Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 6, 2026
หน้าแรกข่าว Stablecoinด่วน! BlackRock-Visa-Mastercard ลงมารันโหนดบล็อกเชน Arc ของ Circle — เปิดเมนเน็ต 16 กันยายน

ด่วน! BlackRock-Visa-Mastercard ลงมารันโหนดบล็อกเชน Arc ของ Circle — เปิดเมนเน็ต 16 กันยายน

MEXC — 2,600+ เหรียญ

Circle ประกาศเปิดเมนเน็ตสาธารณะของบล็อกเชน Arc วันที่ 16 กันยายน 2026 พร้อมเปิดรายชื่อ “Founding Validator” 11 ราย ที่แทบทั้งหมดเป็นยักษ์ใหญ่จากโลกการเงินดั้งเดิม — BlackRock, Visa, Mastercard, DTCC, ICE (เจ้าของตลาดหุ้น NYSE), Standard Chartered และอื่น ๆ นี่คือครั้งแรกที่สถาบันการเงินระดับโลกเหล่านี้ลงมา “รันโหนด” ยืนยันธุรกรรมบนบล็อกเชนสาธารณะด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่ลงทุนหรือทดลองอยู่ห่าง ๆ

11 ยักษ์ใหญ่ที่มารันโหนดให้ Arc

Validator คือผู้ตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมบนบล็อกเชน เป็นตำแหน่งที่กุมความปลอดภัยของทั้งเครือข่าย ปกติแล้วบทบาทนี้เป็นของบริษัทคริปโตหรือนักขุด แต่รอบนี้ Circle เลือกดึงสถาบันการเงินที่ควบคุมท่อเงินของโลกจริง ๆ เข้ามาแทน

Validator ธุรกิจหลัก น้ำหนักในระบบการเงิน
BlackRock บริหารสินทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนใหญ่สุดในโลก
Visa เครือข่ายบัตรชำระเงิน ครอบคลุมร้านค้าทั่วโลก
Mastercard เครือข่ายบัตรชำระเงิน คู่แข่งสำคัญของ Visa
DTCC สำนักหักบัญชีหลักทรัพย์สหรัฐฯ เคลียร์หุ้นสหรัฐฯ แทบทั้งตลาด
ICE เจ้าของตลาดหุ้น NYSE โครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน
Standard Chartered ธนาคารข้ามชาติ แข็งในเอเชีย-ตะวันออกกลาง
SBI Group กลุ่มการเงินญี่ปุ่น หัวหอกคริปโตในญี่ปุ่น
Sumitomo Corporation เทรดดิ้งเฮ้าส์ญี่ปุ่น การค้าระหว่างประเทศ
Global Payments ประมวลผลการชำระเงิน รับชำระเงินร้านค้า
MoneyGram โอนเงินข้ามประเทศ ตลาดแรงงานโอนเงินกลับบ้าน
Galaxy บริการการเงินคริปโต ตัวแทนฝั่งคริปโตในกลุ่มนี้
📌 สังเกตให้ดี — ใน 11 รายนี้ มีแค่ Galaxy รายเดียวที่เป็นบริษัทคริปโตแท้ ๆ ที่เหลือคือสถาบันการเงินดั้งเดิมทั้งหมด นี่บอกทิศทางชัดว่า Arc ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อชุมชนคริปโต แต่ออกแบบมาเพื่อดึงเงินสถาบันเข้ามา

Arc คืออะไร ทำไมต้องสร้างเชนใหม่

Arc คือบล็อกเชน Layer 1 แบบเปิดที่ Circle สร้างเองเพื่อรองรับการชำระเงินและการชำระราคาด้วยสเตเบิลคอยน์โดยเฉพาะ Jeremy Allaire ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Circle สรุปเหตุผลไว้สั้น ๆ ว่า

Crypto.com — แอปคริปโต + บัตร Visa

“Arc สร้างขึ้นบนหลักคิดง่าย ๆ ว่า ระบบการเงินโลกสมควรได้บล็อกเชนที่มันไว้ใจได้”

คำถามคือทำไมไม่ใช้ Ethereum หรือ Solana ที่มีอยู่แล้ว? คำตอบอยู่ที่ข้อจำกัดที่สถาบันการเงินรับไม่ได้ ซึ่ง Arc พยายามแก้เป็นข้อ ๆ

1

จ่ายค่าธรรมเนียมเป็น USDC

ไม่ต้องถือเหรียญเนทีฟที่ราคาผันผวน ฝ่ายบัญชีของบริษัทคำนวณต้นทุนล่วงหน้าได้จริง — เป็นเงื่อนไขที่สถาบันต้องการมากที่สุด

2

ยืนยันธุรกรรมต่ำกว่า 1 วินาที

Finality ระดับ sub-second ทำให้ใช้ชำระราคาแบบเรียลไทม์ได้ ไม่ต้องรอคอนเฟิร์มหลายบล็อกเหมือนเชนเก่า

3

มีเอนจิน FX ในตัว

แลกเปลี่ยนหลายสกุลเงินบนเชนได้เลย รองรับการชำระเงินข้ามประเทศโดยไม่ต้องพึ่งตัวกลางแลกเงินภายนอก

4

เลือกเปิดความเป็นส่วนตัวได้

ธนาคารไม่ต้องการให้คู่แข่งเห็นยอดโอนของลูกค้าทุกบาท Arc จึงใส่โหมดปกปิดข้อมูลแบบเลือกใช้ ให้ยังตรวจสอบตามกฎกำกับได้

ตอนนี้ Arc อยู่ในช่วง private mainnet โดยมีนักพัฒนาและสถาบันเข้าร่วมสร้างแล้วมากกว่า 100 ราย ก่อนจะเปิดสาธารณะ 16 กันยายนนี้

BlackRock ยก BUIDL ขึ้น Arc — DTCC ตามปี 2027

สองรายที่น่าจับตาที่สุดไม่ใช่แค่มารันโหนดเฉย ๆ แต่จะเอาสินทรัพย์จริงขึ้นมาด้วย

🏦 BlackRock — ยก BUIDL ขึ้น Arc

BUIDL คือกองทุนตลาดเงินโทเคนของ BlackRock เมื่อขึ้นบน Arc นักลงทุนสถาบันจะซื้อ ไถ่ถอน และนำสินทรัพย์ไปใช้ต่อได้จบในที่เดียว โดยเชื่อมกับ USDC แบบเนทีฟ

แปลง่าย ๆ: เงินสดที่พักไว้กินดอกเบี้ยในกองทุน สามารถขยับไปใช้จ่ายหรือวางเป็นหลักประกันได้ทันทีบนเชนเดียวกัน ไม่ต้องถอนออกมาผ่านระบบธนาคารก่อน

🏛️ DTCC — โทเคนไนซ์หลักทรัพย์ที่ดูแลอยู่ (เริ่มครึ่งหลังปี 2027)

DTCC คือสำนักหักบัญชีที่เก็บรักษาหลักทรัพย์สหรัฐฯ แทบทั้งตลาด แผนคือเปิดให้โทเคนไนซ์สินทรัพย์ที่ตัวเองคัสโตดี้อยู่ขึ้น Arc เพื่อให้ชำระราคาด้วยสเตเบิลคอยน์แลกกับหลักทรัพย์โทเคนได้ในธุรกรรมเดียว

💡 ไทม์ไลน์ของ DTCC คือ ครึ่งหลังปี 2027 ไม่ใช่วันเปิดเมนเน็ต อย่าเพิ่งคาดหวังว่าหุ้นสหรัฐฯ จะขึ้นเชนกันยายนนี้

พันธมิตรคริปโตที่เชื่อมแล้วกว่า 20 ราย

ถึงกลุ่ม validator จะเอียงไปทาง TradFi แต่ฝั่งโครงสร้างพื้นฐานคริปโตก็ต่อเชื่อมกับ Arc ไว้พร้อมแล้ว ครอบคลุมทั้งกระเป๋า เอ็กซ์เชนจ์ DeFi และผู้ให้บริการคัสโตดี้

  • DeFi: Aave, Uniswap, Morpho, Aerodrome
  • กระเป๋า: MetaMask, Binance Wallet, Ledger, Wirex
  • เอ็กซ์เชนจ์/สภาพคล่อง: Kraken, Upbit, FalconX, GSR, Keyrock, Nonco
  • โครงสร้างพื้นฐาน: Chainlink, Fireblocks, Galaxy, Thunes, Rain, XFX
📌 การมี Chainlink และ Fireblocks อยู่ตั้งแต่วันแรกสำคัญมาก เพราะเป็นสองชิ้นส่วนที่สถาบันใช้เป็นเงื่อนไขตัดสินใจ — ตัวป้อนราคาที่เชื่อถือได้ และระบบเก็บรักษากุญแจระดับองค์กร

มองยังไง? ความหมายต่อตลาด

ข่าวนี้ต่อยอดจากจังหวะที่ Circle เร่งเครื่องมาตลอด รวมถึงการคว้าใบอนุญาต Trust จากรัฐนิวยอร์กเมื่อต้นเดือน ภาพรวมคือ Circle กำลังวางตัวเป็นทั้งผู้ออกสเตเบิลคอยน์และเจ้าของรางที่เงินนั้นวิ่ง

✅ ด้านบวก

สถาบันระดับ BlackRock และ Visa ยอมรันโหนดเอง แปลว่าผ่านการตรวจทางกฎหมายและความเสี่ยงภายในมาแล้ว เป็นสัญญาณความเชื่อมั่นที่หนักแน่นกว่าการแค่ประกาศ “ศึกษาอยู่”

⚠️ ข้อควรระวัง

Validator ทั้ง 11 รายเป็นชุดที่ Circle คัดเลือกเอง ระดับการกระจายศูนย์จึงต่ำกว่าเชนสาธารณะทั่วไปมาก คนที่ยึดอุดมการณ์ decentralization จะมองว่านี่คือฐานข้อมูลร่วมของกลุ่มสถาบันมากกว่าบล็อกเชนเสรี

💀 ความเสี่ยงที่ต้องจับตา

ประกาศยังเป็นแค่ “แผน” หลายชิ้นมีไทม์ไลน์ยาว โดยเฉพาะ DTCC ที่ไปถึงปี 2027 การเลื่อนหรือปรับขอบเขตเกิดขึ้นได้เสมอในโครงการระดับนี้

สรุป 4 ข้อที่ต้องจำ

1

16 กันยายน 2026

วันเปิดเมนเน็ตสาธารณะของ Arc หลังอยู่ในโหมด private mainnet กับผู้สร้างกว่า 100 ราย

2

11 Validator เกือบทั้งหมดคือ TradFi

BlackRock, Visa, Mastercard, DTCC, ICE, Standard Chartered, SBI, Sumitomo, Global Payments, MoneyGram และ Galaxy

3

ออกแบบเพื่อสถาบันล้วน ๆ

จ่ายแก๊สด้วย USDC ยืนยันต่ำกว่า 1 วินาที มีเอนจิน FX และโหมดความเป็นส่วนตัวแบบเลือกใช้

4

สินทรัพย์จริงกำลังตามมา

BlackRock เตรียมยก BUIDL ขึ้นเชน ส่วน DTCC จะโทเคนไนซ์หลักทรัพย์ที่ดูแลอยู่ในครึ่งหลังปี 2027

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
P2PB2B — Exchange เหรียญใหม่
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

Binance — Exchange อันดับ 1 ของโลก
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต