Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันจันทร์, กรกฎาคม 27, 2026
หน้าแรกTokenStorj ยื่นล้มละลาย Chapter 11! เหรียญ STORJ ดิ่ง 15% — เจ้าของ Node เสี่ยงเงินค้างท่อ

Storj ยื่นล้มละลาย Chapter 11! เหรียญ STORJ ดิ่ง 15% — เจ้าของ Node เสี่ยงเงินค้างท่อ

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร

ฝันร้ายของสาย DePIN มาถึงแล้ว — Storj Labs ผู้บุกเบิกคลาวด์สตอเรจแบบกระจายศูนย์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2014 ยื่นล้มละลายภายใต้ Chapter 11 ต่อศาลล้มละลายสหรัฐฯ เขตเวสต์เวอร์จิเนียตอนเหนือ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2026 ส่งผลให้เหรียญ STORJ ดิ่งลงกว่า 15% ภายในวันเดียว ขณะที่เจ้าของ Storage Node ทั่วโลกต้องลุ้นระทึกว่าเงินที่ถูก “หักไว้” (held amount) สะสมมาหลายปีจะได้คืนหรือไม่

เกิดอะไรขึ้นกับ Storj

Storj Labs ก่อตั้งเมื่อปี 2014 โดย Shawn Wilkinson และ John Quinn ด้วยไอเดียที่ฟังดูปฏิวัติวงการในยุคนั้น คือแทนที่จะเก็บไฟล์ไว้ในดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่แบบ AWS หรือ Google Cloud ก็กระจายไฟล์ที่เข้ารหัสแล้วไปเก็บบนฮาร์ดดิสก์ว่างของคนทั่วไปทั่วโลก แล้วจ่ายค่าตอบแทนเป็นเหรียญ STORJ

แต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2026 บริษัทกลับยื่นขอความคุ้มครองจากศาลแบบสมัครใจ โดยให้เหตุผลว่าต้องการ “ล้างภาระหนี้สินที่ผูกพันมาจากธุรกิจในช่วงก่อนหน้า” ซึ่งรวมถึงดีลเข้าซื้อกิจการและกิจกรรมนอกธุรกิจหลักที่บริษัทกำลังถอนตัวออกมา

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX
📌 จุดที่ต้องเน้น: Storj ยืนยันว่า เครือข่ายจัดเก็บข้อมูลยังทำงานตามปกติ ลูกค้ายังใช้บริการได้ไม่สะดุด ต่างจากเคส Movement Labs หรือ Poolin ที่บริการหยุดชะงัก

Chapter 11 คืออะไร ทำไมไม่ใช่ “เจ๊งปิดกิจการ”

หลายคนเห็นคำว่า “ล้มละลาย” แล้วตกใจคิดว่าบริษัทปิดตัวทันที แต่ในกฎหมายสหรัฐฯ Chapter 11 คือการ “ฟื้นฟูกิจการ” ไม่ใช่การชำระบัญชีปิดกิจการ (ซึ่งคือ Chapter 7)

ประเภท ความหมาย ธุรกิจดำเนินต่อ?
Chapter 11 ฟื้นฟูกิจการ ปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้การกำกับของศาล ใช่ — ดำเนินธุรกิจต่อได้
Chapter 7 ชำระบัญชี ขายทรัพย์สินคืนเจ้าหนี้ แล้วปิดกิจการ ไม่ — ปิดถาวร

Storj ระบุว่าหลังผ่านกระบวนการนี้ จะสร้าง โครงสร้างการถือหุ้นใหม่ ที่ประกอบด้วยฝ่ายบริหาร ผู้ถือเหรียญ ชุมชนกระจายศูนย์ และนักลงทุน โดยมี Inveniam เข้ามาสนับสนุน

กับดักของเจ้าของ Node — เงินค้างท่อที่ถอนไม่ได้

นี่คือส่วนที่เจ็บที่สุดของข่าวนี้ เพราะ Storj มีนโยบาย “held amount” หรือการหักเงินรายได้ของ Node ไว้เป็นหลักประกันว่าจะไม่ทิ้งเครือข่ายกลางคัน

ช่วงเวลาที่รัน Node สัดส่วนรายได้ที่ถูกหักไว้
เดือนที่ 1–3 75%
เดือนที่ 4–6 50%
เดือนที่ 7–9 25%

แปลว่าคนที่รัน Node มานานหลายปีอาจมีเงินค้างอยู่ในระบบเป็นก้อนใหญ่ กระจายอยู่ตาม satellite หลายตัว และตอนนี้ FAQ ของ Storj ระบุชัดว่า “ยอดค้างก่อนเข้ากระบวนการจะถูกจัดการผ่าน claims agent” — พูดง่าย ๆ คือกลายเป็น “สิทธิเรียกร้องในคดีล้มละลาย” ไม่ใช่เงินที่จ่ายคืนทันที

💀 ออกทันที = เสียหมด

ถ้าปิด Node ทิ้งดื้อ ๆ จะถูกริบเงิน held amount ทั้งก้อน

⚠️ Graceful Exit = ต้องรอ

ต้องย้ายข้อมูลออกจากเครื่องให้ครบก่อน ใช้เวลานาน และต้องเปิดเครื่องรับใช้เครือข่ายต่อไประหว่างนั้น

💡 นี่คือกับดักคลาสสิก — ทางเดียวที่จะได้เงินคืนคือต้องอยู่ต่อและทำงานให้เครือข่ายต่อไป ทั้งที่บริษัทกำลังอยู่ในคดีล้มละลาย

คนถือเหรียญ STORJ จะได้อะไร

Storj ออกจดหมายเปิดผนึกสัญญาว่าจะเสนอกลไกให้ผู้ถือเหรียญได้ เข้าร่วมถือหุ้น (equity) ในบริษัทที่ปรับโครงสร้างใหม่ ฟังดูดี แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องเข้าใจ

🚩 1. เจ้าหนี้ได้ก่อนเสมอ

ตามลำดับชั้นในคดีล้มละลาย เจ้าหนี้จะได้รับชำระก่อน ผู้ถือหุ้นอยู่ล่างสุดของพีระมิด และผู้ถือเหรียญมีสถานะใกล้เคียงผู้ถือหุ้นมากที่สุด

🚩 2. ต้องรอศาลอนุมัติ

ข้อเสนอเรื่อง equity ยังไม่มีผลจนกว่าศาลจะเห็นชอบแผนฟื้นฟู ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี

🚩 3. กติกายังไม่นิ่ง

Storj ยังไม่ประกาศว่าจะใช้ snapshot วันไหน ต้องล็อกเหรียญหรือไม่ หรือใครมีสิทธิ์บ้าง — ทุกอย่างจะถูกกำหนดระหว่างคดี

สิ่งที่ควรทำ: ติดตามประกาศทางการจาก Storj และเอกสารศาลโดยตรง อย่าเชื่อข่าวลือในกลุ่มเทเลแกรมที่อ้างว่ารู้วันที่ snapshot ล่วงหน้า
💡 ข้อสังเกตสำคัญ: โทเคนไม่ได้ถูกนับเป็นหุ้นโดยอัตโนมัติ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าแผนฟื้นฟูที่ศาลอนุมัติจะนิยาม “ใครได้รับมูลค่า” ไว้อย่างไร

ราคา STORJ และสัญญาณเตือนก่อนหน้า

ที่น่าสนใจคือตลาด ไม่ได้ตอบสนองทันที ราคายังยืนแถว 0.074 ดอลลาร์ตอนประกาศ ก่อนจะร่วงแรงข้ามคืนลงมาราว 0.063 ดอลลาร์ในช่วงกลางวันของวันที่ 27 กรกฎาคม คิดเป็นการลดลงราว 14–15% พร้อมวอลุ่มพุ่งขึ้นกว่า 271% แตะ 11.2 ล้านดอลลาร์

ตัวชี้วัด ค่า
ราคาก่อนข่าว ราว 0.074 ดอลลาร์
ราคาหลังข่าว (27 ก.ค.) ราว 0.063 ดอลลาร์
การเปลี่ยนแปลง ลดลงราว 14–15%
วอลุ่มเทรด เพิ่มขึ้นราว 271% เป็น 11.2 ล้านดอลลาร์
เทียบระดับ ต.ค. 2025 ต่ำกว่าราว 2 ใน 3 (จาก 0.1872 ดอลลาร์)

และถ้าย้อนดูดี ๆ จะเห็นว่า สัญญาณเตือนมีมาก่อนแล้ว:

  • พฤษภาคม 2026 — Binance ติดป้าย Monitoring Tag ให้ STORJ
  • 22 กรกฎาคม 2026 — WazirX ถอดสัญญา Perpetual Futures ของ STORJ
  • ราคาลดลงต่อเนื่องกว่า 2 ใน 3 นับจากเดือนตุลาคม 2025

บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทย

เคสนี้เป็นตัวอย่างชั้นดีของความเสี่ยงที่นักลงทุนสาย DePIN และคนที่รันโหนดหารายได้มักมองข้าม

1

โปรเจกต์กระจายศูนย์ ก็ยังมีบริษัทตรงกลาง

ต่อให้เครือข่ายจะกระจายศูนย์แค่ไหน ถ้ามีนิติบุคคลเป็นคนดูแล satellite และจ่ายเงิน ความเสี่ยงด้านองค์กรก็ยังอยู่เต็ม ๆ

2

รายได้ที่ยังไม่ถอน = ยังไม่ใช่ของเรา

เงินที่ค้างอยู่ในระบบของแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น held amount หรือยอดสะสมรอถอน ล้วนกลายเป็นหนี้ในคดีได้ทั้งสิ้น

3

ป้ายเตือนจากกระดานเทรดมีความหมาย

Monitoring Tag ของ Binance และการถอดสัญญาของกระดานอื่น มักมาก่อนข่าวร้ายเสมอ อย่ามองข้าม

4

สัญญาว่าจะให้หุ้น ไม่เท่ากับได้หุ้น

คำมั่นเรื่อง equity ที่ยังต้องผ่านศาล คือความหวัง ไม่ใช่หลักประกัน

สิ่งที่ควรทำถ้าคุณรัน Storj Node อยู่:

  • อย่าเพิ่งปิดเครื่องทิ้งดื้อ ๆ เพราะจะโดนริบ held amount ทั้งก้อน
  • อ่าน FAQ การปรับโครงสร้างของ Storj และเอกสารจาก claims agent อย่างละเอียด
  • บันทึกหลักฐานยอดค้างจ่ายทั้งหมดไว้ เผื่อต้องยื่นเรียกร้องสิทธิ์
  • ประเมินว่าค่าไฟกับค่าเสื่อมฮาร์ดดิสก์ที่ต้องจ่ายต่อ คุ้มกับโอกาสได้เงินคืนหรือไม่

สรุป

การล้มละลายของ Storj Labs ไม่ใช่การปิดตัวแบบ BitMart หรือ BitMEX แต่เป็นการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูที่บริการยังเดินหน้าต่อ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ถือเหรียญและเจ้าของ Node ความไม่แน่นอนยังสูงมาก เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับแผนฟื้นฟูที่ศาลจะอนุมัติ ซึ่งเจ้าหนี้อยู่แถวหน้าเสมอ

📌 บทสรุปสั้น ๆ: บริการยังอยู่ · เหรียญร่วง 15% · เงินค้างของ Node กลายเป็นสิทธิเรียกร้อง · คำสัญญาเรื่องหุ้นยังต้องรอศาล
⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปร
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต