หลายคนเทรดแล้วรู้สึกว่า “กราฟขึ้นตามที่คิด แต่ทำไมพอร์ตไม่โต” คำตอบมักไม่ได้อยู่ที่การอ่านกราฟผิด แต่อยู่ที่ต้นทุนแฝงที่กินกำไรไปทีละนิดทุกรอบ ทั้งค่าธรรมเนียมซื้อ ค่าธรรมเนียมขาย ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย ค่าถอนเหรียญ และค่าแปลงเงิน บทความนี้จะสอนคำนวณ “ต้นทุนจริงต่อรอบเทรด” ให้ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์เดียว ที่บอกได้ทันทีว่ากำไรต้องกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเริ่มเท่าทุน พร้อมตัวเลขค่าธรรมเนียมจริงจากหน้าทางการของเว็บเทรดไทย ณ 29 สิงหาคม 2026
📑 สารบัญ
ต้นทุนต่อรอบเทรดมี 5 ก้อน ไม่ใช่ก้อนเดียว
คนส่วนใหญ่คิดต้นทุนแค่ “ค่าธรรมเนียม 0.25%” แล้วจบ ซึ่งเป็นการนับต่ำกว่าความจริงหลายเท่า เพราะหนึ่งรอบเทรดคือ ซื้อ 1 ครั้ง + ขาย 1 ครั้ง และระหว่างนั้นยังมีต้นทุนอีกหลายชั้นที่ไม่แสดงเป็นบรรทัด “ค่าธรรมเนียม” ในหน้าจอ
| ก้อนต้นทุน | เห็นในหน้าจอไหม | เกิดตอนไหน | ขนาดโดยทั่วไป |
|---|---|---|---|
| 1. ค่าธรรมเนียมขาซื้อ | เห็น | ตอนคำสั่งซื้อจับคู่ | 0.10–0.25% |
| 2. ค่าธรรมเนียมขาขาย | เห็น | ตอนคำสั่งขายจับคู่ | 0.10–0.25% |
| 3. สเปรด (ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย) | ไม่เห็น | ทุกครั้งที่กดราคาตลาด | 0.02–1%+ แล้วแต่สภาพคล่อง |
| 4. ค่าถอนเหรียญ / ถอนเงินบาท | เห็น แต่มักลืมนับ | ตอนย้ายของออก | คงที่เป็นจำนวน ไม่ใช่ % |
| 5. ค่าแปลงเงิน (บาท↔USDT↔เหรียญ) | ไม่เห็น | ตอนเด้งข้ามคู่เทรด | ซ้ำซ้อนได้ 2–3 ชั้น |
สูตรคำนวณต้นทุนจริงต่อรอบ ใช้ได้กับทุกเว็บ
เป้าหมายคือแปลงต้นทุนทุกก้อนให้เป็น เปอร์เซ็นต์เดียว เรียกว่า “จุดเท่าทุน” (break-even) คือราคาต้องขึ้นกี่ % คุณถึงจะไม่ขาดทุน
ต้นทุนรอบ (%) = ค่าธรรมเนียมซื้อ (%) + ค่าธรรมเนียมขาย (%) + สเปรด (%) + [ค่าถอนคงที่ ÷ เงินต้น × 100]
ตัวอย่างเร็ว ๆ เทรดคู่บาทที่คิดค่าธรรมเนียม 0.25% ทั้งสองขา สเปรด 0.10% เงินต้น 10,000 บาท ไม่ถอนออก:
0.25 + 0.25 + 0.10 = 0.60% แปลว่าราคาต้องขึ้นเกิน 0.60% คุณถึงจะเริ่มมีกำไรบาทแรก
ทำไมต้องคูณสอง ไม่ใช่บวกครั้งเดียว
กับดักคลาสสิกคือคนดูหน้าค่าธรรมเนียมเห็น “0.25% ต่อครั้ง” แล้วคิดว่ารอบหนึ่งเสีย 0.25% ความจริงคือ ต่อครั้ง = ต่อคำสั่ง ซื้อหนึ่งคำสั่ง ขายอีกหนึ่งคำสั่ง เท่ากับ 2 ครั้ง คนที่เทรดวันละ 5 รอบ จะเสียค่าธรรมเนียมวันละ 10 ครั้ง คิดเป็น 2.5% ต่อวันจากเงินที่หมุน ก่อนจะพูดถึงกำไรขาดทุนด้วยซ้ำ
ค่าธรรมเนียมจริงของเว็บเทรดไทย ณ วันเขียน
ตัวเลขชุดนี้ดึงจากหน้าค่าธรรมเนียมทางการ ณ 29 สิงหาคม 2026 เว็บเทรดปรับเรตได้ตลอด ให้ใช้เป็นจุดตั้งต้นแล้วเปิดหน้าทางการยืนยันซ้ำก่อนคำนวณจริงเสมอ
| รายการ | Bitkub | BINANCE TH |
|---|---|---|
| คู่เทรดบาท (THB) | 0.25% ต่อครั้ง | 0.25% ต่อครั้ง (รวม VAT) |
| คู่เทรดคริปโต-คริปโต | 0.25% ต่อครั้ง | 0.10% ต่อครั้ง (รวม VAT) |
| Maker กับ Taker | เรตเท่ากัน | เรตเท่ากันสำหรับผู้ใช้ทั่วไป |
| ฝากเงินบาท | ฟรี | ตรวจสอบหน้าทางการ |
| ฝากเหรียญ | ฟรี | ตรวจสอบหน้าทางการ |
| ค่าธรรมเนียมหักจากอะไร | หักจากยอดที่ทำรายการ | หักจากสินทรัพย์ที่ได้รับ |
ค่าถอนเงินบาทของ Bitkub (จากหน้าทางการ)
| ยอดถอน | ธนาคารกสิกรไทย | ธนาคารอื่น |
|---|---|---|
| 21 – 100,000 บาท | 20 บาท | 20 บาท |
| 100,000.01 – 500,000 บาท | 20 บาท | 75 บาท |
| 500,000.01 บาทขึ้นไป | 20 บาท | 200 บาท |
ค่าถอนเหรียญเปลี่ยนทุกวัน
จุดที่คนพลาดบ่อยคือคิดว่าค่าถอนเหรียญเป็นค่าคงที่ ความจริงคือ Bitkub ระบุชัดว่าค่าธรรมเนียมถอนเหรียญ ปรับทุกวันตามเวลาไทย 4 รอบ คือ 12:00, 16:00, 21:00 และ 00:00 โดยอิงค่าธรรมเนียมเครือข่ายบล็อกเชนขณะนั้น แปลว่าถ้าถอนช่วงเครือข่ายแออัด ค่าถอนอาจแพงกว่ารอบก่อนหน้าหลายเท่า
วิธีวัดสเปรดด้วยตัวเองใน 30 วินาที
สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อสูงสุด (Bid) กับราคาเสนอขายต่ำสุด (Ask) เป็นต้นทุนที่คุณจ่ายทันทีที่กดคำสั่งราคาตลาด แต่ไม่มีใครแจ้งคุณเป็นตัวเลข วิธีวัดเองทำได้ในไม่กี่วินาที
เปิดหน้าสมุดคำสั่ง
เข้าหน้าเทรดคู่ที่จะซื้อ มองหาตาราง Order Book ที่มีฝั่งสีเขียว (ซื้อ) และสีแดง (ขาย)
จดตัวเลข 2 ตัว
ราคาแดงต่ำสุด (Ask) และราคาเขียวสูงสุด (Bid) คือสองบรรทัดที่ติดกันตรงกลางตาราง
คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์
สเปรด % = (Ask − Bid) ÷ Bid × 100 ตัวเลขนี้คือต้นทุนแฝงต่อการเข้าหนึ่งครั้ง
เช็คความลึกด้วย
ดูว่าที่ราคานั้นมีของกี่เหรียญ ถ้าไม้ของคุณใหญ่กว่าของที่วางไว้ คุณจะกินไปถึงราคาถัดไป ต้นทุนจริงจะสูงกว่าสเปรดที่คำนวณได้
ตัวอย่าง เหรียญหนึ่งมี Bid 100.00 บาท Ask 100.30 บาท สเปรดเท่ากับ (100.30 − 100.00) ÷ 100.00 × 100 = 0.30% ซึ่งมากกว่าค่าธรรมเนียมหนึ่งขาเสียอีก
ตัวอย่างคำนวณจริง 3 เคส
เคส 1 เทรดสั้นคู่บาท เงินต้น 10,000 บาท
| รายการ | คิดเป็น % | คิดเป็นบาท |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมซื้อ | 0.25% | 25 |
| ค่าธรรมเนียมขาย | 0.25% | 25 |
| สเปรด | 0.10% | 10 |
| รวมต้นทุนรอบ | 0.60% | 60 |
ราคาต้องขึ้นเกิน 0.60% ถึงเท่าทุน ถ้าเทรดแบบนี้วันละ 4 รอบ ต้นทุนสะสมคือ 2.4% ต่อวัน หรือประมาณ 48% ต่อเดือนทำการ ซึ่งแทบไม่มีกลยุทธ์ไหนชนะได้
เคส 2 เทรดคู่คริปโต แล้วถอนออก เงินต้น 5,000 บาท
สมมติเทรดคู่คริปโต-คริปโตที่ 0.10% ทั้งสองขา สเปรด 0.05% แล้วถอนเงินบาทออกธนาคารอื่น 20 บาท
| รายการ | คิดเป็น % |
|---|---|
| ค่าธรรมเนียม 2 ขา | 0.20% |
| สเปรด | 0.05% |
| ค่าถอน 20 บาท ÷ 5,000 | 0.40% |
| รวมต้นทุนรอบ | 0.65% |
เคส 3 เด้งหลายคู่ กับดักค่าแปลงเงินซ้อนชั้น
คนจำนวนมากทำแบบนี้โดยไม่รู้ตัว บาท → USDT → เหรียญเป้าหมาย → USDT → บาท เท่ากับเทรด 4 ครั้ง ไม่ใช่ 2 ครั้ง
| ขั้น | รายการ | ต้นทุน |
|---|---|---|
| 1 | บาท → USDT | ค่าธรรมเนียม + สเปรด |
| 2 | USDT → เหรียญ | ค่าธรรมเนียม + สเปรด |
| 3 | เหรียญ → USDT | ค่าธรรมเนียม + สเปรด |
| 4 | USDT → บาท | ค่าธรรมเนียม + สเปรด |
ถ้าแต่ละขาคิด 0.25% และสเปรดขาละ 0.05% ต้นทุนรวมคือ (0.25 + 0.05) × 4 = 1.20% ต่อรอบ สูงกว่าเคส 1 ถึงเท่าตัว ทั้งที่รู้สึกเหมือนทำอย่างเดียวกัน
ค่าถอนเหรียญ กับดักที่แพงที่สุดสำหรับพอร์ตเล็ก
ค่าถอนเหรียญเป็น “จำนวนคงที่” ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ ผลคือมันกินสัดส่วนพอร์ตเล็กแรงมาก ตารางนี้แสดงว่าค่าถอนเท่ากันกลายเป็นต้นทุนกี่ % เมื่อเงินต้นต่างกัน
| เงินต้น | ค่าถอน 20 บาท | ค่าถอน 200 บาท | ค่าถอนเหรียญ 300 บาท |
|---|---|---|---|
| 1,000 บาท | 2.00% | 20.00% | 30.00% |
| 5,000 บาท | 0.40% | 4.00% | 6.00% |
| 20,000 บาท | 0.10% | 1.00% | 1.50% |
| 100,000 บาท | 0.02% | 0.20% | 0.30% |
เลือกเครือข่ายให้ถูก ประหยัดได้หลักร้อยต่อครั้ง
เหรียญเดียวกันถอนได้หลายเครือข่าย และค่าถอนต่างกันมาก โดยเฉพาะเหรียญสเตเบิลที่มีทั้งเครือข่ายค่าธรรมเนียมสูงและค่าธรรมเนียมต่ำ
- เช็คก่อนว่าปลายทางรองรับเครือข่ายไหนบ้าง อย่าเลือกจากค่าถอนถูกอย่างเดียว
- เลือกเครือข่ายที่ทั้งต้นทางและปลายทางรองรับ แล้วค่อยเทียบค่าถอน
- คัดลอกที่อยู่จากหน้าฝากของปลายทางเสมอ ห้ามพิมพ์เอง ห้ามใช้ที่อยู่เก่าที่จดไว้
- ทดสอบด้วยยอดเล็กก่อนถ้าเป็นการโอนครั้งแรกไปที่อยู่ใหม่
- ดูยอดขั้นต่ำในการถอน บางเว็บมีขั้นต่ำสูงกว่ายอดที่คุณมี
7 กับดักที่คนคำนวณผิดบ่อยที่สุด
🚩 1. นับค่าธรรมเนียมขาเดียว
เห็น “0.25% ต่อครั้ง” แล้วคิดว่ารอบหนึ่งเสีย 0.25% ทั้งที่หนึ่งรอบมีสองครั้ง
🚩 2. ลืมสเปรดเพราะไม่มีใครแจ้ง
สเปรดไม่ปรากฏเป็นบรรทัดค่าใช้จ่าย จึงถูกมองข้าม ทั้งที่ในเหรียญสภาพคล่องต่ำมันแพงกว่าค่าธรรมเนียม
🚩 3. คิดค่าถอนเป็นเปอร์เซ็นต์
ค่าถอนเป็นจำนวนคงที่ ยิ่งพอร์ตเล็กยิ่งกินสัดส่วนสูง คนพอร์ตเล็กที่ถอนบ่อยจึงขาดทุนสะสมโดยไม่รู้ตัว
🚩 4. อิงเรตโปรโมชันที่หมดอายุ
โปรค่าธรรมเนียม 0% มักมีช่วงเวลาจำกัดและมีคู่ที่ยกเว้น การจำเรตโปรมาคำนวณทำให้ประเมินต้นทุนต่ำกว่าจริง
🚩 5. ลืมว่าค่าธรรมเนียมหักจากสินทรัพย์ที่ได้รับ
บางเว็บหักค่าธรรมเนียมจากเหรียญที่คุณได้ ไม่ใช่จากเงินที่จ่าย ผลคือจำนวนเหรียญที่เข้ากระเป๋าน้อยกว่าที่คำนวณไว้เล็กน้อยทุกครั้ง
🚩 6. เด้งข้ามคู่โดยไม่จำเป็น
การผ่าน USDT เมื่อมีคู่บาทตรงอยู่แล้ว ทำให้จำนวนครั้งที่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเป็นสองเท่า
🚩 7. ไม่นับต้นทุนตอนตั้งเป้าทำกำไร
ตั้งเป้าเก็บกำไร 0.5% แต่ต้นทุนรอบคือ 0.6% แปลว่าถึงเป้าก็ยังขาดทุน เป็นสาเหตุที่หลายคนเทรดถูกทางแต่พอร์ตลด
เช็กลิสต์ก่อนกดเทรดทุกครั้ง
- เปิดหน้าค่าธรรมเนียมทางการของเว็บที่ใช้ ยืนยันเรตวันนี้ ไม่ใช้เรตที่จำมา
- คูณค่าธรรมเนียมด้วยจำนวนคำสั่งที่จะทำจริงตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ใช่แค่สองครั้ง
- วัดสเปรดจากสมุดคำสั่งด้วยสูตร (Ask − Bid) ÷ Bid × 100
- เช็คความลึกของสมุดคำสั่งว่ารองรับขนาดไม้ของคุณได้ไหม
- ถ้าจะถอน ให้หารค่าถอนด้วยเงินต้นเป็น % แล้วรวมเข้าไปด้วย
- บวกทุกก้อนเป็นตัวเลขเดียว นั่นคือจุดเท่าทุนของคุณ
- เทียบเป้ากำไรกับจุดเท่าทุน ถ้าเป้าน้อยกว่า 3 เท่า ให้ทบทวนไม้นั้นใหม่
- เลือกคู่เทรดและเครือข่ายที่ทำให้จำนวนคำสั่งน้อยที่สุดโดยสภาพคล่องยังพอ
สรุป
หนึ่งรอบคือสองคำสั่ง
ค่าธรรมเนียม “ต่อครั้ง” หมายถึงต่อคำสั่ง ซื้อและขายนับแยกกัน ต้องคูณสองเสมอ
สเปรดคือต้นทุนที่มองไม่เห็น
วัดเองจากสมุดคำสั่ง ในเหรียญสภาพคล่องต่ำมันแพงกว่าค่าธรรมเนียมได้หลายเท่า
ค่าถอนกินพอร์ตเล็กแรงที่สุด
เป็นค่าคงที่ ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ ตั้งเพดานไว้ที่ 0.5% ของยอดถอนแล้วรวบยอดถอนครั้งเดียว
เด้งข้ามคู่ทำต้นทุนเป็นสองเท่า
บาท → USDT → เหรียญ แล้วย้อนกลับ คือสี่คำสั่ง ไม่ใช่สอง เลือกเส้นทางที่สั้นที่สุดที่สภาพคล่องยังพอ
เป้ากำไรต้องมากกว่าต้นทุน 3 เท่า
ถ้าเป้าใกล้เคียงจุดเท่าทุน คุณกำลังรับความเสี่ยงทั้งหมดเพื่อแลกกับค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้เว็บเทรด
ยืนยันเรตจากหน้าทางการทุกครั้ง
เว็บเทรดปรับค่าธรรมเนียมและค่าถอนได้ตลอด ค่าถอนเหรียญของ Bitkub ปรับวันละ 4 รอบ ตัวเลขเมื่อวานใช้วันนี้ไม่ได้


















