วงการ Ethereum ระอุทันที หลังทีมนักวิจัย 6 คน นำโดย Justin Drake จาก Ethereum Foundation ปล่อยร่างข้อเสนอ EIP-8361 “Tapered Issuance Burn” ที่จะค่อย ๆ เผา (burn) ผลตอบแทนของ Validator ทิ้ง ตามจำนวน ETH ที่ถูกล็อกเสตกเพิ่มขึ้น และจะเผา 100% จนอัตราการผลิตเหรียญใหม่เหลือศูนย์ เมื่อยอดเสตกแตะ 60.25 ล้าน ETH หรือราวครึ่งหนึ่งของซัพพลายทั้งหมด — คิดเป็นมูลค่าราว 112 พันล้านดอลลาร์ตามราคาปัจจุบัน งานนี้ฝั่ง DeFi ออกมาค้านทันที ทั้ง Aave และ ether.fi ชี้ว่าอาจล้มโมเดลธุรกิจทั้งอุตสาหกรรม
📑 สารบัญ
EIP-8361 คืออะไร ทำงานยังไง
EIP-8361 มีชื่อเรียกว่า Tapered Issuance Burn หรือ “การเผาอัตราผลิตเหรียญแบบลดหลั่น” หลักการคือ ยิ่งมีคนเอา ETH ไปล็อกเสตกมากเท่าไหร่ ระบบจะยิ่งเผารางวัลชั้น Consensus ของ Validator ทิ้งมากขึ้นเท่านั้น
สูตรคำนวณคือนำ ยอด ETH ที่เสตกทั้งหมด หารด้วย 60,250,000 ETH (ค่าที่เรียกว่า SATURATION_BALANCE) แล้วยกกำลัง 3/2 ผลลัพธ์คือสัดส่วนรางวัลที่จะถูกเผา โดยเพดานอยู่ที่ 100%
| ตัวแปร | ค่า | ความหมาย |
|---|---|---|
| SATURATION_BALANCE | 60.25 ล้าน ETH | จุดที่เผารางวัล 100% (ราว 50% ของซัพพลาย) |
| ยอดเสตกปัจจุบัน | ราว 41 ล้าน ETH | ประมาณ 34% ของซัพพลาย |
| คิวรอเข้าเสตก | ราว 2.5 ล้าน ETH | เข้าได้วันละราว 57,600 ETH |
| ระยะเปลี่ยนผ่าน | 18 เดือน | ทยอยปรับ ไม่ให้ผลตอบแทนดิ่งทันที |
อีกรายละเอียดที่นักพัฒนาออกแบบไว้อย่างตั้งใจคือ การหักรางวัลนี้จะหักกับทุกหน้าที่ของ Validator ไม่ว่าจะทำงานสำเร็จหรือไม่ เพื่อให้แรงจูงใจในการทำงานให้ดี (เช่น ออนไลน์ตลอด ไม่โดนสแลช) ยังคงอยู่เท่าเดิม ไม่ใช่ว่าพอรางวัลลดแล้วคนจะปล่อยเครื่องหลุดออฟไลน์
ทำไมต้องกดผลตอบแทน Staking
เหตุผลหลักไม่ใช่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่อง การกระจายอำนาจ (decentralization) ที่นักวิจัย Ethereum กังวลมานาน
⚠️ ปัญหาที่ 1: เงินไหลเข้าเจ้าใหญ่
ยิ่งผลตอบแทนเสตกสูง ETH ยิ่งไหลเข้าตลาดแลกเปลี่ยนและผู้ให้บริการเสตกรายใหญ่ ซึ่งบั่นทอนการกระจายอำนาจและความปลอดภัยของเครือข่าย
💀 ปัญหาที่ 2: LSD กลืนบทบาทเงิน
อนุพันธ์เสตก (Liquid Staking Derivative) เช่น stETH มีมูลค่ารวมราว 34.9 พันล้านดอลลาร์ และกำลังแย่งบทบาท “เงิน” ของ ETH ตัวจริง เพราะไม่มีใครอยากถือ ETH เปล่า ๆ ที่ไม่ได้ดอกเบี้ย
ปัจจุบันรางวัลชั้น Consensus รวมทั้งปีอยู่ที่ราว 1,054,000 ETH หรือ 2.62% ขณะที่รางวัลชั้น Execution เพิ่มให้อีกสูงสุดเพียง 0.20% แปลว่า อย่างน้อย 93% ของผลตอบแทนเสตกทั้งหมดมาจากการพิมพ์เหรียญใหม่ ซึ่งเท่ากับผู้ถือ ETH ที่ไม่ได้เสตกต้องรับภาระเงินเฟ้อแทนคนที่เสตก
ผลกระทบต่อผู้เสตกและ DeFi
ถ้า EIP นี้ผ่านจริง ผลกระทบจะรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด เพราะไม่ต้องรอถึง 50% ผลตอบแทนก็ลดทันทีตั้งแต่วันแรก
| สถานการณ์ | ผลตอบแทน Consensus | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ปัจจุบัน (เสตกราว 33-34%) | ราว 2.6% | ก่อนใช้ EIP-8361 |
| หลังใช้ EIP ที่เสตกระดับเดิม | เหลือราว 1.2% | หายไปกว่าครึ่ง |
| เสตกแตะ 50% ของซัพพลาย | 0% จาก issuance | เหลือแค่ค่าธรรมเนียม |
นอกจากนี้ในเอกสารยังระบุว่า ผู้ให้บริการที่ถือสัดส่วนเสตกราวครึ่งหนึ่งของตลาด จะหยุดได้รับรางวัลส่วนเพิ่มเมื่อซัพพลายถูกเสตกไปราว 31% ซึ่งเป็นระดับที่ผ่านมาแล้วในทางปฏิบัติ
- ถ้าเสตกผ่านผู้ให้บริการ (Lido, ether.fi, CEX) ให้ติดตามว่าผู้ให้บริการจะปรับค่าธรรมเนียมอย่างไรเมื่อผลตอบแทนลด
- ถ้าใช้กลยุทธ์กู้ ETH มาเสตกกินส่วนต่าง (looping) ต้องคำนวณใหม่ทั้งหมด เพราะส่วนต่างอาจติดลบ
- ติดตามผลการประชุม All Core Devs ว่า EIP นี้ถูกบรรจุในฮาร์ดฟอร์กรอบไหน
เสียงค้าน: Aave, ether.fi และปม 48 ชั่วโมง
ข้อเสนอนี้เจอแรงต้านทันทีจากผู้เล่นรายใหญ่ใน DeFi ที่ธุรกิจผูกกับผลตอบแทนเสตกโดยตรง
🚩 1. Aave — กลยุทธ์กู้ ETH จะไปไม่รอด
ซีอีโอของ Aave Labs ระบุว่า การกดผลตอบแทนเสตกให้เข้าใกล้ศูนย์จะทำให้ “กลยุทธ์การกู้ยืม ETH แทบไม่มีทางทำกำไรได้อีก” เพราะเงินที่ถูกกู้ออกไปจำนวนมากถูกนำไปเสตกเพื่อกินผลตอบแทน เมื่อผลตอบแทนหาย ดีมานด์การกู้ก็หายตาม กระทบตลาดเงินกู้ทั้งระบบ
🚩 2. ether.fi — เตือนว่าจะไล่ Solo Staker ออกจากเกม
ผู้ก่อตั้ง ether.fi วิจารณ์ทั้งเนื้อหาและกระบวนการ โดยชี้ว่าการเปิดให้แสดงความเห็นเพียง 48 ชั่วโมง ไม่เพียงพอสำหรับ “การเปลี่ยนเศรษฐศาสตร์เครือข่ายครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อ DeFi ทั้งหมด” และคาดว่าผลลัพธ์จริงจะ ผลักผู้เสตกรายย่อยที่รันโหนดเองออกไป เพราะแบกต้นทุนไม่ไหว เหลือแต่เจ้าใหญ่ที่มี economy of scale — ซึ่งย้อนแย้งกับเป้าหมายกระจายอำนาจที่ EIP นี้อ้าง
🚩 3. นักพัฒนาในชุมชน — เวลาทบทวนน้อยเกินไป
Greg Koumoutsos ผู้ร่วมร่าง EIP-8148 และ EIP-8205 ระบุว่ากรอบเวลา 48 ชั่วโมง “ชัดเจนว่าไม่เหลือเวลาพอให้ชุมชนทบทวน” สำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินระดับนี้
ไทม์ไลน์ จะเข้า Hegotá ทันไหม
ตรงนี้มีความสับสนในสื่อหลายสำนัก จึงต้องแยกให้ชัด
- วันที่ 6 สิงหาคม 2026 คือ เส้นตายการส่ง Pull Request เสนอ EIP เพิ่มเติม เข้าสู่การพิจารณาของฮาร์ดฟอร์ก Hegotá
- วันดังกล่าว ไม่ใช่ เส้นตายตัดสินว่า EIP ไหนจะถูกบรรจุจริง
- ณ ตอนนี้ EIP-8361 ยังไม่ได้รับอนุมัติ ยังไม่ถูกกำหนดตาราง และยังไม่ถูกบรรจุใน Hegotá
- ผู้ร่างเองยอมรับว่า มีแนวโน้มสูงที่จะไม่ทัน Hegotá และต้องเลื่อนไปฮาร์ดฟอร์กรอบถัดไป
สรุป
เผารางวัลตามยอดเสตก
EIP-8361 Tapered Issuance Burn จะเผารางวัล Validator เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 100% เมื่อเสตกแตะ 60.25 ล้าน ETH
ผลตอบแทนหายครึ่งทันที
ที่ระดับเสตกปัจจุบัน ผลตอบแทนชั้น Consensus จะลดจากราว 2.6% เหลือราว 1.2% โดยทยอยปรับใน 18 เดือน
ค่าธรรมเนียมยังอยู่
เผาเฉพาะเหรียญที่ผลิตใหม่ ส่วนค่าแก๊สและทิปจากผู้ใช้ Validator ยังได้รับเต็ม
DeFi ค้านหนัก
Aave ชี้กลยุทธ์กู้ ETH จะไม่คุ้ม ส่วน ether.fi เตือนว่าจะไล่ผู้เสตกรายย่อยออกและเอื้อเจ้าใหญ่
ยังไม่ผ่าน อย่าเพิ่งตกใจ
ยังเป็นแค่ร่าง ยังไม่ถูกบรรจุใน Hegotá และผู้ร่างเองคาดว่าน่าจะเลื่อนไปฟอร์กถัดไป








