Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันจันทร์, สิงหาคม 17, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าวต่างประเทศด่วน! Binance ส่งข้อมูลลูกค้าให้ทางการรัสเซีย — ชายไอทีถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายเพราะบริจาคช่วยยูเครน

ด่วน! Binance ส่งข้อมูลลูกค้าให้ทางการรัสเซีย — ชายไอทีถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายเพราะบริจาคช่วยยูเครน

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร

Reuters เปิดเอกสารคดีที่สั่นสะเทือนวงการคริปโต — Binance ส่งข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าชาวรัสเซียให้ทางการรัสเซีย และข้อมูลชุดนั้นถูกใช้เป็นหลักฐานตั้งข้อหา “สนับสนุนการก่อการร้าย” กับชายที่โอนเงินช่วยยูเครนรวมกันแค่ราว 700 ดอลลาร์ ตอนนี้เขาถูกขังรอขึ้นศาลตั้งแต่กันยายน 2025 ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ Binance ประกาศถอนตัวออกจากรัสเซียไปตั้งแต่ปี 2023 แล้ว แต่ช่องทางส่งข้อมูลกลับยังทำงานอยู่

เกิดอะไรขึ้น

รายงานพิเศษของ Reuters เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 อ้างเอกสารคดีที่ระบุว่า Binance ซึ่งเป็นเว็บเทรดคริปโตใหญ่สุดของโลก ได้ส่งรายละเอียดลูกค้าให้คณะกรรมการสอบสวนของรัสเซีย (Investigative Committee) และข้อมูลนั้นกลายเป็นหลักฐานหลักในการตั้งข้อหากับ Yuri Belenkiy ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีชาวรัสเซีย

ข้อกล่าวหาคือ Belenkiy โอนเงินระหว่างมกราคม 2023 ถึงมีนาคม 2024 หลังเห็นการเรียกร้องรับบริจาคจาก Arkady Babchenko นักวิจารณ์เครมลินที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ โดยเงินถูกส่งไปให้กองทัพยูเครนและกลุ่มที่เกี่ยวโยงกับกองพลน้อย Azov ซึ่งรัสเซียขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้าย

Crypto.com — แอปคริปโต + บัตร Visa
ประเด็น รายละเอียด
ผู้ถูกดำเนินคดี Yuri Belenkiy ผู้เชี่ยวชาญไอทีชาวรัสเซีย
ข้อหา สนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
ยอดเงินที่โอน รวมกันมากกว่า 700 ดอลลาร์
ช่วงเวลาที่โอน มกราคม 2023 – มีนาคม 2024
ถูกควบคุมตัว กันยายน 2025 (ยังถูกขังรอขึ้นศาล)
ผู้เปิดเผย Reuters อ้างเอกสารคดี
💡 สัดส่วนที่ทำให้คนตกใจคือ เงินที่โอนรวมกัน “หลักร้อยดอลลาร์” แต่โทษที่เผชิญคือคดีก่อการร้าย ซึ่งในรัสเซียมีอัตราโทษหนักมาก

ข้อมูลอะไรบ้างที่ถูกส่งให้

ตามเอกสารที่ Reuters ได้มา ข้อมูลที่ Binance ส่งให้ทางการรัสเซียไม่ใช่แค่ชื่อบัญชี แต่เป็นชุดข้อมูลระบุตัวตนเกือบครบ

  • วันเดือนปีเกิด
  • ที่อยู่
  • เบอร์โทรศัพท์
  • เลขหนังสือเดินทาง
  • สำเนาพาสปอร์ตรัสเซีย
  • สำเนาใบถิ่นที่อยู่บัลแกเรีย

นี่คือข้อมูลระดับที่ผูกกระเป๋าคริปโตเข้ากับตัวบุคคลจริงได้ทันที — เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ทุกคนมอบให้เว็บเทรดตอนทำ KYC โดยไม่ค่อยได้คิดว่าวันหนึ่งมันจะเดินทางไปอยู่ในแฟ้มคดีของรัฐไหน

ฝั่ง Binance ให้ความเห็นว่าบริษัท “ให้ความร่วมมือกับคำร้องขอที่ชอบด้วยกฎหมายจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมาย ความเป็นส่วนตัว และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง” แต่ปฏิเสธที่จะพูดถึงคดีของ Belenkiy เป็นการเฉพาะ

ถอนตัวแล้ว แต่ยังส่งข้อมูลได้?

จุดที่ทำให้เรื่องนี้แสบที่สุดคือไทม์ไลน์ Binance ประกาศเมื่อกันยายน 2023 ว่าขายธุรกิจในรัสเซียให้ CommEX และถอนตัวออกจากตลาดรัสเซียเพื่อยกระดับกลยุทธ์ด้านการกำกับดูแล แต่รายงานระบุว่าผู้สอบสวนรัสเซียยังติดต่อ Binance ผ่านช่องทางเฉพาะได้อยู่หลังจากนั้น

⚠️ สิ่งที่ผู้ใช้เข้าใจ

“ถอนตัวออกจากประเทศ” = ข้อมูลของเราไม่ถูกส่งให้ทางการประเทศนั้นอีก

💀 สิ่งที่เกิดขึ้นจริง

บริษัทออกจากตลาด แต่ข้อมูลเดิมยังอยู่ และช่องทางร้องขอข้อมูลยังเปิดใช้งานได้

📌 บทเรียนคือ การที่แพลตฟอร์มเลิกให้บริการในประเทศหนึ่ง ไม่เท่ากับการลบข้อมูลลูกค้าประเทศนั้นทิ้ง ข้อมูล KYC ที่เคยให้ไป ยังคงอยู่ในระบบและถูกเรียกดูได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับคนถือคริปโต

หลายคนเข้าใจว่าคริปโตคือ “เงินที่ไม่มีใครแตะได้” แต่คดีนี้ชี้ให้เห็นว่าจุดอ่อนไม่ได้อยู่ที่บล็อกเชน — บล็อกเชนทำงานตามปกติ จุดอ่อนอยู่ที่ ตัวกลางที่ถือข้อมูลของเรา

🚩 1. บล็อกเชนโปร่งใสถาวร

ธุรกรรมทุกรายการอยู่บนเชนตลอดไป ถ้าวันใดมีคนเชื่อมที่อยู่กระเป๋าเข้ากับตัวตนได้ ประวัติย้อนหลังทั้งหมดก็เปิดออกพร้อมกัน แม้จะโอนไปแล้วหลายปี

🚩 2. KYC คือกุญแจเชื่อมตัวตน

ข้อมูลที่เว็บเทรดถือไว้คือสะพานระหว่าง “ที่อยู่กระเป๋า” กับ “คนจริง” เมื่อมีคำร้องขอทางกฎหมาย สะพานนี้ถูกส่งมอบได้

🚩 3. กฎหมายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

สิ่งที่ประเทศหนึ่งมองว่าเป็นการบริจาคเพื่อมนุษยธรรม อีกประเทศอาจตีความเป็นการสนับสนุนก่อการร้าย ความเสี่ยงจึงขึ้นกับว่าใครเป็นผู้ร้องขอข้อมูล

🚩 4. ยอดเงินเล็กก็โดนได้

คดีนี้ไม่ใช่การฟอกเงินหลักล้าน แต่เป็นยอดรวมหลักร้อยดอลลาร์ ความเข้าใจที่ว่า “โอนน้อยไม่มีใครสนใจ” ใช้ไม่ได้

ลดความเสี่ยงยังไงได้บ้าง

สำหรับคนไทยทั่วไปที่ซื้อขายคริปโตตามปกติ เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกใช้เว็บเทรด แต่ควรเข้าใจว่าเราฝากอะไรไว้กับใครบ้าง

แนวทางปฏิบัติ:

  • อย่าเก็บทรัพย์สินระยะยาวไว้บนเว็บเทรด — ย้ายเข้ากระเป๋าที่เราถือกุญแจเอง (self-custody)
  • แยกกระเป๋าตามวัตถุประสงค์ อย่าให้กระเป๋าเดียวเชื่อมทุกกิจกรรมเข้าด้วยกัน
  • เลือกใช้แพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้กฎหมายที่เราเข้าใจและตรวจสอบได้
  • อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวเรื่องการส่งข้อมูลให้หน่วยงานรัฐก่อนสมัคร
  • ตั้งค่าความปลอดภัยบัญชีให้แน่นหนา ลดโอกาสข้อมูลรั่วจากช่องทางอื่นซ้ำเติม
💡 หลักคิดง่าย ๆ: ถ้าเราไม่ได้ถือกุญแจ เราก็ไม่ได้ถือเหรียญ และถ้าเราให้ข้อมูล KYC ไปแล้ว เราก็ควบคุมไม่ได้ว่ามันจะถูกส่งต่อให้ใครในอนาคต

สรุป

1

เอกสารคดีเปิดโปง

Reuters รายงานว่า Binance ส่งข้อมูลลูกค้าให้ทางการรัสเซีย จนนำไปสู่การตั้งข้อหาก่อการร้ายกับ Yuri Belenkiy

2

ข้อมูลชุดใหญ่

ทั้งวันเกิด ที่อยู่ เบอร์โทร เลขพาสปอร์ต สำเนาพาสปอร์ต และใบถิ่นที่อยู่บัลแกเรีย

3

ถอนตัวไม่เท่ากับตัดขาด

แม้ประกาศออกจากรัสเซียตั้งแต่ปี 2023 แต่ช่องทางร้องขอข้อมูลยังใช้งานได้

4

บทเรียนสำหรับผู้ใช้

ยอดเงินเล็กแค่ไหนก็ตามรอยได้ ความเสี่ยงจริงอยู่ที่ตัวกลางที่ถือข้อมูล ไม่ใช่ที่บล็อกเชน

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

Binance — Exchange อันดับ 1 ของโลก
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต