หน้าแรกกิจกรรมExchangeวิธีตั้ง Stop-Limit Order ตัดขาดทุนและล็อกกำไรอัตโนมัติ 2026 — Bitkub vs Binance TH ตั้งเป็นใน 10...

วิธีตั้ง Stop-Limit Order ตัดขาดทุนและล็อกกำไรอัตโนมัติ 2026 — Bitkub vs Binance TH ตั้งเป็นใน 10 นาที

Bybit — เทรด Futures โบนัส $30,000P2PB2B — Exchange เหรียญใหม่
📌 คำตอบสั้น: Stop-Limit Order คือคำสั่งตัดขาดทุน/ล็อกกำไรอัตโนมัติ มี 2 ราคาคือ Stop กับ Limit สอนตั้งทีละขั้นบน Bitkub และ Binance TH พร้อมตัวอย่างราคาจริงวันนี้ (ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2569)

ตอนที่เขียนบทความนี้ บิตคอยน์ในกระดานไทยเพิ่งร่วงจากโซนเหนือ 2.9 ล้านบาทลงมาเหลือราว 2,815,000 บาท (-2.7% ใน 24 ชม.) และอีเธอเรียมหลุดลงมาแรงกว่าอีกที่ -5% เหลือราว 86,500 บาท — นี่คือสถานการณ์ที่ Stop-Limit Order ถูกออกแบบมาให้รับมือโดยเฉพาะ: ตั้งเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าครั้งเดียว ระบบจะตัดขาดทุนหรือล็อกกำไรให้อัตโนมัติ ไม่ต้องเฝ้าจอ บทความนี้สอนตั้งทีละขั้นบน Bitkub และ Binance TH พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริงจากตลาดวันนี้ (ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2569)

Stop-Limit Order คืออะไร ต่างจาก Limit ธรรมดายังไง

Limit Order ธรรมดา คือคำสั่งที่เข้าไปรอใน Order Book ทันทีที่กดส่ง — ทุกคนเห็นคำสั่งคุณอยู่ในกระดานตั้งแต่วินาทีที่ตั้ง ส่วน Stop-Limit Order คือคำสั่งที่ “ยังไม่เข้า Order Book” จนกว่าราคาตลาดจะมาถึงเงื่อนไขที่ตั้งไว้ก่อน (เรียกว่า ราคา Stop หรือ Trigger Price) — พอราคาถึงจุดนั้น ระบบจะสร้าง Limit Order ให้อัตโนมัติด้วย ราคา Limit ที่ตั้งไว้คู่กัน แล้วค่อยส่งเข้า Order Book ให้จับคู่ตามปกติ

พูดง่าย ๆ คือ Stop-Limit = เงื่อนไข “ถ้า…แล้วให้ตั้ง Limit Order ว่า…” ล่วงหน้าไว้ครั้งเดียว ไม่ต้องเปิดแอปเฝ้าราคาทั้งวัน ใช้ได้ทั้งฝั่งซื้อและขาย:

Crypto.com — แอปคริปโต + บัตร Visa
1

Stop-Limit Sell — ตัดขาดทุน / ล็อกกำไร

ใช้เมื่อถือเหรียญอยู่แล้ว ตั้งไว้ว่า “ถ้าราคาร่วงลงมาถึงจุดนี้ ให้ขายที่ราคานี้” เพื่อจำกัดความเสียหายก่อนที่จะขาดทุนหนักขึ้น

2

Stop-Limit Buy — ซื้อยืนยันทิศทาง

ใช้เมื่อยังไม่มีเหรียญ ตั้งไว้ว่า “ถ้าราคาทะลุขึ้นไปถึงจุดนี้ยืนยันทิศทางขึ้นแล้ว ให้ซื้อที่ราคานี้” โดยไม่ต้องรีบซื้อก่อนที่สัญญาณจะชัดเจน

📌 ข้อควรรู้ที่คนมักเข้าใจผิด: Stop-Limit ไม่ได้การันตี ว่าจะได้ราคาที่ตั้งไว้เสมอ เพราะหลัง Trigger แล้วมันกลายเป็น Limit Order ธรรมดาทันที ถ้าตลาดวิ่งเร็วเกินไป (เช่นเหตุการณ์แฟลชแครชที่ราคาหายไปหลักหมื่นล้านดอลลาร์ภายใน 6 นาทีเมื่อเดือนก่อน) คำสั่งอาจไม่ถูกจับคู่เลยก็ได้ ถ้าต้องการความชัวร์ว่าได้ fill แน่ ๆ ต้องใช้ Market Order แทน ซึ่งแลกมาด้วยการไม่คุมราคา

กลไก 2 ราคาที่ต้องเข้าใจก่อนตั้ง

ทุก Stop-Limit Order ต้องกรอก 2 ราคาเสมอ และต้องแยกให้ชัดว่าตัวไหนทำหน้าที่อะไร:

ราคา ทำหน้าที่อะไร เมื่อไหร่เริ่มทำงาน
Stop Price (ราคา Trigger) เงื่อนไขที่ “ปลุก” ให้คำสั่งตื่น ราคาตลาดวิ่งมาแตะจุดนี้
Limit Price (ราคาซื้อ/ขายจริง) ราคาที่จะใช้ซื้อ/ขายจริงหลัง Trigger หลัง Stop ถูกแตะแล้วเท่านั้น

ก่อน Stop ถูกแตะ คำสั่งจะยังไม่ปรากฏใน Order Book เลย — ไม่มีใครเห็น ไม่มีผลต่อราคาตลาด เป็นแค่เงื่อนไขที่รอในระบบของเว็บเทรดเท่านั้น

วิธีตั้งบน Bitkub ทีละขั้น

Bitkub Exchange เรียกคำสั่งนี้ว่า Stop-Limit Order เหมือนกันทั้งเว็บและแอป ขั้นตอนเดียวกัน:

1

เข้าหน้าเทรด

เปิดแอป/เว็บ Bitkub → แตะ “Market” → เลือกเหรียญที่ต้องการ (เช่น ETH) จะเข้าสู่หน้า Trade ของเหรียญนั้น

2

เลือก “ซื้อ” หรือ “ขาย” แล้วสลับแท็บเป็น Stop-Limit

ในกล่องคำสั่ง มีแท็บให้เลือก Limit / Market / Stop-Limit — แตะ Stop-Limit

3

กรอกราคา Stop และราคา Limit

ใส่ราคา Trigger (Stop) และราคาที่จะซื้อ/ขายจริง (Limit) แยกกัน 2 ช่อง

4

กรอกจำนวนแล้วยืนยัน

ใส่จำนวนเงิน/เหรียญ ระบบคำนวณให้อัตโนมัติ ตรวจทานแล้วกด “ซื้อ” สีเขียวหรือ “ขาย” สีแดง ยืนยันอีกครั้งในกล่องที่เด้งขึ้นมา

ตัวอย่างจริงจากราคาวันนี้ (ตัดขาดทุน): สมมติซื้อ BTC ไว้ตอนราคาแถว 2,900,000 บาท ตอนนี้ราคาลงมาที่ 2,815,000 บาทแล้ว กลัวหลุดแนวรับต่อ จึงตั้ง Stop-Limit Sell — Stop (ราคา Trigger) = 2,750,000 บาท, Limit (ราคาขายจริง) = 2,730,000 บาท ถ้าราคาร่วงลงมาแตะ 2,750,000 ระบบจะวาง Limit Sell ที่ 2,730,000 ให้ทันที ขายได้ในช่วง 2,730,000–2,750,000 บาท ไม่ปล่อยให้ร่วงต่อแบบไม่จำกัด

✅ ข้อจำกัดราคาที่ Bitkub บังคับไว้ (ป้องกันตั้งราคาผิดเพี้ยน):

  • คำสั่งซื้อ: ราคา Limit ซื้อ ต้องไม่สูงกว่าราคา Stop ซื้อ เกิน 20%
  • คำสั่งขาย: ราคา Limit ขาย ต้องไม่ต่ำกว่าราคา Stop ขาย เกิน 20% และต้องไม่สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันเกิน 100%
  • ถ้า Stop กับ Limit ห่างกันเกิน 5% ระบบจะเตือนว่าอาจ fill บางส่วนหรือใช้เวลานาน (ไม่ใช่ error แค่เตือน)

วิธีตั้งบน Binance TH ทีละขั้น

Binance TH มีคำสั่งนี้อยู่ในหน้า Trade → Spot (หน้าเทรดแบบเต็มรูปแบบที่เห็น Order Book) เรียกว่า Stop-limit เช่นกัน:

1

เข้าหน้า Trade – Spot

เข้า [Trade] → [Spot] เลือกคู่เทรด เช่น ETH/THB แล้วเลือก [Buy] หรือ [Sell]

2

เปลี่ยนประเภทคำสั่งเป็น Stop-limit

ในกล่องคำสั่งมีตัวเลือก Limit / Market / Stop-limit ให้สลับแท็บไปที่ Stop-limit

3

กรอก Stop Price และ Limit Price

ใส่ราคา Stop (ราคาทริกเกอร์) และ Limit Price (ราคาจริงที่จะซื้อ/ขาย) แล้วใส่จำนวนเหรียญ

4

ยืนยันคำสั่ง

กด [Buy ETH] หรือ [Sell ETH] เพื่อส่งคำสั่ง ดูสถานะได้ที่ [Open Orders] — พอ Stop ถูกแตะจะมีเครื่องหมายถูกสีเขียวขึ้นข้าง [Conditions]

ตัวอย่างจริงจากราคาวันนี้ (ซื้อยืนยันทิศทางกลับตัว): ETH/THB ร่วงลงมาอยู่ที่ 86,500 บาทแล้ว ยังไม่มั่นใจว่าจะลงต่อหรือกลับตัว เลยตั้งไว้ว่า “ถ้า ETH กลับขึ้นไปยืนเหนือ 90,000 บาทได้ ถือว่าสัญญาณกลับตัวชัดแล้ว ค่อยซื้อ” — ตั้ง Stop-Limit Buy: Stop = 90,000 บาท, Limit = 90,500 บาท (ตั้ง Limit สูงกว่า Stop เล็กน้อยเพื่อเผื่อช่องว่างให้คำสั่งมีโอกาส fill จริง ตามคำแนะนำทางการของ Binance TH) ถ้าราคาแตะ 90,000 ระบบจะส่ง Limit Buy ที่ 90,500 เข้า Order Book ทันที

💡 Binance TH แนะนำเองในหน้าช่วยเหลือทางการว่า: ฝั่ง ซื้อ ให้ตั้ง Stop ต่ำกว่า Limit เล็กน้อย ฝั่ง ขาย ให้ตั้ง Stop สูงกว่า Limit เล็กน้อย — ช่องว่างนี้คือ “เผื่อเหลือเผื่อขาด” ให้คำสั่งมีโอกาสจับคู่ได้จริงหลัง Trigger ไม่ใช่ตั้งราคาเดียวกันเป๊ะทั้งคู่

ตารางเทียบ Bitkub vs Binance TH

หัวข้อ Bitkub Binance TH
ชื่อคำสั่ง Stop-Limit Order Stop-limit
ตำแหน่งในแอป หน้า Trade ของเหรียญ → แท็บ Stop-Limit Trade → Spot → แท็บ Stop-limit
ประเภทคำสั่งที่มีทั้งหมด Limit / Market / Stop-Limit (3 แบบ) Limit / Market / Stop-limit (3 แบบ บนหน้า Spot)
อายุคำสั่ง ค้างได้ไม่จำกัดเวลา จนกว่าจะยกเลิกหรือ fill เอง ระบบไม่ auto-cancel ให้ ค้างใน Open Orders จนกว่าจะยกเลิกหรือ fill (หน้า Easy Buy/Sell แยกมี Order Expiry ให้ตั้งเองได้ แต่เป็นคนละโหมดกับ Stop-limit)
ข้อจำกัดช่วงราคา ระบุชัด: Limit ห่างจาก Stop ได้ไม่เกิน 20% (ฝั่งขายห้ามเกิน 100% จากราคาตลาดด้วย) ไม่เปิดเผยตัวเลข % ตายตัว — ระบบจะเตือน/ปฏิเสธถ้าตั้งผิดปกติ ให้ดูที่หน้าตั้งคำสั่งจริงตอนนั้น
ขั้นต่ำต่อคำสั่ง ไม่ต่ำกว่าจำนวนขั้นต่ำของเหรียญนั้น ๆ ขั้นต่ำ 100 บาทต่อคำสั่ง (ตามตัวอย่าง BTC/ETH/XRP/XLM ในเอกสารกฎการเทรดทางการ)
ยกเลิกคำสั่งที่ยัง Trigger ไม่ถึง ยกเลิกได้ทันทีในมือ ไม่เสียค่าธรรมเนียม ยกเลิกได้ทันทีที่ Open Orders ไม่เสียค่าธรรมเนียม
📌 กลไกหลักของ Stop-Limit เหมือนกันทั้งสองเว็บ ต่างกันแค่รายละเอียดปลีกย่อยเรื่องข้อจำกัดราคาที่เปิดเผยตัวเลขชัดเจนกว่า (Bitkub) — ส่วนฟีเจอร์แบบ OCO (ตั้ง Take-Profit + Stop-Loss พร้อมกันในคำสั่งเดียว) หรือ Trailing Stop (ขยับตามราคาอัตโนมัติ) ที่เว็บเทรดระดับโลกบางเจ้ามี ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Bitkub หรือ Binance TH เปิดให้ใช้แล้วหรือยัง ก่อนเชื่อว่ามี ให้เปิดหน้าเทรดจริงเช็คตัวเลือกคำสั่งด้วยตาตัวเองทุกครั้ง

ช่องว่างปลอดภัยระหว่าง Stop กับ Limit ตั้งยังไงไม่พลาด

จุดที่คนตั้งผิดบ่อยที่สุดคือ “ตั้ง Stop กับ Limit ไว้ราคาเดียวกันเป๊ะ” ซึ่งฟังดูเป๊ะแต่กลับเสี่ยงไม่ fill มากที่สุด เพราะพอ Trigger แล้วตลาดอาจขยับผ่านราคานั้นไปแล้วในเสี้ยววินาที ต้องเผื่อ “ช่องว่างปลอดภัย” เสมอ:

ประเภทคำสั่ง ควรตั้งยังไง เหตุผล
Sell (ตัดขาดทุน/ล็อกกำไร) Limit ต่ำกว่า Stop เล็กน้อย เผื่อให้ยังขายได้แม้ราคาร่วงเร็วกว่าจุด Stop ไปอีกนิด
Buy (ยืนยันทิศทางขึ้น) Limit สูงกว่า Stop เล็กน้อย เผื่อให้ยังซื้อได้แม้ราคาพุ่งเร็วกว่าจุด Stop ไปอีกนิด

ช่องว่างควรเป็นเท่าไหร่ไม่มีสูตรตายตัว แต่ใช้หลักคิดนี้ได้: เหรียญที่สภาพคล่องสูงอย่าง BTC/ETH ใช้ช่องว่างแคบ ๆ ราว 0.5-1% ก็พอ เพราะราคาขยับทีละนิด ส่วนเหรียญสภาพคล่องต่ำที่ราคากระโดดได้แรง ควรเผื่อช่องว่างกว้างขึ้นเป็น 2-5% เพื่อลดโอกาสไม่ fill — Bitkub เองก็เตือนตรงๆว่าถ้าห่างกันเกิน 5% มีโอกาส fill แค่บางส่วนหรือใช้เวลานาน ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากำลังตั้งกว้างเกินความจำเป็นสำหรับเหรียญสภาพคล่องสูง

7 กับดักที่คนตั้งผิดบ่อย

🚩 1. ตั้ง Stop กับ Limit ชิดกันเกินไป

ราคาตลาดขยับเร็วกว่าที่คิด พอ Trigger แล้วราคาจริงทะลุ Limit ไปแล้ว คำสั่งไม่ fill เลยสักหน่วย

✅ วิธีแก้: เผื่อช่องว่างตามสภาพคล่องของเหรียญ ตามหัวข้อก่อนหน้า

🚩 2. สลับด้านผิดระหว่าง Buy กับ Sell

ตั้ง Limit ขายสูงกว่า Stop ขาย (กลับด้านกับที่ควรเป็น) ทำให้คำสั่งทำงานผิดจากที่ตั้งใจไว้โดยสิ้นเชิง

✅ วิธีแก้: ก่อนกดยืนยันทุกครั้ง อ่านย้อนกลับ 1 รอบว่า “ถ้าราคาถึง Stop แล้วจะซื้อ/ขายที่ Limit ราคานี้ สมเหตุผลไหม”

🚩 3. เข้าใจผิดว่าการันตีได้ราคาที่ตั้งเสมอ

Stop-Limit ไม่ใช่เวทมนตร์ที่บังคับราคาได้ — หลัง Trigger มันคือ Limit Order ธรรมดาที่ต้องรอจับคู่ ถ้าตลาดวิ่งเร็วกว่า อาจไม่ fill เลย

✅ วิธีแก้: ถ้าต้องการความชัวร์ว่าต้องขาย/ซื้อให้ได้แน่ๆ ไม่ว่าราคาจะเท่าไหร่ ให้ใช้ Market Order แทน ไม่ใช่ Stop-Limit

🚩 4. ลืมว่าเงิน/เหรียญถูกล็อกไว้ระหว่างรอ

ตั้ง Stop-Limit Sell ไว้แล้วอยากเอาเหรียญส่วนนั้นไปทำอย่างอื่น (เช่น โอนออก) แต่ทำไม่ได้จนกว่าจะยกเลิกคำสั่งก่อน

✅ วิธีแก้: เช็ค Open Orders ก่อนวางแผนใช้เหรียญ/เงินส่วนนั้นเสมอ

🚩 5. ตั้งแล้วลืม ไม่เคยกลับมาเช็ค

ตั้งคำสั่งไว้แล้วปล่อยค้างเป็นเดือน ราคาตลาดขยับไปไกลจนคำสั่งเดิมไม่สมเหตุผลแล้ว แต่ยังค้างรออยู่ในระบบเหมือนเดิม

✅ วิธีแก้: ทุกครั้งที่เปิดแอป แวะดู Open Orders เป็นนิสัย ยกเลิก/ปรับคำสั่งที่ล้าสมัยแล้ว

🚩 6. เข้าใจผิดว่า Stop-Limit = Trailing Stop

Stop-Limit ล็อกที่ราคาตายตัวที่ตั้งไว้ครั้งเดียว ไม่ขยับตามราคาตลาด ต่างจาก Trailing Stop ที่เลื่อนตามราคาได้อัตโนมัติ — ถ้าราคาพุ่งต่อหลัง Trigger ของ Stop-Limit คุณจะไม่ได้ส่วนเกินนั้น

✅ วิธีแก้: รู้ข้อจำกัดนี้ไว้ แล้วปรับคำสั่งเองเป็นระยะถ้าราคาวิ่งไปในทางที่ดี ไม่ใช่ตั้งทิ้งไว้แล้วคาดหวังว่าจะฉลาดเองแบบ Trailing Stop

🚩 7. ตั้งราคาโดยไม่ดู Order Book เลย

ตั้งราคาจากความรู้สึกอย่างเดียว โดยไม่เช็คว่าฝั่งตรงข้ามมีปริมาณพอให้คำสั่งจับคู่ได้ครบจำนวนไหม

✅ วิธีแก้: แวะดู Order Book ก่อนตั้งราคาทุกครั้ง ถ้าปริมาณฝั่งตรงข้ามบางมาก คำสั่งอาจจับคู่ได้แค่บางส่วน

เช็กลิสต์ก่อนตั้งคำสั่งทุกครั้ง

  • รู้แน่ชัดว่ากำลังตั้งฝั่งซื้อหรือขาย และตั้งถูกด้านจริงไหม
  • ราคา Stop (Trigger) สมเหตุผลกับสถานการณ์ที่คิดไว้ไหม
  • ราคา Limit มีช่องว่างปลอดภัยจาก Stop แล้ว (ไม่ตั้งราคาเดียวกันเป๊ะ)
  • เช็คสภาพคล่อง/Order Book ของเหรียญนั้นก่อนตั้งช่องว่าง
  • คำนวณแล้วว่าขาดทุน/กำไรที่จะเกิดถ้า fill จริงอยู่ในระดับที่รับได้
  • รู้ว่าเงิน/เหรียญส่วนนี้จะถูกล็อกไว้จนกว่าจะยกเลิกหรือ fill
  • ตั้งปฏิทินเตือนตัวเองกลับมาเช็ค Open Orders เป็นระยะ ไม่ปล่อยค้างตลอดไป
  • เข้าใจว่านี่ไม่ใช่ Trailing Stop และไม่การันตี 100% ว่าจะ fill

คำถามที่พบบ่อย

Stop-Limit กับ Trailing Stop ต่างกันยังไง?

Stop-Limit ล็อกราคาตายตัวที่ตั้งไว้ครั้งเดียว ไม่ขยับเอง ส่วน Trailing Stop จะเลื่อนตามราคาตลาดอัตโนมัติเพื่อล็อกกำไรเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ — ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Bitkub หรือ Binance TH เปิดให้ใช้ Trailing Stop แล้ว ต้องเช็คหน้าเทรดจริงด้วยตาเอง

ถ้าราคากระโดดข้าม Limit ไปเลยจะเกิดอะไรขึ้น?

คำสั่งจะไม่ fill และยังค้างอยู่ใน Open Orders ต่อไป รอให้ราคาวกกลับมาที่ระดับ Limit อีกครั้ง (หรือดีกว่า) ถึงจะจับคู่ได้ ถ้าราคาไม่กลับมาอีกเลย คำสั่งก็จะค้างอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะยกเลิกเอง

ตั้งไว้แล้วต้องเปิดแอปค้างไว้ไหม?

ไม่ต้อง คำสั่ง Stop-Limit ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ของเว็บเทรด ปิดแอป ปิดคอม ปิดมือถือได้ตามปกติ ระบบจะตรวจราคาและทำงานให้เองแม้ไม่ได้เปิดแอปอยู่

มีค่าธรรมเนียมตั้งหรือยกเลิกคำสั่งไหม?

ไม่มี การตั้งและยกเลิก Stop-Limit (ก่อนจะ fill) ไม่เสียค่าธรรมเนียม จะเสียค่าธรรมเนียมเทรดตามปกติก็ตอนที่คำสั่ง fill จริงเท่านั้น

ตั้งไว้ได้นานแค่ไหนก่อนถูกยกเลิกอัตโนมัติ?

Bitkub ระบุชัดว่าไม่มีการตั้งเวลาหรือยกเลิกอัตโนมัติให้ ค้างได้ไม่จำกัดจนกว่าจะยกเลิกเองหรือ fill ส่วน Binance TH ให้เช็คที่ Open Orders ของตัวเองเพื่อความแน่ใจ เพราะโหมด Easy Buy/Sell แบบ Limit มี Order Expiry ให้ตั้งแยก ซึ่งเป็นคนละฟีเจอร์กับ Stop-limit บนหน้า Spot

สรุป

1

2 ราคาเสมอ

Stop = เงื่อนไขปลุกคำสั่ง, Limit = ราคาที่จะซื้อ/ขายจริงหลัง Trigger

2

เผื่อช่องว่างเสมอ

อย่าตั้ง Stop กับ Limit ราคาเดียวกันเป๊ะ เผื่อ 0.5-5% ตามสภาพคล่องเหรียญ

3

ไม่การันตี fill 100%

มันคือ Limit Order ธรรมดาหลัง Trigger ตลาดวิ่งเร็วเกินไปก็ไม่ fill ได้

💡 ไม่ว่าจะ Bitkub หรือ Binance TH กลไก Stop-Limit เหมือนกัน แล้วควรเลือกเว็บไหน?

บทความนี้แสดงให้เห็นว่าการตั้ง Stop-Limit Order มีหลักการเดียวกันไม่ว่าจะเทรดที่เว็บไหน ดังนั้นตัวตัดสินที่สำคัญกว่าจึงเป็นเรื่องอื่น เช่น ใบอนุญาตที่ ก.ล.ต. กำกับดูแล ความสะดวกในการฝาก-ถอนเงินบาท และค่าธรรมเนียม

Binance TH เป็นเว็บเทรดที่ได้รับใบอนุญาตในไทย รองรับ Stop-limit Order ตามที่อธิบายในบทความนี้ และฝาก-ถอนเงินบาทผ่านบัญชีธนาคารไทยได้โดยตรง

แต่ไม่ว่าจะเทรดที่เว็บไหน: หลักการสำคัญที่สุดยังเหมือนเดิม — เผื่อช่องว่างระหว่าง Stop กับ Limit ให้เหมาะกับสภาพคล่องของเหรียญ และอย่าลืมว่า Stop-Limit ไม่การันตีว่าจะ fill เสมอไป

🔖 ลิงก์ด้านบนเป็นลิงก์แนะนำ หากสมัครผ่านลิงก์นี้ SiamBitcoin จะได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยจากเว็บเทรด โดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่มีผลต่อเนื้อหาที่เราเขียน

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปรOKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด