ตอนที่เขียนบทความนี้ บิตคอยน์ในกระดานไทยเพิ่งร่วงจากโซนเหนือ 2.9 ล้านบาทลงมาเหลือราว 2,815,000 บาท (-2.7% ใน 24 ชม.) และอีเธอเรียมหลุดลงมาแรงกว่าอีกที่ -5% เหลือราว 86,500 บาท — นี่คือสถานการณ์ที่ Stop-Limit Order ถูกออกแบบมาให้รับมือโดยเฉพาะ: ตั้งเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าครั้งเดียว ระบบจะตัดขาดทุนหรือล็อกกำไรให้อัตโนมัติ ไม่ต้องเฝ้าจอ บทความนี้สอนตั้งทีละขั้นบน Bitkub และ Binance TH พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริงจากตลาดวันนี้ (ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2569)
📑 สารบัญ
- Stop-Limit Order คืออะไร ต่างจาก Limit ธรรมดายังไง
- กลไก 2 ราคาที่ต้องเข้าใจก่อนตั้ง
- วิธีตั้งบน Bitkub ทีละขั้น
- วิธีตั้งบน Binance TH ทีละขั้น
- ตารางเทียบ Bitkub vs Binance TH
- ช่องว่างปลอดภัยระหว่าง Stop กับ Limit ตั้งยังไงไม่พลาด
- 7 กับดักที่คนตั้งผิดบ่อย
- เช็กลิสต์ก่อนตั้งคำสั่งทุกครั้ง
- คำถามที่พบบ่อย
- สรุป
Stop-Limit Order คืออะไร ต่างจาก Limit ธรรมดายังไง
Limit Order ธรรมดา คือคำสั่งที่เข้าไปรอใน Order Book ทันทีที่กดส่ง — ทุกคนเห็นคำสั่งคุณอยู่ในกระดานตั้งแต่วินาทีที่ตั้ง ส่วน Stop-Limit Order คือคำสั่งที่ “ยังไม่เข้า Order Book” จนกว่าราคาตลาดจะมาถึงเงื่อนไขที่ตั้งไว้ก่อน (เรียกว่า ราคา Stop หรือ Trigger Price) — พอราคาถึงจุดนั้น ระบบจะสร้าง Limit Order ให้อัตโนมัติด้วย ราคา Limit ที่ตั้งไว้คู่กัน แล้วค่อยส่งเข้า Order Book ให้จับคู่ตามปกติ
พูดง่าย ๆ คือ Stop-Limit = เงื่อนไข “ถ้า…แล้วให้ตั้ง Limit Order ว่า…” ล่วงหน้าไว้ครั้งเดียว ไม่ต้องเปิดแอปเฝ้าราคาทั้งวัน ใช้ได้ทั้งฝั่งซื้อและขาย:
Stop-Limit Sell — ตัดขาดทุน / ล็อกกำไร
ใช้เมื่อถือเหรียญอยู่แล้ว ตั้งไว้ว่า “ถ้าราคาร่วงลงมาถึงจุดนี้ ให้ขายที่ราคานี้” เพื่อจำกัดความเสียหายก่อนที่จะขาดทุนหนักขึ้น
Stop-Limit Buy — ซื้อยืนยันทิศทาง
ใช้เมื่อยังไม่มีเหรียญ ตั้งไว้ว่า “ถ้าราคาทะลุขึ้นไปถึงจุดนี้ยืนยันทิศทางขึ้นแล้ว ให้ซื้อที่ราคานี้” โดยไม่ต้องรีบซื้อก่อนที่สัญญาณจะชัดเจน
กลไก 2 ราคาที่ต้องเข้าใจก่อนตั้ง
ทุก Stop-Limit Order ต้องกรอก 2 ราคาเสมอ และต้องแยกให้ชัดว่าตัวไหนทำหน้าที่อะไร:
| ราคา | ทำหน้าที่อะไร | เมื่อไหร่เริ่มทำงาน |
|---|---|---|
| Stop Price (ราคา Trigger) | เงื่อนไขที่ “ปลุก” ให้คำสั่งตื่น | ราคาตลาดวิ่งมาแตะจุดนี้ |
| Limit Price (ราคาซื้อ/ขายจริง) | ราคาที่จะใช้ซื้อ/ขายจริงหลัง Trigger | หลัง Stop ถูกแตะแล้วเท่านั้น |
ก่อน Stop ถูกแตะ คำสั่งจะยังไม่ปรากฏใน Order Book เลย — ไม่มีใครเห็น ไม่มีผลต่อราคาตลาด เป็นแค่เงื่อนไขที่รอในระบบของเว็บเทรดเท่านั้น
วิธีตั้งบน Bitkub ทีละขั้น
Bitkub Exchange เรียกคำสั่งนี้ว่า Stop-Limit Order เหมือนกันทั้งเว็บและแอป ขั้นตอนเดียวกัน:
เข้าหน้าเทรด
เปิดแอป/เว็บ Bitkub → แตะ “Market” → เลือกเหรียญที่ต้องการ (เช่น ETH) จะเข้าสู่หน้า Trade ของเหรียญนั้น
เลือก “ซื้อ” หรือ “ขาย” แล้วสลับแท็บเป็น Stop-Limit
ในกล่องคำสั่ง มีแท็บให้เลือก Limit / Market / Stop-Limit — แตะ Stop-Limit
กรอกราคา Stop และราคา Limit
ใส่ราคา Trigger (Stop) และราคาที่จะซื้อ/ขายจริง (Limit) แยกกัน 2 ช่อง
กรอกจำนวนแล้วยืนยัน
ใส่จำนวนเงิน/เหรียญ ระบบคำนวณให้อัตโนมัติ ตรวจทานแล้วกด “ซื้อ” สีเขียวหรือ “ขาย” สีแดง ยืนยันอีกครั้งในกล่องที่เด้งขึ้นมา
ตัวอย่างจริงจากราคาวันนี้ (ตัดขาดทุน): สมมติซื้อ BTC ไว้ตอนราคาแถว 2,900,000 บาท ตอนนี้ราคาลงมาที่ 2,815,000 บาทแล้ว กลัวหลุดแนวรับต่อ จึงตั้ง Stop-Limit Sell — Stop (ราคา Trigger) = 2,750,000 บาท, Limit (ราคาขายจริง) = 2,730,000 บาท ถ้าราคาร่วงลงมาแตะ 2,750,000 ระบบจะวาง Limit Sell ที่ 2,730,000 ให้ทันที ขายได้ในช่วง 2,730,000–2,750,000 บาท ไม่ปล่อยให้ร่วงต่อแบบไม่จำกัด
- คำสั่งซื้อ: ราคา Limit ซื้อ ต้องไม่สูงกว่าราคา Stop ซื้อ เกิน 20%
- คำสั่งขาย: ราคา Limit ขาย ต้องไม่ต่ำกว่าราคา Stop ขาย เกิน 20% และต้องไม่สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันเกิน 100%
- ถ้า Stop กับ Limit ห่างกันเกิน 5% ระบบจะเตือนว่าอาจ fill บางส่วนหรือใช้เวลานาน (ไม่ใช่ error แค่เตือน)
วิธีตั้งบน Binance TH ทีละขั้น
Binance TH มีคำสั่งนี้อยู่ในหน้า Trade → Spot (หน้าเทรดแบบเต็มรูปแบบที่เห็น Order Book) เรียกว่า Stop-limit เช่นกัน:
เข้าหน้า Trade – Spot
เข้า [Trade] → [Spot] เลือกคู่เทรด เช่น ETH/THB แล้วเลือก [Buy] หรือ [Sell]
เปลี่ยนประเภทคำสั่งเป็น Stop-limit
ในกล่องคำสั่งมีตัวเลือก Limit / Market / Stop-limit ให้สลับแท็บไปที่ Stop-limit
กรอก Stop Price และ Limit Price
ใส่ราคา Stop (ราคาทริกเกอร์) และ Limit Price (ราคาจริงที่จะซื้อ/ขาย) แล้วใส่จำนวนเหรียญ
ยืนยันคำสั่ง
กด [Buy ETH] หรือ [Sell ETH] เพื่อส่งคำสั่ง ดูสถานะได้ที่ [Open Orders] — พอ Stop ถูกแตะจะมีเครื่องหมายถูกสีเขียวขึ้นข้าง [Conditions]
ตัวอย่างจริงจากราคาวันนี้ (ซื้อยืนยันทิศทางกลับตัว): ETH/THB ร่วงลงมาอยู่ที่ 86,500 บาทแล้ว ยังไม่มั่นใจว่าจะลงต่อหรือกลับตัว เลยตั้งไว้ว่า “ถ้า ETH กลับขึ้นไปยืนเหนือ 90,000 บาทได้ ถือว่าสัญญาณกลับตัวชัดแล้ว ค่อยซื้อ” — ตั้ง Stop-Limit Buy: Stop = 90,000 บาท, Limit = 90,500 บาท (ตั้ง Limit สูงกว่า Stop เล็กน้อยเพื่อเผื่อช่องว่างให้คำสั่งมีโอกาส fill จริง ตามคำแนะนำทางการของ Binance TH) ถ้าราคาแตะ 90,000 ระบบจะส่ง Limit Buy ที่ 90,500 เข้า Order Book ทันที
ตารางเทียบ Bitkub vs Binance TH
| หัวข้อ | Bitkub | Binance TH |
|---|---|---|
| ชื่อคำสั่ง | Stop-Limit Order | Stop-limit |
| ตำแหน่งในแอป | หน้า Trade ของเหรียญ → แท็บ Stop-Limit | Trade → Spot → แท็บ Stop-limit |
| ประเภทคำสั่งที่มีทั้งหมด | Limit / Market / Stop-Limit (3 แบบ) | Limit / Market / Stop-limit (3 แบบ บนหน้า Spot) |
| อายุคำสั่ง | ค้างได้ไม่จำกัดเวลา จนกว่าจะยกเลิกหรือ fill เอง ระบบไม่ auto-cancel ให้ | ค้างใน Open Orders จนกว่าจะยกเลิกหรือ fill (หน้า Easy Buy/Sell แยกมี Order Expiry ให้ตั้งเองได้ แต่เป็นคนละโหมดกับ Stop-limit) |
| ข้อจำกัดช่วงราคา | ระบุชัด: Limit ห่างจาก Stop ได้ไม่เกิน 20% (ฝั่งขายห้ามเกิน 100% จากราคาตลาดด้วย) | ไม่เปิดเผยตัวเลข % ตายตัว — ระบบจะเตือน/ปฏิเสธถ้าตั้งผิดปกติ ให้ดูที่หน้าตั้งคำสั่งจริงตอนนั้น |
| ขั้นต่ำต่อคำสั่ง | ไม่ต่ำกว่าจำนวนขั้นต่ำของเหรียญนั้น ๆ | ขั้นต่ำ 100 บาทต่อคำสั่ง (ตามตัวอย่าง BTC/ETH/XRP/XLM ในเอกสารกฎการเทรดทางการ) |
| ยกเลิกคำสั่งที่ยัง Trigger ไม่ถึง | ยกเลิกได้ทันทีในมือ ไม่เสียค่าธรรมเนียม | ยกเลิกได้ทันทีที่ Open Orders ไม่เสียค่าธรรมเนียม |
ช่องว่างปลอดภัยระหว่าง Stop กับ Limit ตั้งยังไงไม่พลาด
จุดที่คนตั้งผิดบ่อยที่สุดคือ “ตั้ง Stop กับ Limit ไว้ราคาเดียวกันเป๊ะ” ซึ่งฟังดูเป๊ะแต่กลับเสี่ยงไม่ fill มากที่สุด เพราะพอ Trigger แล้วตลาดอาจขยับผ่านราคานั้นไปแล้วในเสี้ยววินาที ต้องเผื่อ “ช่องว่างปลอดภัย” เสมอ:
| ประเภทคำสั่ง | ควรตั้งยังไง | เหตุผล |
|---|---|---|
| Sell (ตัดขาดทุน/ล็อกกำไร) | Limit ต่ำกว่า Stop เล็กน้อย | เผื่อให้ยังขายได้แม้ราคาร่วงเร็วกว่าจุด Stop ไปอีกนิด |
| Buy (ยืนยันทิศทางขึ้น) | Limit สูงกว่า Stop เล็กน้อย | เผื่อให้ยังซื้อได้แม้ราคาพุ่งเร็วกว่าจุด Stop ไปอีกนิด |
ช่องว่างควรเป็นเท่าไหร่ไม่มีสูตรตายตัว แต่ใช้หลักคิดนี้ได้: เหรียญที่สภาพคล่องสูงอย่าง BTC/ETH ใช้ช่องว่างแคบ ๆ ราว 0.5-1% ก็พอ เพราะราคาขยับทีละนิด ส่วนเหรียญสภาพคล่องต่ำที่ราคากระโดดได้แรง ควรเผื่อช่องว่างกว้างขึ้นเป็น 2-5% เพื่อลดโอกาสไม่ fill — Bitkub เองก็เตือนตรงๆว่าถ้าห่างกันเกิน 5% มีโอกาส fill แค่บางส่วนหรือใช้เวลานาน ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากำลังตั้งกว้างเกินความจำเป็นสำหรับเหรียญสภาพคล่องสูง
7 กับดักที่คนตั้งผิดบ่อย
🚩 1. ตั้ง Stop กับ Limit ชิดกันเกินไป
ราคาตลาดขยับเร็วกว่าที่คิด พอ Trigger แล้วราคาจริงทะลุ Limit ไปแล้ว คำสั่งไม่ fill เลยสักหน่วย
🚩 2. สลับด้านผิดระหว่าง Buy กับ Sell
ตั้ง Limit ขายสูงกว่า Stop ขาย (กลับด้านกับที่ควรเป็น) ทำให้คำสั่งทำงานผิดจากที่ตั้งใจไว้โดยสิ้นเชิง
🚩 3. เข้าใจผิดว่าการันตีได้ราคาที่ตั้งเสมอ
Stop-Limit ไม่ใช่เวทมนตร์ที่บังคับราคาได้ — หลัง Trigger มันคือ Limit Order ธรรมดาที่ต้องรอจับคู่ ถ้าตลาดวิ่งเร็วกว่า อาจไม่ fill เลย
🚩 4. ลืมว่าเงิน/เหรียญถูกล็อกไว้ระหว่างรอ
ตั้ง Stop-Limit Sell ไว้แล้วอยากเอาเหรียญส่วนนั้นไปทำอย่างอื่น (เช่น โอนออก) แต่ทำไม่ได้จนกว่าจะยกเลิกคำสั่งก่อน
🚩 5. ตั้งแล้วลืม ไม่เคยกลับมาเช็ค
ตั้งคำสั่งไว้แล้วปล่อยค้างเป็นเดือน ราคาตลาดขยับไปไกลจนคำสั่งเดิมไม่สมเหตุผลแล้ว แต่ยังค้างรออยู่ในระบบเหมือนเดิม
🚩 6. เข้าใจผิดว่า Stop-Limit = Trailing Stop
Stop-Limit ล็อกที่ราคาตายตัวที่ตั้งไว้ครั้งเดียว ไม่ขยับตามราคาตลาด ต่างจาก Trailing Stop ที่เลื่อนตามราคาได้อัตโนมัติ — ถ้าราคาพุ่งต่อหลัง Trigger ของ Stop-Limit คุณจะไม่ได้ส่วนเกินนั้น
🚩 7. ตั้งราคาโดยไม่ดู Order Book เลย
ตั้งราคาจากความรู้สึกอย่างเดียว โดยไม่เช็คว่าฝั่งตรงข้ามมีปริมาณพอให้คำสั่งจับคู่ได้ครบจำนวนไหม
เช็กลิสต์ก่อนตั้งคำสั่งทุกครั้ง
- รู้แน่ชัดว่ากำลังตั้งฝั่งซื้อหรือขาย และตั้งถูกด้านจริงไหม
- ราคา Stop (Trigger) สมเหตุผลกับสถานการณ์ที่คิดไว้ไหม
- ราคา Limit มีช่องว่างปลอดภัยจาก Stop แล้ว (ไม่ตั้งราคาเดียวกันเป๊ะ)
- เช็คสภาพคล่อง/Order Book ของเหรียญนั้นก่อนตั้งช่องว่าง
- คำนวณแล้วว่าขาดทุน/กำไรที่จะเกิดถ้า fill จริงอยู่ในระดับที่รับได้
- รู้ว่าเงิน/เหรียญส่วนนี้จะถูกล็อกไว้จนกว่าจะยกเลิกหรือ fill
- ตั้งปฏิทินเตือนตัวเองกลับมาเช็ค Open Orders เป็นระยะ ไม่ปล่อยค้างตลอดไป
- เข้าใจว่านี่ไม่ใช่ Trailing Stop และไม่การันตี 100% ว่าจะ fill
คำถามที่พบบ่อย
Stop-Limit กับ Trailing Stop ต่างกันยังไง?
Stop-Limit ล็อกราคาตายตัวที่ตั้งไว้ครั้งเดียว ไม่ขยับเอง ส่วน Trailing Stop จะเลื่อนตามราคาตลาดอัตโนมัติเพื่อล็อกกำไรเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ — ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Bitkub หรือ Binance TH เปิดให้ใช้ Trailing Stop แล้ว ต้องเช็คหน้าเทรดจริงด้วยตาเอง
ถ้าราคากระโดดข้าม Limit ไปเลยจะเกิดอะไรขึ้น?
คำสั่งจะไม่ fill และยังค้างอยู่ใน Open Orders ต่อไป รอให้ราคาวกกลับมาที่ระดับ Limit อีกครั้ง (หรือดีกว่า) ถึงจะจับคู่ได้ ถ้าราคาไม่กลับมาอีกเลย คำสั่งก็จะค้างอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะยกเลิกเอง
ตั้งไว้แล้วต้องเปิดแอปค้างไว้ไหม?
ไม่ต้อง คำสั่ง Stop-Limit ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ของเว็บเทรด ปิดแอป ปิดคอม ปิดมือถือได้ตามปกติ ระบบจะตรวจราคาและทำงานให้เองแม้ไม่ได้เปิดแอปอยู่
มีค่าธรรมเนียมตั้งหรือยกเลิกคำสั่งไหม?
ไม่มี การตั้งและยกเลิก Stop-Limit (ก่อนจะ fill) ไม่เสียค่าธรรมเนียม จะเสียค่าธรรมเนียมเทรดตามปกติก็ตอนที่คำสั่ง fill จริงเท่านั้น
ตั้งไว้ได้นานแค่ไหนก่อนถูกยกเลิกอัตโนมัติ?
Bitkub ระบุชัดว่าไม่มีการตั้งเวลาหรือยกเลิกอัตโนมัติให้ ค้างได้ไม่จำกัดจนกว่าจะยกเลิกเองหรือ fill ส่วน Binance TH ให้เช็คที่ Open Orders ของตัวเองเพื่อความแน่ใจ เพราะโหมด Easy Buy/Sell แบบ Limit มี Order Expiry ให้ตั้งแยก ซึ่งเป็นคนละฟีเจอร์กับ Stop-limit บนหน้า Spot
สรุป
2 ราคาเสมอ
Stop = เงื่อนไขปลุกคำสั่ง, Limit = ราคาที่จะซื้อ/ขายจริงหลัง Trigger
เผื่อช่องว่างเสมอ
อย่าตั้ง Stop กับ Limit ราคาเดียวกันเป๊ะ เผื่อ 0.5-5% ตามสภาพคล่องเหรียญ
ไม่การันตี fill 100%
มันคือ Limit Order ธรรมดาหลัง Trigger ตลาดวิ่งเร็วเกินไปก็ไม่ fill ได้
💡 ไม่ว่าจะ Bitkub หรือ Binance TH กลไก Stop-Limit เหมือนกัน แล้วควรเลือกเว็บไหน?
บทความนี้แสดงให้เห็นว่าการตั้ง Stop-Limit Order มีหลักการเดียวกันไม่ว่าจะเทรดที่เว็บไหน ดังนั้นตัวตัดสินที่สำคัญกว่าจึงเป็นเรื่องอื่น เช่น ใบอนุญาตที่ ก.ล.ต. กำกับดูแล ความสะดวกในการฝาก-ถอนเงินบาท และค่าธรรมเนียม
Binance TH เป็นเว็บเทรดที่ได้รับใบอนุญาตในไทย รองรับ Stop-limit Order ตามที่อธิบายในบทความนี้ และฝาก-ถอนเงินบาทผ่านบัญชีธนาคารไทยได้โดยตรง
แต่ไม่ว่าจะเทรดที่เว็บไหน: หลักการสำคัญที่สุดยังเหมือนเดิม — เผื่อช่องว่างระหว่าง Stop กับ Limit ให้เหมาะกับสภาพคล่องของเหรียญ และอย่าลืมว่า Stop-Limit ไม่การันตีว่าจะ fill เสมอไป
🔖 ลิงก์ด้านบนเป็นลิงก์แนะนำ หากสมัครผ่านลิงก์นี้ SiamBitcoin จะได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยจากเว็บเทรด โดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่มีผลต่อเนื้อหาที่เราเขียน





















