Deribit กระดานเทรดออปชันคริปโตใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศยกเลิกหน้า “พิสูจน์เงินสำรอง” (Proof of Reserves) แบบอัปเดตรายวัน มีผลตั้งแต่ 1 กันยายน 2026 หลังย้ายสินทรัพย์ลูกค้าราว 90% ไปอยู่ใต้การดูแลของ Coinbase บริษัทแม่ที่เข้าซื้อกิจการเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 — เครื่องมือที่ผู้ใช้เคยกดเช็คยอดตัวเองได้ทุกวันกำลังจะหายไป เหลือเพียงการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีปีละ 2 ครั้ง
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้นกับ Deribit
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 Deribit เผยแพร่ประกาศบนหน้า Deribit Insights ว่าจะยุติการเผยแพร่หน้า Proof of Reserves แบบรายวัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 เป็นต้นไป
เหตุผลที่ทางกระดานให้ไว้คือ “การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบกระเป๋าเงิน อันเป็นส่วนหนึ่งของการควบรวมกับ Coinbase ที่กำลังดำเนินอยู่” เพราะวิธีการคำนวณเดิมถูกออกแบบมาให้เข้ากับสถาปัตยกรรมกระเป๋าเงินแบบเก่าของ Deribit ซึ่งกำลังถูกรื้อใหม่ทั้งระบบ
Coinbase ปิดดีลเข้าซื้อ Deribit สำเร็จเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 และนับจากนั้นสินทรัพย์ของลูกค้าราว 90% ได้ถูกย้ายไปอยู่ภายใต้การเก็บรักษา (custody) ของ Coinbase เรียบร้อยแล้ว ตามรายงานของ CryptoSlate ที่อ้างอิงจากประกาศอย่างเป็นทางการของ Deribit
ทำไมหน้าพิสูจน์เงินสำรองรายวันถึงสำคัญ
หลังเหตุการณ์ FTX ล่มสลายปี 2022 กระดานเทรดทั่วโลกเริ่มทยอยเปิดหน้า Proof of Reserves เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน โดยหลักการคือแสดงให้เห็นว่า เหรียญที่กระดานถืออยู่จริง ≥ หนี้สินที่ติดค้างลูกค้าทั้งหมด
จุดที่ทำให้ระบบของ Deribit โดดเด่นกว่าหลายเจ้าคือการใช้ binary Merkle tree แบบถนอมความเป็นส่วนตัว ซึ่งเปิดให้ลูกค้าแต่ละรายตรวจสอบด้วยตัวเองได้ว่ายอดคงเหลือของตนถูกนับรวมอยู่ในยอดสำรองที่ประกาศจริงหรือไม่ โดยไม่ต้องเปิดเผยยอดของคนอื่น
พูดง่าย ๆ คือมันเปลี่ยนคำถาม “กระดานบอกว่ามีเงินครบ เราต้องเชื่อเขาไหม” ให้กลายเป็น “เรากดเช็คเองได้ทุกวัน” — และเมื่อหน้านี้หายไป ผู้ใช้ก็ต้องกลับไปพึ่งพาการยืนยันจากบุคคลที่สามแทน
เทียบชัด ๆ ก่อนและหลัง 1 กันยายน
| หัวข้อ | ก่อน 1 ก.ย. 2026 | หลัง 1 ก.ย. 2026 |
|---|---|---|
| ความถี่การเปิดเผย | ทุกวัน | ปีละ 2 ครั้ง (ผ่านการตรวจสอบ) |
| ผู้ใช้เช็คยอดตัวเองได้ | ได้ ผ่าน Merkle proof | ไม่ได้ |
| รูปแบบการเข้าถึง | เปิดสาธารณะบนเว็บ | ต้องติดต่อขอเป็นราย ๆ |
| ผู้เก็บรักษาสินทรัพย์ | กระเป๋าของ Deribit เอง | Coinbase ราว 90% |
| อัตราส่วนเงินสำรอง | ไม่ต่ำกว่า 100% | ไม่ต่ำกว่า 100% (เท่าเดิม) |
สิ่งที่ยังเหลืออยู่ภายใต้กฎ VARA
Deribit อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ VARA (Virtual Assets Regulatory Authority) แห่งดูไบ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 ซึ่งบังคับมาตรการต่อไปนี้อยู่แล้ว
- ดำรงสินทรัพย์สำรองไม่ต่ำกว่า 100% ของหนี้สินที่มีต่อลูกค้า
- แยกสินทรัพย์ลูกค้าออกจากสินทรัพย์ของบริษัทอย่างเด็ดขาด
- กระทบยอด (reconciliation) ภายในเป็นรายวัน
- ตรวจสอบเงินสำรองโดยผู้สอบบัญชีอิสระอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
- ตรวจสอบงบการเงินโดยผู้สอบบัญชีปีละ 1 ครั้ง
- ส่งรายงานการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ให้ VARA ทุกไตรมาส
- ส่งรายการที่อยู่กระเป๋าเงินให้ VARA ทุกเดือน
3 จุดที่นักวิเคราะห์ตั้งคำถาม
💀 1. ความถี่หายไปมาก
จากที่เช็คได้ 365 ครั้งต่อปี เหลือรายงานตรวจสอบเพียง 2 ครั้งต่อปี ช่วงเวลาที่มองไม่เห็นระหว่างรอบตรวจจึงยาวขึ้นเป็นหลักเดือน
⚠️ 2. ไม่ระบุนิติบุคคลผู้ถือ
เอกสารเปิดเผยอ้างถึง “Coinbase” ในระดับชื่อแบรนด์ โดยไม่ระบุว่านิติบุคคลใดในเครือเป็นผู้ถือสินทรัพย์จริง ซึ่งมีผลต่อสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
⚠️ 3. ตรวจสอบเองไม่ได้อีก
กลไก Merkle proof ที่ให้ผู้ใช้ยืนยันด้วยตนเองหายไป เหลือเพียงการเชื่อรายงานของผู้สอบบัญชีและหน่วยงานกำกับ
ข้อสังเกตร่วมของฝั่งวิเคราะห์คือ มาตรการที่เหลือ “เปิดเผยน้อยลง ถี่น้อยลง และบางส่วนต้องร้องขอเท่านั้น” แม้ในทางเทคนิคจะยังครบตามกฎหมายทุกข้อก็ตาม
มุมมองสำหรับนักลงทุนไทย
Deribit เป็นกระดานที่เทรดเดอร์ไทยสายออปชันและฟิวเจอร์สคุ้นเคยดี เพราะครองส่วนแบ่งตลาดออปชัน BTC และ ETH สูงที่สุดในโลกมาหลายปี ข่าวนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว — โดยเฉพาะคนที่ฝากเหรียญค้างไว้เป็นหลักประกันข้ามคืน
ประเด็นที่ควรมองตามความเป็นจริงคือ การย้ายไปอยู่ใต้ Coinbase ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และถูกตรวจสอบตามมาตรฐานบัญชีสหรัฐฯ อาจถือว่าคุณภาพผู้เก็บรักษาดีขึ้นด้วยซ้ำ สิ่งที่ลดลงคือ “ความสามารถในการตรวจสอบด้วยตัวเอง” ไม่ใช่ตัวเงินสำรองที่หายไป ทั้งสองเรื่องนี้ต้องแยกออกจากกัน
- เก็บภาพหน้าจอหรือบันทึก Merkle proof ยอดของตัวเองไว้ก่อนหน้าเว็บถูกปิดวันที่ 1 กันยายน
- ทบทวนว่าจำเป็นต้องวางเหรียญค้างบนกระดานเกินกว่าหลักประกันที่ใช้จริงหรือไม่
- ถอนส่วนที่ไม่ได้ใช้เทรดกลับเข้ากระเป๋าที่ถือกุญแจเอง ตามหลัก “ไม่ใช่กุญแจของคุณ ก็ไม่ใช่เหรียญของคุณ”
- หากถือพอร์ตขนาดใหญ่ ลองใช้สิทธิ์ขอเอกสารงบการเงินที่ตรวจสอบแล้วดูจริง ๆ
สรุป
หน้าเช็ครายวันปิด 1 ก.ย.
Deribit ยุติการเผยแพร่ Proof of Reserves รายวัน เหลือรายงานตรวจสอบปีละ 2 ครั้ง
สินทรัพย์ 90% อยู่กับ Coinbase
เป็นผลจากการรื้อระบบกระเป๋าเงินหลังควบรวม ทำให้วิธีคำนวณแบบเดิมใช้ไม่ได้
เงินสำรองยังต้องครบ 100%
กฎ VARA ยังบังคับอยู่ครบ สิ่งที่ลดคือความโปร่งใสต่อสาธารณะ ไม่ใช่ตัวเงินสำรอง
คำถามที่พบบ่อย
ตอบ: ตามกฎ VARA กระดานยังต้องดำรงเงินสำรองไม่ต่ำกว่า 100% ของหนี้สินลูกค้า และแยกบัญชีตามเดิม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กระทบ “วิธีตรวจสอบ” ไม่ใช่ “จำนวนเงินสำรอง”
ตอบ: กระบวนการพิสูจน์ว่ากระดานถือเหรียญจริงครบตามที่ติดค้างลูกค้า ระบบของ Deribit ใช้ Merkle tree ที่ให้ผู้ใช้ตรวจสอบยอดตัวเองได้โดยไม่เปิดเผยยอดคนอื่น
ตอบ: ยังมีรายงานตรวจสอบเงินสำรองโดยผู้สอบบัญชีอิสระปีละ 2 ครั้ง งบการเงินตรวจสอบรายปี และลูกค้าสามารถติดต่อขอเอกสารเหล่านี้จากฝ่ายสนับสนุนได้
ตอบ: บริษัทระบุว่าวิธีคำนวณเดิมผูกกับโครงสร้างกระเป๋าเงินเก่า ซึ่งถูกรื้อใหม่ระหว่างการควบรวมกับ Coinbase และย้ำว่าการเผยแพร่รายวันเป็นความสมัครใจที่เกินข้อกำหนดของกฎหมายอยู่แล้ว


















