มูลนิธิอีเธอเรียม (Ethereum Foundation) เผยแพร่การจัดอันดับข้อเสนอปรับปรุงเครือข่ายครั้งแรกในนามของทีมรวม เมื่อ 7 กันยายน 2569 โดยคัดจาก 62 ข้อเสนอเหลือเพียง 2 ตัวที่ติดป้าย “ต้องส่งให้ได้” สำหรับอัปเกรดชื่อ Hegotá ได้แก่ EIP-7805 (FOCIL) ที่แก้ปัญหาการเซ็นเซอร์ธุรกรรม และ EIP-8141 (Frame Transactions) ที่เปิดทางให้ผู้ใช้จ่ายค่าธรรมเนียมแก๊สด้วยเหรียญอื่นโดยไม่ต้องถือ ETH ติดกระเป๋า
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้น: คัด 62 ข้อเสนอเหลือ 2
กลุ่ม Protocol cluster ของมูลนิธิอีเธอเรียมประเมินข้อเสนอปรับปรุงเครือข่าย (EIP) ทั้งหมด 62 รายการ โดยรวบรวมความเห็นจากนักวิจัยและวิศวกรราว 60 คน แล้วจัดเป็นชั้น ๆ ตามลำดับความสำคัญ นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมโปรโตคอลเผยแพร่มุมมองแบบรวมเป็นเสียงเดียว แทนที่แต่ละทีมย่อยจะออกความเห็นแยกกันเหมือนที่ผ่านมา ตามรายงานของ Cointelegraph เมื่อ 7 กันยายน 2569
| ชั้น | จำนวน | ความหมาย |
|---|---|---|
| ต้องส่งให้ได้ (Must Ship) | 2 | ถ้าตัวใดตัวหนึ่งติดปัญหา มูลนิธิยอมเลื่อนอัปเกรดทั้งชุด |
| ชั้น A | 15 | คาดว่าจะได้เข้า ถ้าไม่ติดข้อจำกัดด้านการพัฒนา |
| ผู้เข้าชิง (Candidate) | 8 | ยังพิจารณาอยู่ |
| ต่ำกว่าเส้น | 7 | ยังไม่ตัดออก แต่ลำดับความสำคัญต่ำ |
| ปฏิเสธ | 28 | ไม่เข้าอัปเกรดรอบนี้ |
| ยังไม่จัดอันดับ | 2 | รอข้อมูลจริงจากเมนเน็ตหลัง Glamsterdam |
EIP-7805 FOCIL — ปิดช่องเซ็นเซอร์ธุรกรรม
ตัวแรกที่ติดป้าย “ต้องส่งให้ได้” คือ EIP-7805 หรือชื่อเล่นว่า FOCIL ซึ่งอยู่ในชั้นฉันทามติ (consensus layer) หน้าที่ของมันคือเปิดเส้นทางตรงให้ธุรกรรมของผู้ใช้ถูกบรรจุลงบล็อกได้ โดยไม่ต้องพึ่งผู้สร้างบล็อก (block builder) รายใหญ่ที่กระจุกตัวอยู่ไม่กี่ราย
ปัญหาที่ FOCIL ตั้งใจแก้คือ ทุกวันนี้ธุรกรรมส่วนใหญ่บนอีเธอเรียมผ่านมือผู้สร้างบล็อกมืออาชีพจำนวนน้อยราย ซึ่งในทางทฤษฎีสามารถเลือกไม่ใส่ธุรกรรมของที่อยู่บางแห่งลงในบล็อกได้ เช่น ที่อยู่ที่ถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตร FOCIL ทำให้ผู้ตรวจสอบธุรกรรมรายอื่นช่วยกันบังคับให้ธุรกรรมที่ถูกกันออกได้เข้าบล็อกในที่สุด
EIP-8141 Frames — จ่ายแก๊สด้วยเหรียญอื่น
ตัวที่สองคือ EIP-8141 หรือ Frame Transactions ในชั้นการประมวลผล (execution layer) ตัวนี้คือส่วนที่ผู้ใช้ทั่วไปจะรู้สึกได้ชัดที่สุด เพราะมันรื้อโครงสร้างของ “ธุรกรรม” ใหม่ทั้งหมด
แทนที่ธุรกรรมหนึ่งรายการจะมีรูปแบบตายตัวแบบเดิม EIP-8141 เปลี่ยนให้ธุรกรรมประกอบด้วยลำดับของ “เฟรม” ได้สูงสุด 64 เฟรม โดยแต่ละเฟรมทำงานเหมือนการเรียกสัญญาอัจฉริยะหนึ่งครั้ง โครงสร้างนี้แยกขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์ การจ่ายค่าธรรมเนียม และการทำงานจริงออกจากกัน ผลที่ตามมาคือความสามารถต่อไปนี้
จ่ายแก๊สด้วยโทเคน ERC-20
ผู้ใช้จ่ายค่าธรรมเนียมด้วยเหรียญอย่างสเตเบิลคอยน์ได้ โดยไม่ต้องมี ETH ค้างในกระเป๋า
ให้คนอื่นออกค่าแก๊สแทน
แอปหรือบุคคลที่สามรับผิดชอบค่าธรรมเนียมให้ผู้ใช้ได้ทั้งก้อน
รวมหลายรายการเป็นชุดเดียว
มัดหลายการกระทำไว้ด้วยกัน สำเร็จพร้อมกันหรือล้มเหลวพร้อมกัน
เปลี่ยนกุญแจได้เป็นครั้งแรก
กลไกนี้ตัดความผูกติดระหว่างบัญชีกับกุญแจแบบ ECDSA ทำให้หมุนเปลี่ยนกุญแจได้
จุดที่ทำให้ข้อเสนอนี้ต่างจากของเดิมคือ ผู้ใช้กระเป๋าธรรมดา (EOA) ได้ประโยชน์เหล่านี้ผ่านสิ่งที่เรียกว่า default code โดยไม่ต้องย้ายไปเป็นกระเป๋าแบบสัญญาอัจฉริยะก่อน ต่างจาก ERC-4337 ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้
| ประเด็น | ERC-4337 (ของเดิม) | EIP-8141 Frames (ข้อเสนอใหม่) |
|---|---|---|
| เส้นทางธุรกรรม | ผ่าน mempool แยกต่างหาก | อยู่ใน mempool สาธารณะของเครือข่าย |
| ตัวกลาง | ต้องมี bundler บุคคลที่สาม | ใช้กฎระดับโปรโตคอล โหนดตรวจสอบได้เอง |
| กระเป๋าผู้ใช้ | ต้องย้ายไปเป็นกระเป๋าสัญญาอัจฉริยะ | กระเป๋า EOA เดิมใช้ได้เลย |
แมตต์ การ์เน็ตต์ (Matt Garnett) นักพัฒนาที่ใช้ชื่อว่า lightclient และเป็นผู้ร่วมเขียนข้อเสนอนี้ ระบุว่า Frames “ควรเป็นรูปแบบธุรกรรมสุดท้ายที่เราต้องการสำหรับบัญชี” ส่วน วิตาลิก บูเทริน ออกมาสนับสนุนต่อสาธารณะเมื่อ 5 กันยายน 2569 ว่า “ความคืบหน้าสำคัญของ Frames (EIP-8141) เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา” ตามรายงานของ Decrypt
มุมควอนตัม: ทางออกจากลายเซ็นแบบเดิม
เหตุผลที่ผู้เขียนข้อเสนอชูเป็นอันดับแรกกลับไม่ใช่เรื่องความสะดวก แต่เป็นการรับมือคอมพิวเตอร์ควอนตัม ทุกวันนี้บัญชีบนอีเธอเรียมผูกกับการเข้ารหัสแบบเส้นโค้งวงรี (elliptic curve) ซึ่งเป็นสิ่งที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคตมีโอกาสถอดรหัสได้ Frames จึงถูกวางเป็น “ทางออกในตัวโปรโตคอล” ให้ย้ายไปใช้ลายเซ็นแบบต้านควอนตัมได้
อุปสรรคคือ ลายเซ็นแบบต้านควอนตัมกินพื้นที่หลายกิโลไบต์ต่อหนึ่งลายเซ็น ซึ่งใหญ่เกินกว่าจะยัดลงบล็อกได้ในปริมาณมาก การ์เน็ตต์ชี้ว่าจำเป็นต้องมีการรวบลายเซ็น (signature aggregation) ในระดับโปรโตคอล และโครงสร้างแบบเฟรมคือสิ่งที่เปิดทางให้ทำแบบนั้นได้ นอกจากนี้ บูเทรินยังยกตัวอย่างการทดสอบบนเทสต์เน็ตที่จับ Frames คู่กับ FOCIL แล้วทำให้โปรโตคอลความเป็นส่วนตัวทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งตัวกลางส่งต่อธุรกรรม
จุดที่คนมักเข้าใจผิด
ป้าย “ต้องส่งให้ได้” ฟังดูเหมือนเรื่องจบแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังไม่ใช่ นี่คือการจัดลำดับความสำคัญของทีมโปรโตคอลในมูลนิธิ ไม่ใช่การล็อกตารางอัปเกรดอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการตกลงร่วมกันของนักพัฒนาหลักทุกทีมอีกชั้นหนึ่ง
⚠️ ยังเป็นแค่ร่าง
EIP-8141 ยังมีสถานะเป็นร่างมาตั้งแต่มกราคม 2569 และ ณ วันที่รายงาน ยังไม่ถูกกำหนดเข้าอัปเกรดใดอย่างเป็นทางการ
⚠️ ยังไม่ถึงคิว Hegotá
ต้องรอ Glamsterdam ขึ้นเมนเน็ตก่อน ทีมไคลเอนต์ถึงจะเริ่มพัฒนา Hegotá ได้ ซึ่งคาดว่าเร็วสุดคือปลายปี 2569
⚠️ เลื่อนได้ถ้าติดปัญหา
มูลนิธิระบุเองว่าจะปรับไทม์ไลน์ Hegotá ถ้าข้อเสนอบังคับตัวใดตัวหนึ่งเจอปัญหาระหว่างพัฒนา
มุมคนไทย
สำหรับคนไทยที่ใช้งานอีเธอเรียมหรือเลเยอร์ 2 ความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ที่สุดคือข้อแรกของ Frame Transactions นั่นคือการจ่ายค่าแก๊สด้วยเหรียญอื่น เพราะทุกวันนี้ผู้ใช้จำนวนมากที่ถือแต่สเตเบิลคอยน์ยังต้องซื้อหรือถอน ETH จำนวนเล็กน้อยจากกระดานเทรดในประเทศมาไว้จ่ายค่าธรรมเนียมโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นทั้งขั้นตอนส่วนเกินและมีต้นทุนค่าถอนซ้ำซ้อน หากข้อเสนอนี้ผ่านจริง ขั้นตอนนั้นจะหายไป แต่ต้องย้ำว่ากรอบเวลายังอยู่ที่ปลายปี 2569 เป็นอย่างเร็ว และยังเปลี่ยนแปลงได้
ด้านราคา ณ วันที่ 8 กันยายน 2569 ETH ซื้อขายอยู่ที่ราว 2,494 ดอลลาร์ ลดลงราว 0.6% ในรอบ 24 ชั่วโมง มูลค่าตลาดราว 304,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยังไม่มีสัญญาณว่าตลาดตอบสนองต่อข่าวการจัดอันดับ EIP ครั้งนี้อย่างมีนัยสำคัญ
สรุป + คำถามที่พบบ่อย
- มูลนิธิอีเธอเรียมคัด 62 ข้อเสนอเหลือ 2 ตัวที่ติดป้าย “ต้องส่งให้ได้” ในอัปเกรด Hegotá
- EIP-7805 (FOCIL) แก้เรื่องการเซ็นเซอร์ธุรกรรม ส่วน EIP-8141 (Frames) เปิดทางจ่ายแก๊สด้วยเหรียญอื่นและรับมือควอนตัม
- ยังเป็นการจัดลำดับความสำคัญ ไม่ใช่ตารางอัปเกรดที่ล็อกแล้ว การพัฒนาเริ่มได้เร็วสุดปลายปี 2569 หลัง Glamsterdam
ถาม: Hegotá คืออะไร?
ตอบ: ชื่ออัปเกรดเครือข่ายอีเธอเรียมรอบถัดไปหลังจาก Glamsterdam โดยอัปเกรดล่าสุดที่ขึ้นเมนเน็ตแล้วคือ Fusaka เมื่อธันวาคม 2568
ถาม: ถ้า EIP-8141 ผ่าน ผู้ใช้ต้องย้ายกระเป๋าไหม?
ตอบ: ตามข้อเสนอคือไม่ต้อง กระเป๋าแบบ EOA เดิมจะได้ความสามารถใหม่ผ่าน default code โดยไม่ต้องแปลงเป็นกระเป๋าสัญญาอัจฉริยะเหมือน ERC-4337
ถาม: FOCIL ต่างจากการกระจายศูนย์แบบเดิมอย่างไร?
ตอบ: มันเพิ่มเส้นทางให้ธุรกรรมเข้าบล็อกได้โดยไม่ต้องผ่านผู้สร้างบล็อกรายใหญ่ ซึ่งเป็นจุดที่การเซ็นเซอร์ระดับที่อยู่กระเป๋าเกิดขึ้นได้ในทางทฤษฎี
ถาม: จะได้ใช้จริงเมื่อไร?
ตอบ: ยังไม่มีวันที่แน่นอน ทีมไคลเอนต์คาดว่าจะเริ่มพัฒนา Hegotá ได้เร็วสุดปลายปี 2569 หลัง Glamsterdam ขึ้นเมนเน็ตเรียบร้อย





















