⚡ สรุปประเด็นสำคัญ
- Bitcoin ร่วงหลุดแนว 64,000 ดอลลาร์ เช้าวันที่ 18 มิ.ย. ลดลงราว 1.8% มาอยู่ที่ราว 63,980 ดอลลาร์
- ดัชนี Fear & Greed ดิ่งจาก 22 เหลือ 15 — ทรุดแรงสุดในวันเดียวนับตั้งแต่ก้นรอบ 59,130 ดอลลาร์
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เขียวยกแผงจากดีลสันติภาพสหรัฐฯ–อิหร่าน แต่ Bitcoin กลับเทรดตาม “เฟด” ที่ส่งสัญญาณ hawkish
- ทว่า 5 สัญญาณ on-chain กำลังส่งค่าเดียวกับที่เคยปรากฏในทุกจุดต่ำสุดของรอบตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
ตลาดคริปโตเปิดเช้าวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2026 ด้วยบรรยากาศตึงเครียด เมื่อ Bitcoin หลุดแนวจิตวิทยาสำคัญที่ 64,000 ดอลลาร์ลงมา สวนทางกับข่าวภูมิรัฐศาสตร์เชิงบวกอย่างการลงนามดีลสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ดันตลาดหุ้นพุ่งแรง คำถามที่นักลงทุนทั่วโลกถามตรงกันคือ นี่คือจุดต่ำสุดของรอบ หรือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของขาลงรอบใหม่?
📉 ราคาร่วง ทั้งที่ข่าวภูมิรัฐศาสตร์เป็นบวก
ข้อมูลราคาเช้าวันที่ 18 มิ.ย. สะท้อนภาพ “ตลาดสองโลก” ชัดเจน ฝั่งหุ้นเล่นข่าวดีลอิหร่าน ส่วนคริปโตเล่นข่าวเฟด
| สินทรัพย์ | ราคา (18 มิ.ย.) | เปลี่ยนแปลง 24 ชม. | 1 เดือน |
|---|---|---|---|
| Bitcoin (BTC) | ~63,980 ดอลลาร์ | -1.8% | -16.8% |
| Ethereum (ETH) | ~1,744 ดอลลาร์ | -2.3% | -17.8% |
แม้ดัชนี S&P 500 จะบวกราว 1.7% และ Nasdaq พุ่งกว่า 3.1% ขานรับข่าวสันติภาพ แต่ Bitcoin กลับย่อตัว เพราะนักลงทุนคริปโตให้น้ำหนักกับสัญญาณนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ มากกว่าข่าวภูมิรัฐศาสตร์ ในกรอบสัปดาห์ Bitcoin ยังบวกราว 4.9% สะท้อนว่าแรงเด้งก่อนหน้านี้ยังไม่หายไปทั้งหมด
😱 Fear & Greed ทรุดแตะ 15 — โซน “กลัวขั้นรุนแรง”
ดัชนีความกลัวและความโลภ (Crypto Fear & Greed Index) ร่วงจาก 22 ในวันก่อนหน้า มาอยู่ที่ 15 ซึ่งจัดอยู่ในโซน “Extreme Fear” หรือความกลัวขั้นรุนแรง การทรุดลง 7 จุดในวันเดียวถือเป็นการเสื่อมถอยของเซนทิเมนต์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ตลาดทำจุดต่ำสุดที่ 59,130 ดอลลาร์
ในเชิงจิตวิทยาตลาด ค่าที่ต่ำขนาดนี้มักหมายถึงนักลงทุนรายย่อยกำลังเทขายด้วยความตื่นตระหนก ซึ่งในอดีตหลายครั้งกลับกลายเป็นจังหวะที่ “เงินฉลาด” (smart money) เข้าสะสม
🔍 5 สัญญาณ on-chain ที่เคยโผล่ทุกก้นรอบ
แม้ภาพราคาจะดูน่ากลัว แต่ข้อมูลบนเชน (on-chain) กลับเล่าอีกเรื่อง นักวิเคราะห์ชี้ว่ามีอย่างน้อย 5 ตัวชี้วัดที่ปัจจุบันส่งค่าเดียวกับที่เคยปรากฏในทุกจุดต่ำสุดสำคัญของรอบตลาดตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ การขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ (unrealized loss) ของผู้ถือระยะสั้นที่พุ่งสูง, อัตราการเคลื่อนเหรียญเข้าตลาดที่ชะลอ, สัดส่วนเหรียญที่ถือมานานยังนิ่ง, ต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือที่เข้าใกล้ราคาตลาด และโมเมนตัมที่เริ่มกลับตัวในกรอบสั้น
“ทุกตัวชี้วัดบนเชนกำลังกะพริบด้วยค่าเดียวกับที่เคยส่งสัญญาณในทุกก้นรอบของวัฏจักร Bitcoin ในรอบห้าปี” — บทวิเคราะห์ on-chain ประจำวันที่ 18 มิ.ย. 2026
อย่างไรก็ตาม สัญญาณ on-chain เป็นเครื่องมือเชิงสถิติที่บอก “ความน่าจะเป็น” ไม่ใช่การการันตี ตลาดอาจใช้เวลาสะสมฐานอีกระยะก่อนกลับตัวจริง
🏦 เฟด hawkish คือตัวการกดราคา
ต้นตอของแรงขายรอบนี้มาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงดอกเบี้ยที่กรอบ 3.50–3.75% พร้อม Dot Plot ที่ “เหยี่ยว” กว่าคาด โดยมีเจ้าหน้าที่ถึง 9 คนคาดว่าจะมีการ “ขึ้น” ดอกเบี้ยภายในปี 2026 สวนความคาดหวังของตลาดที่รอการลดดอกเบี้ย รายละเอียดการประชุมและท่าทีของประธานเฟดคนใหม่ อ่านเพิ่มได้ใน บทวิเคราะห์การประชุมเฟดศึกแรกของ Warsh
ขณะที่นักลงทุนรายย่อยตื่นตระหนก ฝั่งสถาบันบางรายกลับเดินหน้าสะสม เช่นเดียวกับที่ Strategy และ MARA สวนตลาดช้อน Bitcoin ในช่วงราคาอ่อนตัว
📌 สรุป: จับตาอะไรต่อ
ภาพรวมระยะสั้น Bitcoin ยังถูกกดด้วยนโยบายการเงิน แต่โครงสร้าง on-chain เริ่มส่งสัญญาณคล้ายช่วงสร้างฐาน สิ่งที่ต้องจับตา ได้แก่ (1) แนว 60,000–62,000 ดอลลาร์ว่าจะยืนได้หรือไม่ (2) กระแสเงินไหลเข้า-ออก ETF ในสัปดาห์หน้า และ (3) ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ที่จะกำหนดทิศทางดอกเบี้ยรอบถัดไป หากดัชนีความกลัวยังต่ำพร้อมราคายืนฐานได้ อาจเป็นจังหวะที่นักลงทุนระยะยาวเฝ้ารอ
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง
คริปโทเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูงมาก ดัชนี Fear & Greed และสัญญาณ on-chain เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและบริหารความเสี่ยงด้วยเงินที่รับความเสียหายได้เท่านั้น
แหล่งที่มา: Yahoo Finance · Blockchain Reporter · Fortune


