Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลกBybit — เทรด Futures โบนัส $30,000
LIVE
SiamBitcoin Cap → ราคา 500 เหรียญ
TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าว Ethereumอีเธอเรียมเคาะ 2 ฟีเจอร์บังคับของอัปเกรด Hegotá — เปิดทางจ่ายค่าแก๊สด้วยเหรียญอื่น ไม่ต้องถือ ETH

อีเธอเรียมเคาะ 2 ฟีเจอร์บังคับของอัปเกรด Hegotá — เปิดทางจ่ายค่าแก๊สด้วยเหรียญอื่น ไม่ต้องถือ ETH

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใครP2PB2B — Exchange เหรียญใหม่

มูลนิธิอีเธอเรียม (Ethereum Foundation) เผยแพร่การจัดอันดับข้อเสนอปรับปรุงเครือข่ายครั้งแรกในนามของทีมรวม เมื่อ 7 กันยายน 2569 โดยคัดจาก 62 ข้อเสนอเหลือเพียง 2 ตัวที่ติดป้าย “ต้องส่งให้ได้” สำหรับอัปเกรดชื่อ Hegotá ได้แก่ EIP-7805 (FOCIL) ที่แก้ปัญหาการเซ็นเซอร์ธุรกรรม และ EIP-8141 (Frame Transactions) ที่เปิดทางให้ผู้ใช้จ่ายค่าธรรมเนียมแก๊สด้วยเหรียญอื่นโดยไม่ต้องถือ ETH ติดกระเป๋า

Bitcoin
ราคา Bitcoin (BTC) วันนี้ บิตคอยน์
฿2,609,654.20▼1.01%
ราคา Bitkub ฿2,610,566.00 (พรีเมียม +0.03%)
สูง/ต่ำ 24 ชม. ฿2,645,617.65 / ฿2,588,197.18
ดูกราฟและข้อมูลเต็ม →
ข้อมูลจาก SiamBitcoin Cap · อัปเดต 08:05

เกิดอะไรขึ้น: คัด 62 ข้อเสนอเหลือ 2

กลุ่ม Protocol cluster ของมูลนิธิอีเธอเรียมประเมินข้อเสนอปรับปรุงเครือข่าย (EIP) ทั้งหมด 62 รายการ โดยรวบรวมความเห็นจากนักวิจัยและวิศวกรราว 60 คน แล้วจัดเป็นชั้น ๆ ตามลำดับความสำคัญ นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมโปรโตคอลเผยแพร่มุมมองแบบรวมเป็นเสียงเดียว แทนที่แต่ละทีมย่อยจะออกความเห็นแยกกันเหมือนที่ผ่านมา ตามรายงานของ Cointelegraph เมื่อ 7 กันยายน 2569

ชั้น จำนวน ความหมาย
ต้องส่งให้ได้ (Must Ship) 2 ถ้าตัวใดตัวหนึ่งติดปัญหา มูลนิธิยอมเลื่อนอัปเกรดทั้งชุด
ชั้น A 15 คาดว่าจะได้เข้า ถ้าไม่ติดข้อจำกัดด้านการพัฒนา
ผู้เข้าชิง (Candidate) 8 ยังพิจารณาอยู่
ต่ำกว่าเส้น 7 ยังไม่ตัดออก แต่ลำดับความสำคัญต่ำ
ปฏิเสธ 28 ไม่เข้าอัปเกรดรอบนี้
ยังไม่จัดอันดับ 2 รอข้อมูลจริงจากเมนเน็ตหลัง Glamsterdam
📌 Hegotá คืออัปเกรดถัดจาก Glamsterdam ซึ่งเน้นเรื่องการขยายขนาดเครือข่าย ส่วนอัปเกรดล่าสุดที่ขึ้นเมนเน็ตไปแล้วคือ Fusaka เมื่อ 3 ธันวาคม 2568 ที่นำ PeerDAS เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลของเลเยอร์ 2

EIP-7805 FOCIL — ปิดช่องเซ็นเซอร์ธุรกรรม

ตัวแรกที่ติดป้าย “ต้องส่งให้ได้” คือ EIP-7805 หรือชื่อเล่นว่า FOCIL ซึ่งอยู่ในชั้นฉันทามติ (consensus layer) หน้าที่ของมันคือเปิดเส้นทางตรงให้ธุรกรรมของผู้ใช้ถูกบรรจุลงบล็อกได้ โดยไม่ต้องพึ่งผู้สร้างบล็อก (block builder) รายใหญ่ที่กระจุกตัวอยู่ไม่กี่ราย

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX

ปัญหาที่ FOCIL ตั้งใจแก้คือ ทุกวันนี้ธุรกรรมส่วนใหญ่บนอีเธอเรียมผ่านมือผู้สร้างบล็อกมืออาชีพจำนวนน้อยราย ซึ่งในทางทฤษฎีสามารถเลือกไม่ใส่ธุรกรรมของที่อยู่บางแห่งลงในบล็อกได้ เช่น ที่อยู่ที่ถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตร FOCIL ทำให้ผู้ตรวจสอบธุรกรรมรายอื่นช่วยกันบังคับให้ธุรกรรมที่ถูกกันออกได้เข้าบล็อกในที่สุด

EIP-8141 Frames — จ่ายแก๊สด้วยเหรียญอื่น

ตัวที่สองคือ EIP-8141 หรือ Frame Transactions ในชั้นการประมวลผล (execution layer) ตัวนี้คือส่วนที่ผู้ใช้ทั่วไปจะรู้สึกได้ชัดที่สุด เพราะมันรื้อโครงสร้างของ “ธุรกรรม” ใหม่ทั้งหมด

แทนที่ธุรกรรมหนึ่งรายการจะมีรูปแบบตายตัวแบบเดิม EIP-8141 เปลี่ยนให้ธุรกรรมประกอบด้วยลำดับของ “เฟรม” ได้สูงสุด 64 เฟรม โดยแต่ละเฟรมทำงานเหมือนการเรียกสัญญาอัจฉริยะหนึ่งครั้ง โครงสร้างนี้แยกขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์ การจ่ายค่าธรรมเนียม และการทำงานจริงออกจากกัน ผลที่ตามมาคือความสามารถต่อไปนี้

1

จ่ายแก๊สด้วยโทเคน ERC-20

ผู้ใช้จ่ายค่าธรรมเนียมด้วยเหรียญอย่างสเตเบิลคอยน์ได้ โดยไม่ต้องมี ETH ค้างในกระเป๋า

2

ให้คนอื่นออกค่าแก๊สแทน

แอปหรือบุคคลที่สามรับผิดชอบค่าธรรมเนียมให้ผู้ใช้ได้ทั้งก้อน

3

รวมหลายรายการเป็นชุดเดียว

มัดหลายการกระทำไว้ด้วยกัน สำเร็จพร้อมกันหรือล้มเหลวพร้อมกัน

4

เปลี่ยนกุญแจได้เป็นครั้งแรก

กลไกนี้ตัดความผูกติดระหว่างบัญชีกับกุญแจแบบ ECDSA ทำให้หมุนเปลี่ยนกุญแจได้

จุดที่ทำให้ข้อเสนอนี้ต่างจากของเดิมคือ ผู้ใช้กระเป๋าธรรมดา (EOA) ได้ประโยชน์เหล่านี้ผ่านสิ่งที่เรียกว่า default code โดยไม่ต้องย้ายไปเป็นกระเป๋าแบบสัญญาอัจฉริยะก่อน ต่างจาก ERC-4337 ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้

ประเด็น ERC-4337 (ของเดิม) EIP-8141 Frames (ข้อเสนอใหม่)
เส้นทางธุรกรรม ผ่าน mempool แยกต่างหาก อยู่ใน mempool สาธารณะของเครือข่าย
ตัวกลาง ต้องมี bundler บุคคลที่สาม ใช้กฎระดับโปรโตคอล โหนดตรวจสอบได้เอง
กระเป๋าผู้ใช้ ต้องย้ายไปเป็นกระเป๋าสัญญาอัจฉริยะ กระเป๋า EOA เดิมใช้ได้เลย

แมตต์ การ์เน็ตต์ (Matt Garnett) นักพัฒนาที่ใช้ชื่อว่า lightclient และเป็นผู้ร่วมเขียนข้อเสนอนี้ ระบุว่า Frames “ควรเป็นรูปแบบธุรกรรมสุดท้ายที่เราต้องการสำหรับบัญชี” ส่วน วิตาลิก บูเทริน ออกมาสนับสนุนต่อสาธารณะเมื่อ 5 กันยายน 2569 ว่า “ความคืบหน้าสำคัญของ Frames (EIP-8141) เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา” ตามรายงานของ Decrypt

มุมควอนตัม: ทางออกจากลายเซ็นแบบเดิม

เหตุผลที่ผู้เขียนข้อเสนอชูเป็นอันดับแรกกลับไม่ใช่เรื่องความสะดวก แต่เป็นการรับมือคอมพิวเตอร์ควอนตัม ทุกวันนี้บัญชีบนอีเธอเรียมผูกกับการเข้ารหัสแบบเส้นโค้งวงรี (elliptic curve) ซึ่งเป็นสิ่งที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคตมีโอกาสถอดรหัสได้ Frames จึงถูกวางเป็น “ทางออกในตัวโปรโตคอล” ให้ย้ายไปใช้ลายเซ็นแบบต้านควอนตัมได้

อุปสรรคคือ ลายเซ็นแบบต้านควอนตัมกินพื้นที่หลายกิโลไบต์ต่อหนึ่งลายเซ็น ซึ่งใหญ่เกินกว่าจะยัดลงบล็อกได้ในปริมาณมาก การ์เน็ตต์ชี้ว่าจำเป็นต้องมีการรวบลายเซ็น (signature aggregation) ในระดับโปรโตคอล และโครงสร้างแบบเฟรมคือสิ่งที่เปิดทางให้ทำแบบนั้นได้ นอกจากนี้ บูเทรินยังยกตัวอย่างการทดสอบบนเทสต์เน็ตที่จับ Frames คู่กับ FOCIL แล้วทำให้โปรโตคอลความเป็นส่วนตัวทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งตัวกลางส่งต่อธุรกรรม

💡 ประเด็นควอนตัมนี้ต่อเนื่องจากท่าทีของกลุ่ม G7 เมื่อต้นเดือนกันยายน ที่เตือนว่าอุตสาหกรรมคริปโตถึงเวลาต้องลงมือย้ายไปใช้การเข้ารหัสแบบต้านควอนตัมแล้ว ไม่ใช่แค่ศึกษาไปเรื่อย ๆ

จุดที่คนมักเข้าใจผิด

ป้าย “ต้องส่งให้ได้” ฟังดูเหมือนเรื่องจบแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังไม่ใช่ นี่คือการจัดลำดับความสำคัญของทีมโปรโตคอลในมูลนิธิ ไม่ใช่การล็อกตารางอัปเกรดอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการตกลงร่วมกันของนักพัฒนาหลักทุกทีมอีกชั้นหนึ่ง

⚠️ ยังเป็นแค่ร่าง

EIP-8141 ยังมีสถานะเป็นร่างมาตั้งแต่มกราคม 2569 และ ณ วันที่รายงาน ยังไม่ถูกกำหนดเข้าอัปเกรดใดอย่างเป็นทางการ

⚠️ ยังไม่ถึงคิว Hegotá

ต้องรอ Glamsterdam ขึ้นเมนเน็ตก่อน ทีมไคลเอนต์ถึงจะเริ่มพัฒนา Hegotá ได้ ซึ่งคาดว่าเร็วสุดคือปลายปี 2569

⚠️ เลื่อนได้ถ้าติดปัญหา

มูลนิธิระบุเองว่าจะปรับไทม์ไลน์ Hegotá ถ้าข้อเสนอบังคับตัวใดตัวหนึ่งเจอปัญหาระหว่างพัฒนา

มุมคนไทย

สำหรับคนไทยที่ใช้งานอีเธอเรียมหรือเลเยอร์ 2 ความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ที่สุดคือข้อแรกของ Frame Transactions นั่นคือการจ่ายค่าแก๊สด้วยเหรียญอื่น เพราะทุกวันนี้ผู้ใช้จำนวนมากที่ถือแต่สเตเบิลคอยน์ยังต้องซื้อหรือถอน ETH จำนวนเล็กน้อยจากกระดานเทรดในประเทศมาไว้จ่ายค่าธรรมเนียมโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นทั้งขั้นตอนส่วนเกินและมีต้นทุนค่าถอนซ้ำซ้อน หากข้อเสนอนี้ผ่านจริง ขั้นตอนนั้นจะหายไป แต่ต้องย้ำว่ากรอบเวลายังอยู่ที่ปลายปี 2569 เป็นอย่างเร็ว และยังเปลี่ยนแปลงได้

ด้านราคา ณ วันที่ 8 กันยายน 2569 ETH ซื้อขายอยู่ที่ราว 2,494 ดอลลาร์ ลดลงราว 0.6% ในรอบ 24 ชั่วโมง มูลค่าตลาดราว 304,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยังไม่มีสัญญาณว่าตลาดตอบสนองต่อข่าวการจัดอันดับ EIP ครั้งนี้อย่างมีนัยสำคัญ

สรุป + คำถามที่พบบ่อย

  • มูลนิธิอีเธอเรียมคัด 62 ข้อเสนอเหลือ 2 ตัวที่ติดป้าย “ต้องส่งให้ได้” ในอัปเกรด Hegotá
  • EIP-7805 (FOCIL) แก้เรื่องการเซ็นเซอร์ธุรกรรม ส่วน EIP-8141 (Frames) เปิดทางจ่ายแก๊สด้วยเหรียญอื่นและรับมือควอนตัม
  • ยังเป็นการจัดลำดับความสำคัญ ไม่ใช่ตารางอัปเกรดที่ล็อกแล้ว การพัฒนาเริ่มได้เร็วสุดปลายปี 2569 หลัง Glamsterdam

ถาม: Hegotá คืออะไร?
ตอบ: ชื่ออัปเกรดเครือข่ายอีเธอเรียมรอบถัดไปหลังจาก Glamsterdam โดยอัปเกรดล่าสุดที่ขึ้นเมนเน็ตแล้วคือ Fusaka เมื่อธันวาคม 2568

ถาม: ถ้า EIP-8141 ผ่าน ผู้ใช้ต้องย้ายกระเป๋าไหม?
ตอบ: ตามข้อเสนอคือไม่ต้อง กระเป๋าแบบ EOA เดิมจะได้ความสามารถใหม่ผ่าน default code โดยไม่ต้องแปลงเป็นกระเป๋าสัญญาอัจฉริยะเหมือน ERC-4337

ถาม: FOCIL ต่างจากการกระจายศูนย์แบบเดิมอย่างไร?
ตอบ: มันเพิ่มเส้นทางให้ธุรกรรมเข้าบล็อกได้โดยไม่ต้องผ่านผู้สร้างบล็อกรายใหญ่ ซึ่งเป็นจุดที่การเซ็นเซอร์ระดับที่อยู่กระเป๋าเกิดขึ้นได้ในทางทฤษฎี

ถาม: จะได้ใช้จริงเมื่อไร?
ตอบ: ยังไม่มีวันที่แน่นอน ทีมไคลเอนต์คาดว่าจะเริ่มพัฒนา Hegotá ได้เร็วสุดปลายปี 2569 หลัง Glamsterdam ขึ้นเมนเน็ตเรียบร้อย

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

Binance — Exchange อันดับ 1 ของโลก
×Bybit — เทรด Futures โบนัส $30,000