คนส่วนใหญ่ที่เพิ่งเริ่มเทรดคริปโตใช้ปุ่ม “ซื้อด่วน” หรือ Quick Buy/Market Order ทุกครั้งเพราะง่ายและได้เหรียญทันที แต่สิ่งที่ไม่มีใครบอกคือทุกครั้งที่กดปุ่มนั้น คุณกำลังจ่าย “สเปรด” ซึ่งเป็นต้นทุนที่ไม่โชว์เป็นตัวเลขบนหน้าจอ ยิ่งเหรียญสภาพคล่องต่ำ สเปรดยิ่งกว้าง บางเหรียญกว้างถึง 15-20% ต่อการกดซื้อครั้งเดียว บทความนี้จะสอนใช้ Limit Order บน Bitkub และ Binance TH แบบทำตามได้จริงทีละขั้น พร้อมตัวเลขสเปรดจริงจากตลาด ณ วันที่เขียน เพื่อให้เห็นภาพว่าต่างจาก Quick Buy แค่ไหน
📑 สารบัญ
- Quick Buy กับ Limit Order ต่างกันตรงไหน
- สเปรดคืออะไร ทำไม Quick Buy ถึงแพงกว่าที่คิด
- วิธีตั้ง Limit Order บน Bitkub
- วิธีตั้ง Limit Order บน Binance TH
- คำสั่งขั้นสูงที่ต่อยอดจาก Limit Order
- เมื่อไหร่ควรใช้ Limit เมื่อไหร่ควรใช้ Quick Buy
- 7 กับดักที่คนตั้ง Limit Order พลาดบ่อย
- เช็กลิสต์ก่อนตั้ง Limit Order ทุกครั้ง
- คำถามที่พบบ่อย
Quick Buy กับ Limit Order ต่างกันตรงไหน
ทั้งสองแบบคือวิธีส่งคำสั่งซื้อขาย แต่ทำงานคนละกลไก Quick Buy (บางเว็บเรียก Market Order หรือ “เทรดด่วน”) คือคำสั่งให้ระบบจับคู่กับราคาที่ดีที่สุดที่มีอยู่ใน Order Book ทันที ส่วน Limit Order คือคุณกำหนดราคาเองว่าจะซื้อไม่เกินเท่าไหร่ หรือขายไม่ต่ำกว่าเท่าไหร่ แล้วคำสั่งจะไปรอใน Order Book จนกว่าราคาตลาดจะมาถึงจุดนั้นหรือดีกว่า
| หัวข้อ | Quick Buy / Market Order | Limit Order |
|---|---|---|
| ราคาที่ได้ | ราคาตลาด ณ ขณะกดยืนยัน เปลี่ยนได้ตลอด | ราคาที่ตั้งเอง หรือดีกว่าเท่านั้น |
| ความเร็ว | ได้เหรียญ/เงินทันที | ต้องรอราคาตลาดมาถึงจุดที่ตั้งไว้ อาจไม่ fill เลยก็ได้ |
| ต้นทุนแฝง | จ่ายสเปรดเต็มก้อนทุกครั้งที่กด | เลี่ยงสเปรดได้ถ้าตั้งราคาฝั่งเดียวกับ Order Book |
| เหมาะกับ | รีบซื้อ/ขาย เหรียญสภาพคล่องสูง เงินก้อนเล็ก | มีเวลารอ ต้องการคุมราคา เหรียญสภาพคล่องต่ำ เงินก้อนใหญ่ |
| ความเสี่ยงหลัก | ราคาที่ได้เพี้ยนจากที่เห็น หากสภาพคล่องบาง | อาจไม่ execute เลยถ้าตั้งราคาไม่สมเหตุผล เงิน/เหรียญถูกล็อกไว้ระหว่างรอ |
สเปรดคืออะไร ทำไม Quick Buy ถึงแพงกว่าที่คิด
สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อสูงสุด (Bid) กับราคาเสนอขายต่ำสุด (Ask) ในสมุดคำสั่ง เวลากด Quick Buy คุณจะได้ราคาใกล้ฝั่ง Ask เสมอ ซึ่งแพงกว่าราคากลางที่เห็นบนกราฟอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนหักค่าธรรมเนียมด้วยซ้ำ สูตรคำนวณคือ
📌 สเปรด % = (Ask − Bid) ÷ Bid × 100
เหรียญที่มีคนซื้อขายเยอะอย่างบิตคอยน์หรืออีเธอเรียม สเปรดจะแคบมากแทบไม่รู้สึก แต่เหรียญเล็กที่สภาพคล่องบาง สเปรดกว้างได้ถึงหลักสิบเปอร์เซ็นต์ในการกดครั้งเดียว ตารางนี้ดึงจาก Bitkub API สด ณ วันที่เขียนบทความ เพื่อให้เห็นความต่างจริง ไม่ใช่ตัวอย่างสมมติ
| เหรียญ | Bid (ซื้อสูงสุด) | Ask (ขายต่ำสุด) | สเปรด |
|---|---|---|---|
| BTC/THB | 2,843,606.93 | 2,844,529.77 | 0.03% |
| ETH/THB | 90,574.62 | 90,654.58 | 0.09% |
| XRP/THB | 52.11 | 52.12 | 0.02% |
| RAY/THB (สภาพคล่องกลาง) | 55.04 | 63.36 | 15.12% |
| OSMO/THB (สภาพคล่องต่ำ) | 1.0520 | 1.2677 | 20.50% |
วิธีตั้ง Limit Order บน Bitkub
Bitkub ตั้งค่าเริ่มต้นของหน้าเทรดไว้ที่โหมด Limit อยู่แล้ว (ต่างจาก Quick Buy ที่อยู่คนละหน้า) ขั้นตอนบนแอปและเว็บใกล้เคียงกัน
บนแอปพลิเคชัน Bitkub
1) เข้าแอป Bitkub → แตะเมนู “Market” → เลือกเหรียญที่ต้องการซื้อหรือขาย จะเข้าสู่หน้า Trade ของเหรียญนั้น
2) แตะปุ่ม “ซื้อ” หรือ “ขาย” จะมีแท็บคำสั่งขึ้นมา ระบบตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ “ลิมิต” อยู่แล้ว
3) ฝั่งซื้อ: กรอก “เงินที่ต้องการจ่าย” (บาท) และ “ราคาซื้อ” ที่ต้องการเอง — ฝั่งขาย: กรอกจำนวนเหรียญที่จะขาย และ “ราคาขาย” ที่ต้องการ (สามารถแตะปุ่ม 25%/50%/75%/100% เพื่อคำนวณจากยอดคงเหลือให้อัตโนมัติ)
4) ระบบคำนวณจำนวนเหรียญ/เงินที่จะได้รับหลังหักค่าธรรมเนียมให้อัตโนมัติ ตรวจสอบให้ถูกต้องก่อนกดปุ่ม “ซื้อ” สีเขียว หรือ “ขาย” สีแดง
5) ยืนยันอีกครั้งในกล่องข้อความที่เด้งขึ้นมา แล้วกด “OK” — คำสั่งจะเข้าไปรอใน “Open orders” (ดูได้จากไอคอนรูปนาฬิกามุมขวาบน) จนกว่าจะ fill หรือถูกยกเลิก
วิธีตั้ง Limit Order บน Binance TH
Binance TH มีสองจุดที่ตั้ง Limit Order ได้ คือหน้า “Easy Buy/Sell” (เรียบง่าย เหมาะมือใหม่) และหน้า “Trade – Spot” (แบบเต็มรูปแบบมี Order Book ให้ดู)
ทางลัด: Easy Buy/Sell
1) จากหน้า Home เว็บคลิก “Easy Buy/Sell” หรือแอปแตะ “Buy/Sell”
2) เลือกโหมด “Instant” (แปลงทันทีที่ราคาตลาด) หรือ “Limit” (ตั้งราคาที่ต้องการเอง)
3) เลือกเหรียญต้นทาง (เช่น THB) และเหรียญปลายทางที่ต้องการรับ ใส่จำนวนที่จะแปลง หรือแตะ MAX
4) ถ้าเลือก Limit: กรอก “Limit Price” เอง หรือเลือกจากปุ่ม ±1%/5%/10% จากราคาตลาด แล้วตั้ง “Order Expiry” ว่าจะให้คำสั่งอยู่นานแค่ไหน (เช่น 1 วัน) ถ้าราคาไม่มาถึงก่อนหมดเวลา คำสั่งจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ
5) ตรวจทานแล้วกด “Confirm” — โหมด Instant ราคาที่เสนอจะยืนยันได้ภายใน 8 วินาทีเท่านั้น ถ้าช้ากว่านั้นต้องรีเฟรชราคาใหม่
แบบเต็มรูปแบบ: Trade – Spot
1) เข้า [Trade] → [Spot] แล้วเลือกคู่เทรด เช่น BTC/USDT หรือ BTC/THB
2) ในกล่อง Spot คลิก [Buy] หรือ [Sell] แล้วเลือกแท็บ [Limit]
3) กรอกราคาที่ต้องการซื้อ/ขาย แล้วกรอกจำนวนเหรียญที่ช่อง Amount โดยตรง หรือลากแถบเปอร์เซ็นต์เหนือช่อง Total เพื่อคำนวณจากยอดคงเหลือในพอร์ตให้อัตโนมัติ
4) กด [Buy BTC] หรือ [Sell BTC] เพื่อส่งคำสั่งเข้า Order Book — ระบบจะ fill ก็ต่อเมื่อราคาตลาดมาถึงราคาที่ตั้งไว้หรือดีกว่าเท่านั้น
5) ดูคำสั่งที่รออยู่ได้ที่ [Open Orders] และประวัติที่ fill แล้วที่ [Trade History]
คำสั่งขั้นสูงที่ต่อยอดจาก Limit Order
นอกจาก Limit Order ธรรมดา เว็บเทรดหลายแห่งทั้งไทยและต่างประเทศมีตัวเลือก “Advanced Limit Order” ให้เพิ่มเงื่อนไขการ execute เข้าไปได้ เป็นแนวคิดที่ใช้ร่วมกันในวงกว้าง มีประโยชน์ถ้าเว็บที่คุณใช้รองรับ
| คำสั่ง | ทำงานยังไง | ใช้เมื่อไหร่ |
|---|---|---|
| Post Only | เข้า Order Book เป็น maker เท่านั้น ถ้าจะ match ทันทีระบบยกเลิกให้อัตโนมัติแทนที่จะ fill แบบ taker | ต้องการค่าธรรมเนียม maker (มักถูกกว่า taker) ไม่รีบ |
| Fill or Kill (FOK) | ต้อง fill เต็มจำนวนทันที ไม่งั้นยกเลิกทั้งออเดอร์ ไม่มีการ fill บางส่วน | ไม้ใหญ่ที่ต้องการทั้งหมดหรือไม่เอาเลย |
| Immediate or Cancel (IOC) | fill เท่าที่ทำได้ทันที ส่วนที่เหลือถูกยกเลิกแทนที่จะค้างรอใน Order Book | อยากได้เท่าที่มีตอนนี้ ไม่อยากมีคำสั่งค้าง |
เมื่อไหร่ควรใช้ Limit เมื่อไหร่ควรใช้ Quick Buy
🎯 ใช้ Limit Order เมื่อ
เหรียญสภาพคล่องต่ำ สเปรดกว้าง · เงินก้อนใหญ่เทียบกับสภาพคล่องของเหรียญ · มีเวลารอ ไม่รีบเข้า/ออก · ต้องการรู้ราคาที่จะได้แน่นอนล่วงหน้า
⚡ ใช้ Quick Buy เมื่อ
เหรียญสภาพคล่องสูงอย่าง BTC/ETH ที่สเปรดแคบมาก · ต้องรีบเข้า/ออกตำแหน่งจริง ๆ · จำนวนเงินเล็กจนสเปรดแทบไม่กระทบ · ยอมแลกต้นทุนเล็กน้อยกับความแน่นอนว่าจะได้ทำรายการ
7 กับดักที่คนตั้ง Limit Order พลาดบ่อย
🚩 1. ตั้งราคาแล้วลืม ปล่อยค้างเป็นเดือน
ตั้ง Limit Order ไว้แล้วไม่กลับมาเช็ค เงินหรือเหรียญส่วนนั้นถูกล็อกอยู่ในสถานะ “รอ” ใช้ทำอย่างอื่นไม่ได้ ทั้งที่ราคาอาจไม่มีทางมาถึงจุดที่ตั้งไว้เลย
🚩 2. เข้าใจผิดว่า Limit Order ต้อง fill เสมอ
Limit Order รับประกันแค่ “ราคา” ไม่ได้รับประกันว่าจะ “ได้ทำรายการ” ถ้าราคาตลาดไปไม่ถึงจุดที่ตั้งไว้ หรือสภาพคล่องที่ระดับราคานั้นมีไม่พอ คำสั่งก็จะค้างอยู่แบบนั้นไม่ fill
🚩 3. ตั้งราคาผิดฝั่งจนกลายเป็น fill ทันที
ตั้ง Limit Buy สูงกว่าราคาตลาด หรือ Limit Sell ต่ำกว่าราคาตลาด คำสั่งจะจับคู่ทันทีเหมือน Market Order แต่หลายคนเข้าใจผิดว่าจะได้ราคาตามที่ตั้งไว้เป๊ะ ๆ
🚩 4. ตั้งราคาแคบเกินไปในเหรียญสภาพคล่องต่ำ
คาดหวังราคาที่ห่างจากตลาดปัจจุบันแค่นิดเดียวในเหรียญที่ปริมาณเทรดต่อวันน้อย รอเป็นสัปดาห์ก็ไม่ fill เพราะไม่มีใครมาชนราคานั้นพอดี
🚩 5. ลืมยกเลิกคำสั่งเก่าก่อนตั้งใหม่
มีคำสั่งเดิมค้างอยู่ แล้วพยายามตั้งคำสั่งใหม่ด้วยเงิน/เหรียญก้อนเดียวกัน ระบบแจ้งยอดไม่พอ เพราะยอดที่ใช้ได้จริงถูกกันไว้กับคำสั่งเก่าไปแล้ว
🚩 6. ใช้ Limit Order เป็นเครื่องมือเดาทิศทางราคา
Limit Order เป็นแค่เครื่องมือ “คุมราคาที่จะได้” ไม่ใช่เครื่องมือทำนายว่าราคาจะขึ้นหรือลง การตั้งราคาต่ำกว่าตลาดมาก ๆ เพื่อ “รอของถูก” โดยไม่มีเหตุผลรองรับ อาจทำให้พลาดจังหวะจริงไปเรื่อย ๆ
🚩 7. ไม่เช็คความลึกของ Order Book ก่อนตั้งไม้ใหญ่
ตั้งราคาที่ “ดูสมเหตุผล” จากราคาล่าสุด แต่ไม่ได้เช็คว่าที่ระดับราคานั้นมีของรออยู่เท่าไหร่ ถ้าไม้ใหญ่กว่าสภาพคล่องที่มี อาจ fill แค่บางส่วนแล้วเหลือค้างอยู่
เช็กลิสต์ก่อนตั้ง Limit Order ทุกครั้ง
- เช็คว่าเหรียญนี้สภาพคล่องสูงหรือต่ำ (ดูปริมาณเทรด 24 ชม.)
- เปิด Order Book ดูความลึกที่ระดับราคาที่จะตั้ง
- ตั้งราคาให้อยู่ “ฝั่งตรงข้าม” กับตลาดปัจจุบันจริง ๆ ไม่ใช่ราคาที่จะ fill ทันที
- ตั้ง Order Expiry ถ้าเว็บรองรับ กันลืมเช็ค
- เช็คว่ามีคำสั่งเก่าค้างอยู่ไหมก่อนตั้งใหม่
- คำนวณว่าเงิน/เหรียญที่จะถูกล็อกไว้ กระทบแผนการเงินอื่นไหม
- ถ้าเป็นไม้ใหญ่ พิจารณาใช้ Advanced Order (FOK/IOC) แทนถ้าเว็บรองรับ
- ตั้งปฏิทินเตือนเช็ค Open Orders ทุกสัปดาห์
คำถามที่พบบ่อย
ตั้ง Limit Order แล้วเงินหรือเหรียญหายไปไหน
ไม่ได้หาย แต่ถูกกันไว้ (locked) ในสถานะ Open Order จนกว่าจะ fill หรือถูกยกเลิก ระหว่างนั้นนำไปใช้ทำรายการอื่นไม่ได้ ยกเลิกเมื่อไหร่ก็กลับเข้ายอดใช้ได้ทันที
ยกเลิก Limit Order เสียค่าธรรมเนียมไหม
ไม่เสีย การยกเลิกคำสั่งที่ยังไม่ fill ไม่มีค่าใช้จ่าย และเสียแค่ค่าธรรมเนียมในส่วนที่ fill ไปแล้วเท่านั้นถ้ามีการ fill บางส่วน
Limit Order ต่างจาก Stop Loss/Take Profit ยังไง
Limit Order ทำงานทันทีที่ตั้ง รอจับคู่ใน Order Book ตลอดเวลา ส่วน Stop Loss/Take Profit เป็นคำสั่งแบบมีเงื่อนไข (trigger) ที่จะ “ยังไม่เข้าตลาด” จนกว่าราคาจะแตะจุดที่ตั้งไว้ก่อน แล้วค่อยส่งคำสั่งซื้อขายจริงตามมา
ตั้ง Limit Order ทิ้งไว้ข้ามคืนเสี่ยงอะไรไหม
ราคาขยับข้ามคืนได้ตลอดแม้ไม่ได้เปิดแอป ถ้าราคาไปถึงจุดที่ตั้งไว้ คำสั่งจะ fill เองโดยอัตโนมัติแม้คุณไม่อยู่หน้าจอ ถ้าไม่อยากให้ fill ข้ามคืนต้องยกเลิกเองก่อนปิดแอป หรือใช้ Order Expiry จำกัดเวลาไว้
💡 อยากลองตั้ง Limit Order แบบเห็น Order Book เต็มรูปแบบ?
บทความนี้แสดงให้เห็นว่า Limit Order ช่วยเลี่ยงสเปรดได้จริง แต่ต้องมีหน้าเทรดที่ให้ดู Order Book ชัดเจน ตั้ง Order Expiry ได้ และมีทั้งโหมดง่าย (Easy Buy/Sell) กับโหมดเต็มรูปแบบ (Spot Trade) ให้เลือกตามความถนัด
เว็บที่มีใบอนุญาตในไทยและมีฟีเจอร์ตามที่พูดถึงในบทความนี้ครบคือ Binance TH ฝากถอนเงินบาทผ่านบัญชีธนาคารไทยได้โดยตรง
แต่ไม่ว่าจะเทรดที่เว็บไหน: หลักการสำคัญที่สุดยังเหมือนเดิม — เช็ค Order Book ก่อนตั้งราคา ตั้งราคาให้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาดจริง ๆ และอย่าปล่อยคำสั่งค้างไว้โดยไม่เช็ค
🔖 ลิงก์ด้านบนเป็นลิงก์แนะนำ หากสมัครผ่านลิงก์นี้ SiamBitcoin จะได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยจากเว็บเทรด โดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และไม่มีผลต่อเนื้อหาที่เราเขียน








![[คำเตือน] พายุ FOMC ถล่มตลาด! ราคาทองคำเตรียมดิ่งนรกหรือพุ่งทะลุฟ้า?](https://i.ytimg.com/vi/D52fC5IwqbE/hqdefault.jpg)











