📌 สรุปประเด็นสำคัญ
- Loopring ประกาศปิดบริการ DEX แบบ zk-Rollup ตัวแรกของ Ethereum อย่างถาวร เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2026
- เหตุผลหลักคือ ผู้ใช้ไม่เติบโต ขาดเวอร์ชวลแมชชีน (VM) และไม่มีกรณีใช้งานที่ต้องการสูง
- มูลค่าสินทรัพย์ที่ล็อกไว้ (TVL) ดิ่งลง ราว 99% จากจุดสูงสุดเกือบ 760 ล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 8 ล้านดอลลาร์
- ทีมงานประกาศ คืนสินทรัพย์ให้ผู้ใช้โดยตรงและรับผิดชอบค่าธรรมเนียมเอง สำหรับบัญชีที่มียอดตั้งแต่ 10 ดอลลาร์ขึ้นไป
ยุคหนึ่งของการขยายสเกล Ethereum กำลังปิดฉากลง เมื่อ Loopring ซึ่งเป็นโครงการ zk-Rollup และกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX) รายแรก ๆ ของระบบนิเวศ Ethereum ประกาศยุติการให้บริการซื้อขายทั้งหมดอย่างถาวร นับเป็นการสิ้นสุดของหนึ่งในผู้บุกเบิกเทคโนโลยี zero-knowledge ที่เคยได้รับการจับตามองอย่างสูง
⛓️ จุดจบของผู้บุกเบิก zk-Rollup
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 Loopring ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าจะ “ยุติบริการซื้อขายทั้งหมดโดยมีผลทันที” พร้อมปิดระบบรีเลเยอร์ (Relayer) ที่ขับเคลื่อนกระดานเทรดลงในทันที ผู้ใช้ไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายใหม่ได้อีกต่อไป ถือเป็นการปิดตำนานของโครงการที่เคยเป็น zk-Rollup DEX ตัวแรกบน Ethereum
📉 ตัวเลขที่สะท้อนการเสื่อมถอย
เส้นทางขาลงของ Loopring สะท้อนผ่านตัวเลขที่ชัดเจน ทั้งมูลค่าสินทรัพย์ที่ล็อกไว้ในระบบและราคาเหรียญ LRC
| ตัวชี้วัด | จุดสูงสุด | ปัจจุบัน |
|---|---|---|
| มูลค่าล็อก (TVL) | ~760 ล้านดอลลาร์ (พ.ย. 2021) | ~8 ล้านดอลลาร์ (-99%) |
| ราคาเหรียญ LRC | 3.75 ดอลลาร์ | ~0.01 ดอลลาร์ |
❓ ทำไม Loopring ถึงไปไม่รอด?
ทีมงานชี้ถึงจุดอ่อนทางเทคนิคสองข้อหลัก ได้แก่ การไม่มีเวอร์ชวลแมชชีน (VM) และการขาดกรณีใช้งานที่มีความต้องการสูงอย่างการประกอบร่างสัญญา (Composability) และการชำระเงิน ทำให้ไม่สามารถดึงดูดและรักษาฐานผู้ใช้ได้ ขณะที่การแข่งขันจากเทคโนโลยี zkEVM รุ่นใหม่ที่ยืดหยุ่นกว่าก็กดดันหนักขึ้น
สัญญาณเตือนเริ่มชัดเจนตั้งแต่ต้นปี 2026 เมื่อกระดานเทรด Upbit ของเกาหลีใต้ถอดเหรียญ LRC ออกจากการซื้อขาย โดยอ้างความกังวลด้านความโปร่งใสและความยั่งยืนระยะยาว ตามมาด้วย Binance ที่ถอดเหรียญในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา
💰 ผู้ใช้จะได้เงินคืนอย่างไร?
จุดที่น่าสนใจคือวิธีคืนเงิน แทนที่จะให้ผู้ใช้ต้องสร้างและส่งหลักฐาน Merkle Proof ด้วยตนเอง (ซึ่งเป็นกลไก “ทางออกแบบไร้ความเชื่อใจ” ที่ Loopring เคยบุกเบิก) ทางทีมงานระบุว่าจะ รับผิดชอบค่าธรรมเนียมธุรกรรมทั้งหมดและคืนสินทรัพย์ให้โดยตรง โดยจะเผยแพร่รายการยอดคงเหลือบน Layer 2 ฉบับสุดท้ายภายในไม่กี่วัน จากนั้นจะมีช่วงตรวจสอบ 2 สัปดาห์ ก่อนอัปเกรดสมาร์ตคอนแทรกต์ให้เฉพาะที่อยู่ของทีมงานเท่านั้นที่ถอนสินทรัพย์ได้ ทั้งนี้จะรวมเฉพาะบัญชีที่มียอดคงเหลือสุดท้ายมูลค่าตั้งแต่ 10 ดอลลาร์ขึ้นไป
สิ่งที่หลายคนตั้งข้อสังเกตคือ การปิดตัวครั้งนี้ทำให้กลไก “ทางออกแบบไร้ความเชื่อใจ” (Trustless Exit) ที่ Loopring เคยภาคภูมิใจถูกปิดลงไปด้วย ผู้ใช้ต้องพึ่งพาทีมงานในการคืนเงินแทน
🧭 บทเรียนสำหรับวงการ
กรณีของ Loopring สะท้อนว่าเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากขาดกรณีใช้งานจริงและระบบนิเวศที่แข็งแรง โครงการก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังได้ สอดคล้องกับกระแสที่ทุนและผู้ใช้ไหลไปยังแพลตฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่า เช่นเดียวกับที่เราเห็น สถาบันการเงินเลือกออกผลิตภัณฑ์โทเคนบน Ethereum และ Solana สำหรับผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ การเข้าใจ วิธีโอนและถอนคริปโตข้ามกระเป๋าอย่างปลอดภัย ยิ่งมีความสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน
📌 สรุป: จับตาอะไรต่อ
หลังจากนี้สิ่งที่ผู้ถือสินทรัพย์บน Loopring ต้องติดตามคือ การประกาศรายการยอดคงเหลือฉบับสุดท้าย และไทม์ไลน์การคืนเงินว่าจะราบรื่นเพียงใด ส่วนในภาพใหญ่ การปิดตัวของผู้บุกเบิก zk-Rollup รายนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในสมรภูมิ Layer 2 ของ Ethereum ที่มีเพียงผู้ที่ปรับตัวได้เท่านั้นที่จะอยู่รอด
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูงและราคาผันผวนรุนแรง โปรดศึกษาข้อมูลและบริหารความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
แหล่งที่มา:
crypto.news ·
Crypto Times ·
Bitcoin World


