่ที่ให้บันทึกสินทรัพย์ดิจิทัลตามราคาตลาด (fair value) ทุกการเคลื่อนไหวของราคา BTC จึงสะท้อนเข้างบกำไรขาดทุนทันที — ขาขึ้นก็กำไรมหาศาล ขาลงก็ขาดทุนมหาศาลเช่นกัน

Crypto.com — แอปคริปโต + บัตร Visa
📌 เข้าใจง่าย ๆ: ตัวเลขขาดทุนก้อนนี้ส่วนใหญ่เป็น “ขาดทุนทางบัญชี” จากการตีมูลค่าเหรียญที่ยังถืออยู่ ไม่ใช่เงินสดที่ไหลออกจริงทั้งหมด แต่มันกดดันงบดุลและความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยตรง
รายการ ตัวเลขไตรมาส 2 ปี 2026
ขาดทุนสินทรัพย์ดิจิทัลรวม ราว 8.32 พันล้านดอลลาร์
ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ ราว 8.31 พันล้านดอลลาร์
เงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ 400.7 ล้านดอลลาร์
ขาดทุนต่อผู้ถือหุ้นสามัญ ราว 8.62 พันล้านดอลลาร์
ทุนสำรองเงินดอลลาร์ 3.75 พันล้านดอลลาร์

ขายบิตคอยน์จริง — ครั้งแรกในรอบหลายปี

ประเด็นที่ตลาดจับตามากที่สุดไม่ใช่ตัวเลขขาดทุน แต่คือการที่ Strategy ขายบิตคอยน์ออกจริง หลังจากสะสมแบบแทบไม่หยุดมานานหลายปี

🚩 1. ขาย 32 BTC ในเดือนพฤษภาคม

รายการขายทดสอบขนาดเล็ก รับรู้ขาดทุนราว 1 ล้านดอลลาร์ — เป็นสัญญาณแรกว่าบริษัทเปิดประตูการขายแล้ว

🚩 2. ขาย 3,588 BTC ในเดือนกรกฎาคม

ขายที่ราคาเฉลี่ยราว 60,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ได้เงินเข้ามาราว 216 ล้านดอลลาร์ และรับรู้ขาดทุนราว 203 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปจ่ายภาระเงินปันผล

🚩 3. เปิดโครงการขาย BTC วงเงินถึง 1.25 พันล้านดอลลาร์

ภายใต้กรอบการเงินใหม่ Digital Credit Capital Framework บริษัทตั้งโครงการ BTC Monetization Program ที่อนุญาตให้ขายบิตคอยน์แบบมีเป้าหมายได้สูงสุดถึง 1.25 พันล้านดอลลาร์

💡 นี่คือจุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์ — บริษัทที่เคยประกาศว่า “ไม่มีวันขายบิตคอยน์” ตอนนี้มีโครงการขายอย่างเป็นทางการ พร้อมวงเงินกำหนดชัดเจน

เปลี่ยนสูตร: จากสะสม BTC สู่การถือเงินสด

ผู้บริหาร Strategy ระบุว่าบริษัทจะไม่นำเงินระดมทุนใหม่ทั้งหมดไปซื้อบิตคอยน์อีกต่อไป แต่จะแบ่งไปสร้างทุนสำรองเงินดอลลาร์ ซื้อคืนหลักทรัพย์ และรักษาสภาพคล่องแทน

ปัจจุบันบริษัทมีทุนสำรองเงินดอลลาร์ 3.75 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งครอบคลุมภาระเงินปันผลและดอกเบี้ยได้ราว 2.1 ปี อยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2-3 ปี นอกจากนี้ยังประกาศแผนซื้อคืนหุ้นบุริมสิทธิ STRC วงเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อดันราคากลับสู่ระดับพาร์ โดยตั้งเป้าหมายวันที่ 8 กันยายน

📉 สูตรเดิม (2020-2025)

ระดมทุนผ่านหุ้นและหุ้นกู้ → เทเข้าซื้อ BTC เกือบทั้งหมด → เพิ่มจำนวนเหรียญต่อหุ้นให้ผู้ถือหุ้น

💵 สูตรใหม่ (2026)

ระดมทุน → แบ่งเข้าทุนสำรองดอลลาร์ + ซื้อคืนหลักทรัพย์ + จ่ายปันผล → ขาย BTC ฉวยจังหวะเมื่อจำเป็น

ถือ BTC เท่าไหร่ และยังเป็นผู้ซื้อสุทธิหรือไม่

แม้จะมีการขายออก แต่ Strategy ยังคงเป็นผู้ซื้อสุทธิอยู่ ผู้บริหารระบุว่าตลอดปีนี้บริษัทซื้อบิตคอยน์มากกว่าที่ขายถึง 48 เท่า

ในไตรมาส 2 บริษัทเพิ่มบิตคอยน์เข้าพอร์ต 83,901 BTC ที่ราคาเฉลี่ยราว 75,500 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ทำให้ยอดถือครองรวมขึ้นไปที่ 843,775 BTC เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อน คิดเป็นราว 4% ของบิตคอยน์ทั้งหมดที่จะมีอยู่บนโลก ขณะเดียวกันบริษัทยังลดภาระหนี้ลงราว 18%

จุดที่ต้องแยกให้ออก:

  • บริษัท “ยังซื้อมากกว่าขาย” — พอร์ตรวมยังโตขึ้น 11%
  • แต่ “ยอมขายแล้ว” — เพดานทางจิตวิทยาที่เคยบอกว่าไม่ขายถูกทำลาย
  • ราคาเฉลี่ยที่ซื้อเพิ่มไตรมาสนี้ราว 75,500 ดอลลาร์ สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันมาก

ผลกระทบต่อตลาดและนักลงทุนไทย

Strategy คือผู้ถือบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัทจดทะเบียน การที่บริษัทเปลี่ยนจาก “ผู้ซื้อที่ไม่มีวันขาย” มาเป็น “ผู้ซื้อที่พร้อมขายเมื่อต้องการสภาพคล่อง” ย่อมกระทบโครงสร้างแรงซื้อของตลาดในระยะยาว

ประเด็น ผลที่อาจตามมา
แรงซื้อจากบริษัทจดทะเบียน อาจชะลอตัว หากบริษัทอื่นเดินตามสูตร “เก็บเงินสดก่อน”
แรงขายบนตลาด มีวงเงินขายที่ประกาศไว้ชัดเจน ตลาดคาดการณ์ได้ระดับหนึ่ง
ความเชื่อมั่นนักลงทุนรายย่อย สั่นคลอน เพราะ Saylor เคยเป็นสัญลักษณ์ของการถือยาว
ราคาบิตคอยน์ระยะสั้น เพิ่มแรงกดดันในช่วงที่ตลาดอ่อนแออยู่แล้ว
💡 บทเรียนสำคัญ: บริษัทที่ใช้หนี้และการระดมทุนไปซื้อสินทรัพย์ผันผวน สุดท้ายก็ต้องมี “เงินสด” ไว้จ่ายภาระประจำ — ไม่ว่าจะเชื่อในสินทรัพย์นั้นแค่ไหนก็ตาม

สรุปประเด็นสำคัญ

1

ขาดทุนหนัก

Strategy ขาดทุนไตรมาส 2 ปี 2026 ราว 8.22 พันล้านดอลลาร์ พลิกจากกำไรก้อนใหญ่ก่อนหน้า

2

ขายบิตคอยน์จริง

ขาย 3,588 BTC ที่ราคาเฉลี่ยราว 60,000 ดอลลาร์ รับรู้ขาดทุนราว 203 ล้านดอลลาร์

3

เปลี่ยนสูตรระดมทุน

เลิกเทเงินระดมทุนทั้งหมดเข้า BTC หันมาสร้างทุนสำรองดอลลาร์ 3.75 พันล้านดอลลาร์

4

ยังเป็นผู้ซื้อสุทธิ

ถือครองรวม 843,775 BTC เพิ่มขึ้น 11% ซื้อมากกว่าขายถึง 48 เท่าในปีนี้

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต