วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 2, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าว Ethereumตำนานปิดฉาก! Loopring ปิด DEX zk-Rollup ตัวแรกของ Ethereum — TVL ดิ่ง 99% เหลือ...

ตำนานปิดฉาก! Loopring ปิด DEX zk-Rollup ตัวแรกของ Ethereum — TVL ดิ่ง 99% เหลือ 8 ล้านดอลลาร์ พร้อมคืนเงินผู้ใช้ทั้งหมด

📌 สรุปประเด็นสำคัญ

  • Loopring ประกาศปิดบริการ DEX แบบ zk-Rollup ตัวแรกของ Ethereum อย่างถาวร เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2026
  • เหตุผลหลักคือ ผู้ใช้ไม่เติบโต ขาดเวอร์ชวลแมชชีน (VM) และไม่มีกรณีใช้งานที่ต้องการสูง
  • มูลค่าสินทรัพย์ที่ล็อกไว้ (TVL) ดิ่งลง ราว 99% จากจุดสูงสุดเกือบ 760 ล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 8 ล้านดอลลาร์
  • ทีมงานประกาศ คืนสินทรัพย์ให้ผู้ใช้โดยตรงและรับผิดชอบค่าธรรมเนียมเอง สำหรับบัญชีที่มียอดตั้งแต่ 10 ดอลลาร์ขึ้นไป

ยุคหนึ่งของการขยายสเกล Ethereum กำลังปิดฉากลง เมื่อ Loopring ซึ่งเป็นโครงการ zk-Rollup และกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX) รายแรก ๆ ของระบบนิเวศ Ethereum ประกาศยุติการให้บริการซื้อขายทั้งหมดอย่างถาวร นับเป็นการสิ้นสุดของหนึ่งในผู้บุกเบิกเทคโนโลยี zero-knowledge ที่เคยได้รับการจับตามองอย่างสูง

⛓️ จุดจบของผู้บุกเบิก zk-Rollup

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 Loopring ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าจะ “ยุติบริการซื้อขายทั้งหมดโดยมีผลทันที” พร้อมปิดระบบรีเลเยอร์ (Relayer) ที่ขับเคลื่อนกระดานเทรดลงในทันที ผู้ใช้ไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายใหม่ได้อีกต่อไป ถือเป็นการปิดตำนานของโครงการที่เคยเป็น zk-Rollup DEX ตัวแรกบน Ethereum

📉 ตัวเลขที่สะท้อนการเสื่อมถอย

เส้นทางขาลงของ Loopring สะท้อนผ่านตัวเลขที่ชัดเจน ทั้งมูลค่าสินทรัพย์ที่ล็อกไว้ในระบบและราคาเหรียญ LRC

ตัวชี้วัด จุดสูงสุด ปัจจุบัน
มูลค่าล็อก (TVL) ~760 ล้านดอลลาร์ (พ.ย. 2021) ~8 ล้านดอลลาร์ (-99%)
ราคาเหรียญ LRC 3.75 ดอลลาร์ ~0.01 ดอลลาร์

❓ ทำไม Loopring ถึงไปไม่รอด?

ทีมงานชี้ถึงจุดอ่อนทางเทคนิคสองข้อหลัก ได้แก่ การไม่มีเวอร์ชวลแมชชีน (VM) และการขาดกรณีใช้งานที่มีความต้องการสูงอย่างการประกอบร่างสัญญา (Composability) และการชำระเงิน ทำให้ไม่สามารถดึงดูดและรักษาฐานผู้ใช้ได้ ขณะที่การแข่งขันจากเทคโนโลยี zkEVM รุ่นใหม่ที่ยืดหยุ่นกว่าก็กดดันหนักขึ้น

สัญญาณเตือนเริ่มชัดเจนตั้งแต่ต้นปี 2026 เมื่อกระดานเทรด Upbit ของเกาหลีใต้ถอดเหรียญ LRC ออกจากการซื้อขาย โดยอ้างความกังวลด้านความโปร่งใสและความยั่งยืนระยะยาว ตามมาด้วย Binance ที่ถอดเหรียญในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา

💰 ผู้ใช้จะได้เงินคืนอย่างไร?

จุดที่น่าสนใจคือวิธีคืนเงิน แทนที่จะให้ผู้ใช้ต้องสร้างและส่งหลักฐาน Merkle Proof ด้วยตนเอง (ซึ่งเป็นกลไก “ทางออกแบบไร้ความเชื่อใจ” ที่ Loopring เคยบุกเบิก) ทางทีมงานระบุว่าจะ รับผิดชอบค่าธรรมเนียมธุรกรรมทั้งหมดและคืนสินทรัพย์ให้โดยตรง โดยจะเผยแพร่รายการยอดคงเหลือบน Layer 2 ฉบับสุดท้ายภายในไม่กี่วัน จากนั้นจะมีช่วงตรวจสอบ 2 สัปดาห์ ก่อนอัปเกรดสมาร์ตคอนแทรกต์ให้เฉพาะที่อยู่ของทีมงานเท่านั้นที่ถอนสินทรัพย์ได้ ทั้งนี้จะรวมเฉพาะบัญชีที่มียอดคงเหลือสุดท้ายมูลค่าตั้งแต่ 10 ดอลลาร์ขึ้นไป

สิ่งที่หลายคนตั้งข้อสังเกตคือ การปิดตัวครั้งนี้ทำให้กลไก “ทางออกแบบไร้ความเชื่อใจ” (Trustless Exit) ที่ Loopring เคยภาคภูมิใจถูกปิดลงไปด้วย ผู้ใช้ต้องพึ่งพาทีมงานในการคืนเงินแทน

🧭 บทเรียนสำหรับวงการ

กรณีของ Loopring สะท้อนว่าเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากขาดกรณีใช้งานจริงและระบบนิเวศที่แข็งแรง โครงการก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังได้ สอดคล้องกับกระแสที่ทุนและผู้ใช้ไหลไปยังแพลตฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่า เช่นเดียวกับที่เราเห็น สถาบันการเงินเลือกออกผลิตภัณฑ์โทเคนบน Ethereum และ Solana สำหรับผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ การเข้าใจ วิธีโอนและถอนคริปโตข้ามกระเป๋าอย่างปลอดภัย ยิ่งมีความสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน

📌 สรุป: จับตาอะไรต่อ

หลังจากนี้สิ่งที่ผู้ถือสินทรัพย์บน Loopring ต้องติดตามคือ การประกาศรายการยอดคงเหลือฉบับสุดท้าย และไทม์ไลน์การคืนเงินว่าจะราบรื่นเพียงใด ส่วนในภาพใหญ่ การปิดตัวของผู้บุกเบิก zk-Rollup รายนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในสมรภูมิ Layer 2 ของ Ethereum ที่มีเพียงผู้ที่ปรับตัวได้เท่านั้นที่จะอยู่รอด

⚠️ คำเตือนความเสี่ยง

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูงและราคาผันผวนรุนแรง โปรดศึกษาข้อมูลและบริหารความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

แหล่งที่มา:
crypto.news ·
Crypto Times ·
Bitcoin World

ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด