วอลล์สตรีทขยับอีกก้าวใหญ่! Morgan Stanley ธนาคารเพื่อการลงทุนยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ยื่นเอกสารชุดสุดท้ายต่อ SEC และได้รับไฟเขียวจาก NYSE Arca ให้นำกองทุน ETF สาย Staking ทั้ง Solana (MSOL) และ Ethereum (MSSE) เข้าจดทะเบียนซื้อขาย — จุดเด่นคือค่าธรรมเนียมต่ำเพียง 0.14% และผลตอบแทนจากการ Stake เกือบทั้งหมดถูกส่งคืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนโดยตรง
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้น?
เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2026 Morgan Stanley ได้ยื่นแบบฟอร์ม Form 8-A ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ซึ่งเป็นเอกสารขั้นสุดท้ายก่อนนำกองทุนเข้าจดทะเบียน โดย NYSE Arca ได้อนุมัติคำขอจดทะเบียน (listing) ของทั้งสองกองทุนเรียบร้อยแล้ว และเอกสารมีผลบังคับใช้อัตโนมัติภายใต้มาตรา 12(b) ของกฎหมายตลาดหลักทรัพย์
ทั้งสองกองทุนนี้เป็น ETF แบบ Staking ตัวแรกๆ ของธนาคารระดับ Bulge Bracket ต่อยอดจากความสำเร็จของ Spot Bitcoin ETF ที่ Morgan Stanley เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ในปี 2026 การเดินเกมครั้งนี้จึงสะท้อนว่าสถาบันการเงินกระแสหลักไม่ได้มองแค่ Bitcoin อีกต่อไป แต่ขยายไปสู่ Ethereum และ Solana ที่มีกลไกสร้างผลตอบแทนจากการ Stake
รายละเอียดกองทุน MSOL และ MSSE
กองทุนทั้งสองมาพร้อมโครงสร้างค่าธรรมเนียมและการ Stake ที่ใกล้เคียงกัน โดยใช้พันธมิตรผู้ให้บริการ Staking รายเดียวกัน:
| รายละเอียด | MSOL (Solana) | MSSE (Ethereum) |
|---|---|---|
| ชื่อกองทุน | Morgan Stanley Solana Trust | Morgan Stanley Ethereum |
| ค่าธรรมเนียม | 0.14% ต่อปี | 0.14% ต่อปี |
| สัดส่วนที่นำไป Stake | สูงสุด 100% | ราว 50–80% |
| พันธมิตร Staking | Figment, Galaxy, Coinbase Canada | |
| ผู้ดูแลสินทรัพย์ (Custodian) | BNY (Bank of New York Mellon) และ Coinbase Custody | |
สำหรับกองทุน Solana จะอ้างอิงดัชนี CoinDesk Solana Benchmark 4PM NY Settlement Rate เป็นเกณฑ์คำนวณมูลค่า ส่วนเงื่อนไขการ Stake จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนว่าไม่มีความเสี่ยงด้านกฎหมาย ภาษี หรือกฎระเบียบที่มากเกินไป
ทำไมดีลนี้ถึงสำคัญ
จุดที่ทำให้กองทุนของ Morgan Stanley น่าสนใจกว่าเจ้าอื่น คือโครงสร้างการแบ่งผลตอบแทนที่เอื้อต่อผู้ลงทุนอย่างชัดเจน:
- กองทุนเก็บผลตอบแทนขั้นต้นจากการ Stake ไว้ 95% เพื่อจ่ายคืนผู้ถือหน่วย
- ผู้ให้บริการ Staking และ Custodian รับส่วนแบ่งเพียง 5%
- Morgan Stanley Investment Management ไม่หักส่วนแบ่งจากผลตอบแทน Staking เพิ่มเลย
- จ่ายผลตอบแทนสุทธิให้ผู้ถือหน่วยแบบรายเดือน (อย่างน้อยรายไตรมาส)
สำหรับมือใหม่ — Staking คือการนำเหรียญไปวางค้ำในเครือข่ายบล็อกเชนแบบ Proof-of-Stake เพื่อช่วยยืนยันธุรกรรมและรับผลตอบแทนเป็นเหรียญกลับมา คล้ายการฝากเงินกินดอกเบี้ย แต่ที่ผ่านมานักลงทุนสถาบันเข้าถึงยากเพราะติดข้อจำกัดด้านการดูแลสินทรัพย์และกฎระเบียบ การมี ETF แบบนี้จึงเปิดประตูให้เงินสถาบันเข้าถึงผลตอบแทน Staking ผ่านบัญชีหลักทรัพย์ปกติ
ยังเทรดไม่ได้ทันที — เหลืออะไรอีก
แม้ NYSE Arca จะอนุมัติการจดทะเบียนแล้ว แต่กองทุนทั้งสองยัง ไม่สามารถเปิดซื้อขายได้ทันที เพราะยังต้องรออีกสองขั้นตอน:
⚠️ 1. แบบ S-1 ยังไม่มีผล
เอกสารลงทะเบียน S-1 registration statement ยังไม่มีผลบังคับใช้ ทำให้ยังขายหน่วยลงทุนให้ประชาชนไม่ได้จนกว่าจะได้รับอนุมัติ
⚠️ 2. รอเอกสาร CERT
ต้องรอเอกสารรับรอง (CERT filing) ที่จะระบุ “วันเริ่มซื้อขายอย่างเป็นทางการ” ก่อน กองทุนจึงจะเทรดจริงได้
ราคาตลาดวันนี้
ท่ามกลางข่าวเชิงบวกจากฝั่งสถาบัน ภาพรวมตลาดคริปโตวันนี้ยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง มูลค่าตลาดรวมย่อลงราว 1.1% สู่ระดับ 2.28 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ดัชนีความกลัว-ความโลภ (Fear & Greed Index) อยู่ที่ 27 ในโซน “กลัว”:
| เหรียญ | ราคา (ดอลลาร์) | เปลี่ยนแปลง 24 ชม. |
|---|---|---|
| Bitcoin (BTC) | 63,968 | -1.9% |
| Ethereum (ETH) | 1,857 | -0.9% |
| Solana (SOL) | 73.92 | -2.2% |
ข้อมูลราคา ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2026 (ที่มา: CoinGecko) ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
สรุปประเด็น
ไฟเขียว NYSE Arca
Morgan Stanley ยื่น Form 8-A วันที่ 22 ก.ค. 2026 และ NYSE Arca อนุมัติจดทะเบียน ETF Staking MSOL (Solana) + MSSE (Ethereum)
ค่าธรรมเนียมต่ำ ปันผลคืนนักลงทุน
ค่าธรรมเนียมเพียง 0.14% ต่อปี ผลตอบแทน Staking ส่งคืนผู้ถือหน่วยเกือบทั้งหมด จ่ายรายเดือน
รอเปิดเทรดจริง
ยังต้องรอ S-1 มีผล และเอกสาร CERT กำหนดวันเทรด ก่อนซื้อขายได้จริง
ดีลนี้ตอกย้ำเทรนด์ที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่กำลังขยับจาก Bitcoin ไปสู่คริปโตตัวอื่นที่ให้ผลตอบแทน Staking อย่าง Ethereum และ Solana หากเปิดเทรดได้จริง อาจเป็นแรงหนุนสำคัญต่อเม็ดเงินสถาบันในครึ่งปีหลัง 2026
สำหรับใครที่สนใจสะสม ETH หรือ SOL ด้วยตัวเอง สามารถซื้อขายได้ที่กระดานเทรดชั้นนำ เช่น Binance TH หรือ OKX
ที่มา: CryptoBriefing, CoinGape








