JPMorgan Chase ธนาคารใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ประกาศนำ JPM Coin โทเคนเงินฝากดอลลาร์ของธนาคาร ขึ้นใช้งานจริงบน Ethereum Mainnet แล้วเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026 เปิดทางให้ลูกค้าสถาบันที่ผ่านการอนุมัติโยกเงินดอลลาร์ข้ามเครือข่ายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ต่อจากที่เปิดตัวครั้งแรกบน Base เครือข่าย Layer-2 ของ Coinbase เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ตามรายงานของ Decrypt และ CoinDesk
📑 สารบัญ
JPM Coin คืออะไร ต่างจากสเตเบิลคอยน์ยังไง
JPM Coin เป็น “โทเคนเงินฝาก” (deposit token) ไม่ใช่สเตเบิลคอยน์ทั่วไป — แต่ละยูนิตแทนเงินดอลลาร์ที่ฝากอยู่ในบัญชีจริงของ JPMorgan ลูกค้าแลกคืนเป็นเงินสดได้ทันทีโดยไม่มีล็อกอัพ ต่างจากสเตเบิลคอยน์ของบริษัทเอกชนที่เก็บสินทรัพย์หนุนไว้แยกที่อื่น และเข้าถึงได้เฉพาะลูกค้าสถาบันที่ผ่านการอนุมัติผ่านแพลตฟอร์ม Kinexys (ชื่อเดิม Onyx) เท่านั้น ไม่เปิดขายทั่วไปบนกระดานเทรดใด ๆ
ทำไม JPMorgan เลือก Ethereum
Emma Landriault หัวหน้า Kinexys Labs ของ JPMorgan ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่าเหตุผลหลักคือสภาพคล่องของ Ethereum ที่มีสินทรัพย์ล็อกอยู่ในแอปพลิเคชันบนเชนกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ (ตามข้อมูล DeFiLlama) และมีลูกค้าสถาบันใช้งานอยู่แล้วจำนวนมาก ตามรายงานของ CoinDesk เธอระบุว่าการออก JPM Coin บน Base ก่อนแล้วตามด้วย Ethereum คือ “ก้าวสำคัญที่ให้ลูกค้าสถาบันมีทางเลือกโยกเงินแบบ multi-chain ทั้งในโลก web3 และระบบการเงินดั้งเดิม”
| เครือข่าย | เปิดใช้เมื่อ | จุดเด่น |
|---|---|---|
| Base (Coinbase L2) | พ.ย. 2025 | ค่าธรรมเนียมต่ำ ธุรกรรมเร็ว |
| Ethereum Mainnet | 19 ต.ค. 2026 | สภาพคล่องสูงสุด สินทรัพย์ล็อกกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ |
| Canton Network | ประกาศแผน ม.ค. 2026 | เน้นความเป็นส่วนตัวสำหรับตลาดการเงิน |
แผนขยายต่อ และมุมมองตลาด
นอกจาก JPM Coin แล้ว JPMorgan ยังออกกองทุนตลาดเงินแบบโทเคน (tokenized money-market fund) บน Ethereum ไปแล้ว 2 กองทุนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 และพฤษภาคม 2026 สะท้อนว่าธนาคารใช้ Ethereum เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักมากขึ้น ไม่ใช่แค่ทดลอง ขณะเดียวกัน Naveen Mallela ผู้ร่วมหัวหน้า Kinexys มองว่าโทเคนเงินฝากแบบนี้เป็น “ทางเลือกที่น่าสนใจกว่า” สเตเบิลคอยน์ เพราะสามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ (yield-bearing) ซึ่งต่างจากสเตเบิลคอยน์ทั่วไป
มุมไทย: นักลงทุนไทยได้อะไร
สำหรับนักลงทุนไทย การที่แบงก์ระดับโลกอย่าง JPMorgan ยอมนำเงินของลูกค้าสถาบันขึ้นบล็อกเชนสาธารณะอย่าง Ethereum ถือเป็นสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่นระยะยาวของสินทรัพย์ดิจิทัลในสายตาสถาบันการเงินโลก แม้ JPM Coin จะไม่เปิดให้คนทั่วไปใช้งานโดยตรง แต่แนวโน้มที่ TradFi ทยอยย้ายเงินและสินทรัพย์เข้าสู่เชนสาธารณะต่อเนื่อง อาจหนุนความต้องการใช้งานเครือข่าย Ethereum ในภาพรวมระยะยาว ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต. ไทยเองก็อยู่ระหว่างศึกษากรอบกำกับดูแลการนำสินทรัพย์ขึ้นโทเคน (tokenization) ที่คล้ายกันสำหรับตลาดทุนไทยในอนาคต นักลงทุนไทยที่ถือ ETH หรือสนใจเทรนด์นี้ ควรติดตามความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่อาจส่งผลต่อการใช้งานจริง (adoption) ของเครือข่ายในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ได้ เข้าถึงได้เฉพาะลูกค้าสถาบันที่ผ่านการอนุมัติผ่านแพลตฟอร์ม Kinexys เท่านั้น ไม่มีขายปลีกบนเอ็กซ์เชนจ์ทั่วไป
JPM Coin เป็นโทเคนเงินฝากที่หนุนด้วยเงินในบัญชีจริงของ JPMorgan โดยตรง แลกคืนได้ 1:1 ทันที ส่วนสเตเบิลคอยน์ทั่วไปออกโดยบริษัทเอกชนที่ถือสินทรัพย์หนุนแยกต่างหาก
ยังไม่มีผลกระทบราคาโดยตรงในระยะสั้น เพราะ JPM Coin ไม่ได้เทรดบนตลาดเปิด แต่ถือเป็นสัญญาณบวกต่อการใช้งานเครือข่าย Ethereum ในระยะยาว
ที่มา: Decrypt | CoinDesk | Forkast





















