Binance เผชิญเหตุเงินไหลออกจากกระเป๋าร้อน (hot wallet) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดคริปโต มูลค่ารวมกว่า 5.57 พันล้านดอลลาร์ กระจายอยู่บนเครือข่าย Ethereum, Bitcoin และ Tron เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 (ตามเวลาสหรัฐฯ) ล่าสุด Tether และ Circle อายัดสเตเบิลคอยน์ที่เกี่ยวข้องได้แล้วกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Binance ยืนยันว่าเงินของผู้ใช้ปลอดภัยและจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด
1) เงินไหลออกจากกระเป๋าร้อน Binance อย่างน้อย 5.57 พันล้านดอลลาร์ ผ่านช่องโหว่ที่เกี่ยวกับ EIP-7702 บน Ethereum
2) Tether อายัด USDT ได้กว่า 975 ล้าน–1,567 ล้านดอลลาร์ (ตัวเลขขยับขึ้นตามการสอบสวน) Circle อายัด USDC ราว 823 ล้านดอลลาร์
3) ราคา Bitcoin ร่วงหลุด 79,000 ดอลลาร์ ส่วน BNB ร่วงกว่า 7% ท่ามกลางตลาดที่อ่อนไหวอยู่แล้วจากการประชุมเฟดและวัน options expiry 11,000 ล้านดอลลาร์
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้นกับ Binance
ข้อมูลออนเชนที่ Decrypt ตรวจสอบพบว่า มีเงินไหลออกจากกระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ Binance อย่างน้อย 5.57 พันล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นบน Ethereum 3.51 พันล้านดอลลาร์ บน Bitcoin 1.44 พันล้านดอลลาร์ (18,270 BTC) และบน Tron 630 ล้านดอลลาร์ ธุรกรรมแรกเกิดขึ้นเวลา 20:24 UTC ของวันที่ 29 ตุลาคม โดยโยกเงิน 167,464 ETH พร้อมโทเคนอีก 63 รายการ รวมมูลค่า USDT ราว 1.615 พันล้านดอลลาร์ ไปยังกระเป๋าใหม่ที่สร้างขึ้นมาเฉพาะ
สามนาทีก่อนหน้านั้น มีกระเป๋าที่รับเงินทุนจาก Tornado Cash (บริการผสมธุรกรรมเพื่อซ่อนที่มาของเงิน) ส่งคำสั่ง “delegation” ไปยังกระเป๋าร้อนของ Binance โดยใช้ฟีเจอร์ EIP-7702 ของ Ethereum ซึ่งเปิดให้กระเป๋าธรรมดารันโค้ดแบบสมาร์ตคอนแทร็กต์ได้ Odysseas Lamtzidi ผู้ก่อตั้ง Phylax Systems อธิบายว่า “EIP-7702 ให้กระเป๋าปกติรันโค้ดที่ได้รับมอบอำนาจ และคำสั่งมอบอำนาจนี้จะคงอยู่ต่อเนื่อง โค้ดนั้นจึงสามารถอนุมัติการโยกเงินครั้งต่อไปได้โดยไม่ต้องให้กระเป๋าเซ็นอนุมัติซ้ำอีก” ส่วนที่มาของลายเซ็นที่แฮกเกอร์ใช้ได้มาอย่างไรนั้น ยังอยู่ระหว่างสอบสวน
Changpeng Zhao (CZ) ผู้ก่อตั้ง Binance ที่ไม่ได้บริหารงานประจำวันแล้ว โพสต์ผ่าน X ว่า “มันดูเหมือนเป็นการแฮก Binance จริงๆ … ผมไม่ได้บริหาร Binance(.com) แล้ว แต่ในฐานะผู้ถือหุ้น ผมคาดว่าเงินของผู้ใช้ทุกคนจะได้รับการชดเชยครบถ้วน” ขณะที่ Yi He ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอร่วม ยืนยันกับ Reuters ว่า Binance จะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดจากเหตุแฮกครั้งนี้ และเงินของผู้ใช้ยังปลอดภัย หากได้รับการยืนยันว่าเป็นการแฮกจริง นี่จะเป็นการแฮกคริปโตที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา มากกว่า 3 เท่าของเหตุแฮก Bybit มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเคยเป็นสถิติสูงสุด
Tether-Circle อายัดเงินได้แค่ไหน
จุดที่ทำให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายไปกว่านี้คือผู้ออกสเตเบิลคอยน์สามารถอายัด (blacklist) ที่อยู่กระเป๋าต้องสงสัยได้ทันที แม้จะไม่สามารถดึงเงินกลับคืนให้เจ้าของเดิมได้ก็ตาม
| ผู้ออกเหรียญ | จำนวนที่อายัด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| Tether (USDT) | 975 ล้าน → กว่า 1,567 ล้านดอลลาร์ | ตัวเลขขยับขึ้นหลังสอบสวนเพิ่ม |
| Circle (USDC) | ราว 823 ล้านดอลลาร์ | CEO Jeremy Allaire ยืนยันผ่าน X |
| Ripple (RLUSD) | ราว 200 ล้านดอลลาร์ | ยืนยันโดย Yi He ผ่าน Reuters |
| World Liberty Financial | 27 ล้านดอลลาร์ + โทเคน WLFI ~2 ล้านดอลลาร์ | ทำงานร่วมกับผู้คัสโตดี้ BitGo |
| รวมตามแถลงการณ์ Binance | 2.54 พันล้านดอลลาร์ | บริษัทระบุตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นอีก |
ผลกระทบต่อราคาตลาด
ข่าวนี้มาซ้อนกับความกังวลเดิมที่ตลาดมีอยู่แล้ว — เฟดเพิ่งประชุมคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.75-4% พร้อมเสียงแตกเป็น 2 เสียงที่อยากขึ้นดอกเบี้ย และตรงกับวันที่สัญญา Bitcoin options มูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์หมดอายุพอดี ทำให้ตลาดผันผวนหนักขึ้นไปอีก
| สินทรัพย์ | เปลี่ยนแปลง (24 ชม.) | ระดับราคา |
|---|---|---|
| Bitcoin (BTC) | -2.6% ถึง -5% | หลุด 79,000 ดอลลาร์ บางช่วงแตะต่ำกว่า 77,000 ดอลลาร์ |
| BNB | ราว -7% | ลงมาอยู่ที่ประมาณ 699 ดอลลาร์ |
| Monero (XMR) | ราว +6% | ขึ้นไปที่ประมาณ 637 ดอลลาร์ |
Monero ซึ่งเป็นเหรียญไพรเวซี่ที่ซ่อนผู้ส่ง-ผู้รับได้ มักปรับขึ้นทุกครั้งที่มีข่าวแฮกใหญ่ เพราะนักเทรดบางกลุ่มคาดว่าแฮกเกอร์อาจใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน เช่นเดียวกับที่ราคาเคยพุ่งกว่า 51% หลังเหตุโยกเงิน Bitcoin 333 ล้านดอลลาร์ต้องสงสัยเมื่อเมษายน 2568 ด้าน Binance.US และ Coinbase ต่างยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้
มุมนักลงทุนไทย
สิ่งที่ควรแยกให้ชัดคือเหตุแฮกครั้งนี้เกิดกับกระเป๋าร้อนของ Binance.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับโลก ไม่ใช่ Binance TH ที่เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากซึ่งได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ไทยและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในประเทศ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไทยจำนวนไม่น้อยยังคงใช้งาน Binance.com โดยตรงสำหรับเหรียญที่ไม่มีในกระดานไทย จึงควรติดตามสถานะการระงับฝาก-ถอนเงินของ Binance.com อย่างใกล้ชิดในช่วงนี้
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำบทเรียนเดิมที่นักลงทุนคริปโตควรยึดไว้เสมอ: ไม่ควรฝากเงินจำนวนมากไว้บนกระดานเทรดนานเกินจำเป็น โดยเฉพาะเหรียญที่ไม่ได้ใช้เทรดบ่อย ควรโยกกลับเข้ากระเป๋าส่วนตัว (self-custody) หรือ hardware wallet เมื่อเทรดเสร็จ และกระจายความเสี่ยงไม่ฝากทุกอย่างไว้ที่เดียว แม้ Binance จะเป็นกระดานเทรดที่ใหญ่และมีกองทุนประกัน SAFU รองรับ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าไม่มีกระดานเทรดใดปลอดภัย 100%
คำถามที่พบบ่อย
Binance ถูกแฮกจริงหรือยัง ยืนยันแล้วหรือไม่?
ณ เวลาที่เผยแพร่ข่าวนี้ Binance ยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเป็น “การแฮก” เต็มรูปแบบ ระบุเพียงว่ากำลังสอบสวน “ปัญหาความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น” แต่ผู้ก่อตั้ง CZ ระบุว่า “ดูเหมือนเป็นการแฮกจริง” และข้อมูลออนเชนยืนยันว่ามีเงินไหลออกจากกระเป๋าร้อนของ Binance จริงมูลค่ากว่า 5.57 พันล้านดอลลาร์
เงินของผู้ใช้ Binance ปลอดภัยหรือไม่?
Binance ระบุว่ายังไม่พบผลกระทบต่อเงินของผู้ใช้ และ Yi He ผู้ร่วมก่อตั้งยืนยันว่าบริษัทจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดจากเหตุนี้ ไม่ว่าผลสอบสวนจะออกมาเป็นอย่างไร
ทำไม Tether กับ Circle อายัดเงินได้แต่ Bitcoin กับ ETH อายัดไม่ได้?
เพราะ USDT และ USDC เป็นสเตเบิลคอยน์ที่ออกโดยบริษัทกลาง (Tether, Circle) ซึ่งมีสิทธิ์ขึ้นบัญชีดำที่อยู่กระเป๋าได้ตามเงื่อนไขการใช้งาน ขณะที่ Bitcoin และ Ethereum เป็นเครือข่ายกระจายศูนย์เต็มรูปแบบ ไม่มีศูนย์กลางใดสั่งอายัดเหรียญในกระเป๋าใครได้
ที่มา: Decrypt, Reuters ผ่าน Channel News Asia, Al Jazeera





















